เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 15 เดือนครั้งใหม่ จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า

เงินบาท-หุ้นไทย

ค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือนครั้งใหม่ เกือบหลุดไปถึง 33.00 บาท/ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นไทยร่วงลงหลังโควิดยังน่ากังวล จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ผลประชุมเฟด (27-28 ก.ค.) สถานการณ์โควิด รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนมิ.ย. ของธปท. และผลประกอบการไตรมาส 3 บจ.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 15 เดือนครั้งใหม่ที่ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทเผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่อง หลังข้อมูลยอดผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในประเทศยังคงเพิ่มสูงขึ้นและอยู่ในระดับที่สูงกว่าหมื่นรายต่อวันอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นสัญญาณที่ตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากวิกฤตโควิด 19 ที่กำลังมีผลกระทบต่อเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้สกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียก็กลับมามีทิศทางอ่อนค่าลงในช่วงปลายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

ในวันศุกร์ (23 ก.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 32.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (16 ก.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (26-30 ก.ค.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.70-33.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมเฟด (27-28 ก.ค.) สถานการณ์โควิด 19 ในประเทศ และรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนมิ.ย. ของธปท.

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ค. อัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Index ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนมิ.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/64 (ครั้งที่ 1) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูลกำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ของจีน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/64 และอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยร่วงลงจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,545.10 จุด ลดลง 1.86% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 72,512.89 ล้านบาท ลดลง 6.30% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 0.56% มาปิดที่ 507.65 จุด

หุ้นไทยร่วงลงแรงช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากทางการยกระดับการควบคุมสถานการณ์โควิดในประเทศ ส่งผลให้มีการเทขายหุ้นทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร การเงิน และพลังงานซึ่งมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวลงหลังที่ประชุมโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิต


หุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนระหว่างสัปดาห์ จากแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังผลประกอบการกลุ่มธนาคารไตรมาสล่าสุดออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด อย่างไรก็ดี หุ้นไทยปรับตัวลงอีกครั้งช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์โควิด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (26-30 ก.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,530 และ 1,520 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,555 และ 1,565 จุด ตามลำดับ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (27-28 ก.ค.) สถานการณ์โควิด 19 ทั้งในและต่างประเทศ ประเด็นเกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด 19 และมาตรการในการควบคุมสถานการณ์โควิด 19 ในประเทศ รวมถึงการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/64 ของบจ.

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Index เดือนมิ.ย. ตลอดจนตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/64

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/64 และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.ค.ของยูโรโซน ตลอดจนกำไรบริษัทภาคอุตสาหกรรมเดือนมิ.ย. ของจีน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ