ครม. สั่ง “คลัง” ถกสำนักงบฯ หาเงินจ่ายประกันรายได้ข้าวอีก 7.6 หมื่นล้าน

ประกันรายได้ข้าว

“อาคม” เผย ครม. สั่ง “คลัง” ลุยถกสำนักงบฯ หาเงินจ่ายประกันรายได้ข้าวอีก 7.6 หมื่นล้านบาท หลังกรอบวินัยการเงินการคลัง มาตรา 28 เกือบเต็มเพดาน พร้อมสั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูรายละเอียดโครงการต่าง ๆ ที่อนุมัติแล้วไม่ใช้งบ เร่งปิดโครงการดึงเงินคืน

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2564 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปหารือร่วมกับสำนักงบประมาณแผ่นดิน ถึงแหล่งเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการประกันราคาข้าว ซึ่งยังขาดอีก 76,000 ล้านบาท จากกรอบทั้งหมดที่กระทรวงพาณิชย์เสนอมาที่ 89,000 ล้านบาท

ขณะนี้ได้ทยอยจ่ายงวดแรกแล้ว วงเงิน 13,000 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลือจะใช้จากงบประมาณกลางหรือไม่ ต้องไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งต้องไปหารือเรื่องของกรอบวินัยการคลังตาม มาตรา 28 ที่กำหนดกรอบหนี้คงค้างรวมกันได้ไม่เกิน 30% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ครม. ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณไปดูเรื่องของแหล่งเงินที่จะใช้ในโครงการประกันราคาข้าว รวมทั้งข้อจำกัดในเรื่องของกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ตามมาตรา 28 ซึ่งหากหลุดจาก 2 เรื่องนี้เมื่อไหร่กระทรวงการคลังก็จะต้องเร่งไปหางบประมาณมาดูแล อ

ย่างไรก็ดี รมว.คลัง ก็ได้รายงาน ครม.ว่า ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา 28 ไปดูรายละเอียดโครงการที่อนุมัติแล้ว แต่ยังมีวงเงินเหลืออยู่ เมื่อไม่ได้ใช้แล้วก็ขอให้ปิดโครงการ แล้วส่งวงเงินที่เหลือคืน เพื่อนำเงินส่วนนี้มาใช้ในโครงการประกันรายได้ต่อ

“เรื่องการขยายกรอบวินัยการเงินการคลังตามมาตรา 28 จะต้องหารือในระดับนโยบาย ต้องมีการศึกษา ซึ่งวันนี้รมว.คลัง ได้สั่งให้ทุกหน่วยงาน ไปดูโครงการที่มีการใช้งบประมาณ ว่า โครงการไหนจบแล้วบ้าง หรือเร่งปิดโครงการ และมีเงินเหลือเท่าไรก็ให้ส่งคืนมาที่คลัง โดยกำชับทุกหน่วยงานให้เร่งดำเนินการเร็วที่สุด” นายสันติ กล่าว

นายสันติ กล่าวด้วยว่า ในความเห็นส่วนตัว มองว่า การจ่ายเงินเพื่อประกันราคาให้เกษตรกรอย่างเดียว จะยิ่งทำให้เกษตรกรอ่อนแอ ระบบเกษตรกรอ่อนแอ และจะต้องจ่ายไปเรื่อย ๆ ไปไม่รู้จบ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำควบคู่คือ สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย มีการร่วมมือกันทำเกษตรแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุน การพัฒนาพันธุ์ข้าว และการแปรรูปข้าวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจับกลุ่มตลาดในประเทศ


ทั้งนี้ การดำเนินโครงการประกันราคาข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนาในช่วงที่ราคาข้าวตกต่ำ ถือเป็นผลงานของรัฐบาล ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ขณะที่การหาเงินเพื่อมาใช้จ่ายในโครงการต่าง ๆ ก็ถือเป็นหน้าที่ของกระทวงการคลัง ดังนั้นไม่ว่าใครจะได้หน้าหรือไม่ได้หน้า กระทรวงการคลังก็ต้องหาเงินมาเพื่อช่วยเกษตรกร