เร่งระบายน้ำอูน น้ำสงคราม ลงน้ำโขง หลังท่วมขังกว่าสัปดาห์ โค-กระบือเริ่มขาดอาหาร

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มน้ำอูน กับลุ่มน้ำสงคราม พื้นที่ อ.ศรีสงคราม อ.นาหว้า จ.นครพนม ยังคงวิกฤต เนื่องจากมวลน้ำจำนวนมากยังคงไหลทะลักลงสู่ลำน้ำอูน มาบรรจบลำน้ำสงคราม ที่ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ทำให้มีปริมาณเกินความจุ สูงประมาณ 1 เมตร ล่าสุดมีระดับน้ำประมาณ 11-12 เมตร ทำน้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่การเกษตร นาข้าว รวมถึงพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.นาคูณใหญ่ อ.นาหว้า จ.นครพนม ได้รับผลกระทบจากลำน้ำอูนเอ่อล้นท่วมขังบ้านเรือน ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร เดือดร้อนมานานกว่าสัปดาห์ เกือบ 200 หลังคาเรือน

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ บ้านท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม ที่ติดกับลำน้ำสงคราม แม่น้ำสาขาสายหลักที่เชื่อมไปยังน้ำโขง เริ่มได้รับผลกระทบ มีน้ำเอ่อท่วมขังบ้านเรือนชาวบ้านแล้วเกือบ 100 หลังคาเรือน ซึ่งยังพบว่ามีระดับน้ำเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 10-20 เซนติเมตร ชาวบ้านต่างเตรียมพร้อม เฝ้าระวัง เก็บสิ่งของขึ้นที่สูง จัดเตรียมเรือไว้สัญจร รวมถึงได้เร่งอพยพเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงการเกษตร วัว ควาย ไปเลี้ยงในพื้นที่สูง เพราะเกรงจะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน โดยชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม นอกจากจะมีปัญหาเรื่องขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค ยังมีปัญหาเรื่องของห้องน้ำห้องส้วม รวมถึงอาหารสัตว์เลี้ยง โค กระบือ เริ่มขาดแคลน เนื่องจากพื้นที่ลุ่มเลี้ยงสัตว์ถูกน้ำท่วมขัง เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ยังคงต้องระดมเสบียงอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภคเข้าไปช่วยเหลือต่อเนื่อง รวมถึงหญ้าแห้ง อาหารสัตว์เลี้ยง คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกกว่า 10 วัน ระดับน้ำถึงจะลด หากไม่มีพายุฝนตกลงมาซ้ำอีก

ส่วนการแก้ไขปัญหา จ.นครพนม ได้ร่วมกับกองทัพเรือ รวมถึงหน่วยเรือรักษาความสงบตามลำแม่น้ำโขงนครพนมและหน่วยงานเกี่ยวข้อง ยังคงเร่งเดินเครื่องเรือผลักดันน้ำตลอด โดยการเสริมเรือผลักดันน้ำที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรืออีก จำนวน 12 ลำ เพื่อนำไปติดตั้ง 24 ชั่วโมง หลังมีการติดตั้งเรือผลักดันน้ำ บริเวณสะพานลำน้ำสงคราม ในเขตเทศบาลตำบลศรีสงคราม จำนวน 35 ลำ และมีการเสริมเรือผลักดันน้ำอีกบริเวณปากน้ำอูน ในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม จำนวน 12 เครื่อง เพื่อให้มวลน้ำเพิ่มการระบายลงสู่น้ำโขงเร็วที่สุด ล่าสุด สามารถระบายน้ำลงน้ำโขงได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 3-4 ล้านลูกบาศก์เมตร

 


ที่มา : มติชนออนไลน์