แถลงสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า 7 กุมภาพันธ์ พบ “ผู้ป่วยต้องเฝ้าระวัง” เพิ่ม 20 ราย

กระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย แถลงข่าวกรณีโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ประจำวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศไทย 25 รายเท่าเดิม และในที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 20 ราย

เนื้อหารายละเอียดในการแถลงข่าว มีดังนี้

1.สถานการณ์ ถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ณ เวลา 08.00 น.        

-รายงานผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อขณะนี้นอนในโรงพยาบาล 16 ราย กลับบ้านแล้ว 9 ราย รวมสะสม 25 ราย

– มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วย เข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 615 ราย คัดกรองจากสนามบิน 49 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 566 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 225 ราย ส่วนใหญ่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 390 ราย โดยวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรครายใหม่ 20 ราย

-สถานการณ์ทั่วโลกใน 27 ประเทศ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม–6 กุมภาพันธ์ 2563  พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 28,273 ราย ส่วนประเทศจีน ข้อมูล ณ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วย 28,018 ราย เสียชีวิต 563 ราย

-ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข สถานการณ์จะดีขึ้นด้วยความร่วมมือจากประชาชน อย่าเชื่อข่าวลือจากทุกทาง “เช็คก่อนแชร์” งดแชร์ข้อมูลผู้ป่วยทางสื่อออนไลน์ และมาจากแหล่งข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่หลาย เกิดความตระหนก และมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โปรดติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/ และ Line@/เฟซบุ๊ค : รู้กันทันโรค,Coronavirus2019, กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประชาชนตรวจสอบข่าวลวงได้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม www.antifakenewscenter.com

2.สธ. เผยตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของไทยลดจากอันดับ 2 เป็น อันดับ 4 โลก

กระทรวงสาธารณสุขเผยทั่วโลกมีรายงานผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ใน 27 ประเทศ บางประเทศมีผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม ขณะที่ไทยยังมีผู้ป่วยยืนยัน 25 รายเท่าเดิม ลดลงจากอันดับ 2 มาอยู่ในอันดับ 4 ของโลก ผู้ป่วยทุกรายแนวโน้มอาการดีขึ้น สำหรับกลุ่มคนไทยที่กลับจากอู่ฮั่น พบผู้มีอาการเข้าเกณฑ์ต้องเฝ้าระวังโรคเพิ่ม 1 ราย และมีผู้อยู่ร่วมห้องซึ่งเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดอีก 1 ราย ได้นำส่งโรงพยาบาลและเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ส่วนผู้ป่วยเฝ้าระวัง 4 คนเดิมอาการดีขึ้น การดูแลด้านสุขภาพจิตพบทุกรายมีกำลังใจดีและให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อกำหนด

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ว่า สถานการณ์ในระดับโลกยังมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันใน 27 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย

จำนวนผู้ติดเชื้อรวมทั่วโลก 28,273 ราย และบางประเทศมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่มขึ้น ขณะที่ไทยยังมีผู้ป่วยยืนยัน 25 รายเท่าเดิม ทำให้อันดับประเทศที่พบผู้ป่วยลดลงจากอันดับ 2 มาอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก และไม่มีผู้เสียชีวิต โดยผู้ป่วยของไทยที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทั้ง 16 ราย มีโน้มอาการดีขึ้น รายที่อาการรุนแรงสุดยังอยู่ในห้องแยกโรคและมีทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

ส่วนการเฝ้าระวังโรคในกลุ่มคนไทยที่กลับจากเมืองอู่ฮั่นที่ฐานทัพเรือสัตหีบ วันนี้ได้รับรายงานมีผู้ที่มีอาการคล้ายเป็นหวัดเล็กน้อย 1 ราย และมีผู้อยู่ร่วมห้องซึ่งถือเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดอีก 1 ราย ได้ส่งทั้ง 2 รายไปเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล และส่งตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการ ส่วนผู้ป่วยที่เฝ้าระวังเดิม 4 ราย วันนี้ไม่มีไข้ อาการทั่วไปดี รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการอีกครั้ง สำหรับกรณีลูกเรือของสายการบินนั้น เป็นการดำเนินการตามมาตรฐานการเฝ้าระวังโรคของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยมีการเตรียมการเฝ้าระวังอย่างรวดเร็วจนพบผู้ป่วยรายแรกที่ติดเชื้อนอกประเทศจีน แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะของระบบเฝ้าระวังโรคของไทยที่มีความเข้มแข็งและได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและประชาชน

ด้าน นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงการดูแลทางด้านสุขภาพจิต ว่า จากการประเมินสุขภาพจิตโดยทีม MCATT เบื้องต้น ทุกคนมีกำลังใจดี พร้อมให้ความร่วมมือปฏิบัติตามข้อกำหนดในการควบคุมป้องกันโรค ไม่พบผู้มีความเครียดผิดปกติ ส่วน 3 รายที่มีปัญหาโรคซึมเศร้าเดิม ได้รับยาอย่างต่อเนื่อง อาการปกติดี ได้วางแผนเฝ้าระวังสังเกตอาการต่อเนื่องในช่วง 2 สัปดาห์แรก หากพบคนที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพจิต จะติดตามอาการต่อเนื่องไปจนครบ 6 เดือน

สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไป กรมสุขภาพจิตจะมีการสำรวจวัดอุณหภูมิใจและความเครียดเพื่อให้การช่วยเหลือและตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพจิตของประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ขอความร่วมมือทุกคนให้ “ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก” โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ลดการเสพข่าวที่มาจากแหล่งข่าวที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ส่งต่อและไม่แชร์ข้อความที่ดูเกินจริงและไม่ได้รับการยืนยัน

3.ผลการดำเนินงานที่ด่านควบคุมโรค

-ตั้งแต่วันที่ 3-23 มกราคม 2563 ตรวจคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิ สะสม จำนวน 137 เที่ยวบิน จำนวน 21,522 คน ใน 5 ท่าอากาศยาน ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ได้ และเพิ่มที่ท่าอากาศยานเชียงรายอีก 1 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม-6 กุมภาพันธ์ 2563 คัดกรองผู้โดยสารสายการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 363 เที่ยวบิน ผู้เดินทางและลูกเรือได้รับการคัดกรอง จำนวน 19,188 ราย ทางกระทรวงสาธารณสุขได้จัดเจ้าหน้าที่หมุนเวียนไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ด่าน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง

-นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับแจกคำแนะนำสุขภาพ (health beware card) จากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรค

4.ข้อแนะนำประจำวันในการป้องกันตนเองจากโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019

หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” อย่างเคร่งครัด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ