ปธ.สภาอบต.เกาะลิบง ยันไม่มีกลุ่มล่า “พะยูน” ยอมรับ20ปีก่อนชาวบ้านเคยกิน แต่เลิกแล้ว

แฟ้มภาพ

จากกรณีนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ออกมาระบุว่าพะยูนในประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตมีจำนวนลดลง เนื่องจากถูกคุกคามอย่างหนักในเรื่องถิ่นที่อยู่อาศัย และการทำลายแหล่งหญ้าทะเลอันเป็นแหล่งอาหารของพะยูน รวมทั้งการล่าและการติดเครืองมือประมง และ ปัจจุบันยังพบว่ามีกลุ่มผู้ล่าพะยูนมีความเชื่อผิดๆ เช่น กระดูกพะยูน สามารถนำไปทำยาโด๊ป และรักษาโรคมะเร็ง ส่วนเขี้ยวพะยูน นำไปเป็นเครื่องรางของขลัง เนื้อพะยูนนำไปทานเป็นอาหารราคากิโลกรัมละ 150 บาท เมนูยอดนิยม คือ พะยูนผัดพริก

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายกอบีน หวังบริสุทธิ์ ประธานสภา อบต.เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เปิดเผยว่า ในอดีตเมื่อ 20 กว่าปีที่ผ่านมายอมรับว่า ชาวบ้านเคยกินเนื้อพะยูน แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว และไม่มีชาวประมงล่าพะยูนเพื่อมาขายเนื้อ ไมใช่ตนในฐานะผู้นำท้องถิ่นถ้ามีใครมาขายเนื้อพะยูน จะต้องรู้เรื่องดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริง แม้กระทั้งกระบวนล่าพะยูนก็ไม่มี และที่มีการบอกว่าเขี้ยวพะยูนเป็นของขลังนั้นเป็นการร่ำลือกันเท่านั้น พะยูนเป็นสัตว์อนุรักษ์ ชาวบ้านเกาะลิบงทุกคนช่วยกันดูแลรักษาและอนุรักษ์ มีความเป็นห่วงเพื่อเป็นจุดขายให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะลิบง

นายประทีป ขันชัย ประธานกลุ่มอนุรักษ์พะยูนเกาะลิบง กล่าวว่า ขณะนี้ทางกลุ่มฯได้ดูแลพะยูนมีการทำกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่อง แต่การลาดตระเวนยังมีปัญหาเนื่องจากไม่มีเรือจะนำมาใช้เพื่อการนี้ ต้องลาดตระเวนร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าหมู่เกาะลิบง ข่าวที่ออกมาตนเองก็ไม่เข้าใจว่าได้ข้อมูลมาจากไหน ที่ผ่านมาชาวบ้านเกาะลิบงเข้าใจดีว่าพะยูนมีความสำคัญต่อทะเลตรังอย่างไร การกินเนื้อพะยูนมีการกินกันนานกว่า 20ปี แต่ปัจจุบันผิดกฎหมาย จึงไม่มีใครกินกัน เท่าที่ทราบจากข้อมูลสำรวจประชากรพะยูนในทะเลตรัง มีอยู่ประมาณ 150 ตัวซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้น มีการว่ายเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกบริเวณแหลมจูโหย ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง

 


ที่มา มติชนออนไลน์