เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
Business มาคาเลียส ชี้กลุ่มท่องเที่ยวชู ‘อี-โวเชอร์’ บริหารรายได้ธุรกิจยุคใหม่
GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
Finance GOLD2go รุกภาคตะวันออก ผนึกร้านทองพันธมิตร รับเทรนด์ออมทอง 100 บาท ถือครองจริงได้
ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
Automotive ฟอร์ด เรนเจอร์ วูล์ฟแทรค ลุยทุกเส้นทาง
วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
News วีระ ขอโทษ เข้าใจผิดปมเข้าพักเกาะสิมิลัน – วอนอย่าตั้งกรรมการสอบ หน.อุทยานฯ
ดูทั้งหมด

ชัชชาติ 200 นโยบาย โอนบีทีเอสให้คมนาคม-คนกรุงทำงบเอง 5%

06 เม.ย. 2565 | 08:00น.
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ
ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม

โหมโรงกันอย่างกึกก้อง ศึกเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คนใหม่ โดยมีกำหนดกาบัตรลงคะแนนเสียง 22 พฤษภาคม 2565

เต็ง 1 ของทุกโพลเป็นผู้สมัครเบอร์ 8 “ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” จัดเต็มด้วยนโยบายหาเสียง 200 นโยบาย

ฟ้องได้-จับผิดได้-มีส่วนร่วมได้

ในอนาคตหากได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม.ขึ้นมาจริง ๆ สามารถขยับปรับเปลี่ยนได้ โดยการมีส่วนร่วมของคนกรุงที่มีสำมะโนประชากร 5 ล้านกว่าคน ผ่านช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ประมาณว่า “ฟ้องได้-จับผิดได้-มีส่วนร่วมได้”

“วันแรก (ถ้าชนะเลือกตั้ง) ทุกนโยบายต้องเดินหน้าทันที กทม.มี 50 เขต 14 สำนัก ลูกจ้าง 80,000 คน 10-20 นโยบายน้อยไปสำหรับความสามารถของข้าราชการ กทม. ผมเชื่อว่า 300 นโยบาย เขาก็รับได้…”

ธีมนโยบายหาเสียงคือ “กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” ภายใต้เครือข่ายกลุ่มเพื่อนชัชชาติ 9,500 คน อาสาชุมชน 1,800 คน อาสาเมือง 2,000 คน ผู้เชี่ยวชาญ 100 คน และ 300 สภากาแฟ

โฟกัสประเด็นไฮไลต์จากเวทีเปิดตัวเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ณ พิพิธภัณฑ์กรุงเทพ “ชัชชาติ” พูดถึงหนังตัวอย่างจาก 200 นโยบาย แบ่งเป็น 14 ประเด็นด้วยกัน (ดูตัวอย่างจากกราฟิกประกอบ)

พลังออนไลน์-ดึงการมีส่วนร่วม

โลโก้ประจำตัวชัชชาติคือบุรุษผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีบนโลกออนไลน์ มี FC คนรุ่นใหม่พร้อมโหวตทุกเมื่อ นโยบายหาเสียงจึงหนีไม่พ้นแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่กลุ่มเพื่อนชัชชาติทำแอป Traffy Fondue สำหรับให้ประชาชนแสดงข้อคิดเห็น ชอบ-ไม่ชอบ เอา-ไม่เอานโยบายใดบ้าง

ยังมีแอป BKK Risk Map แผนที่จุดเสี่ยงความปลอดภัย ซึ่งไดนามิกตลอดเวลา เพราะเมืองใหญ่ ปัญหาย่อมไม่อาจเล็กน้อย จุดเสี่ยงวันนี้เมื่อได้รับการแก้ไขจะไม่ใช่จุดเสี่ยง จุดไม่เคยเสี่ยงอาจกลายเป็นจุดเสี่ยงใหม่ ทั้งหมดนี้ดีไซน์ความสำเร็จของนโยบายจากพลังการมีส่วนร่วมประชาชนผ่านพลังเทคโนโลยี

นโยบาย

อาสา “ผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลง”

สำหรับคนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง อาจชอบนโยบายเปลี่ยนศาลาว่าการ กทม. ที่เสาชิงช้าให้เป็นพิพิธภัณฑ์เมือง แล้วย้ายออฟฟิศผู้ว่าฯ กทม.ไปปักหลักที่ กทม. 2 ดินแดงแทน ควบคู่ขยายผลทำพิพิธภัณฑ์ให้ครบทั้ง 50 เขตปกครองที่มีอยู่ในปัจจุบัน ควบคู่กับการทำ 50 ย่านท่องเที่ยวใน 50 เขต เพื่อสร้างเศรษฐกิจปากท้องให้คนพื้นที่

สำหรับคนที่กระหายการเปลี่ยนแปลง อาจชอบนโยบายการจัดทำงบประมาณ กทม. ซึ่งปีงบประมาณ 2565 มีจำนวน 79,855 ล้านบาท ส่วนปีงบประมาณ 2566 จำนวนน่าจะใกล้เคียงกันโดยบวกลบไม่มาก นโยบายคือดึงคนกรุงมีส่วนร่วมในการเสนอใช้งบประมาณด้วยตัวเอง เบื้องต้นสัดส่วน 5% หรือวงเงิน 4,000 ล้านบาทบวกลบ

และอาจชอบนโยบาย Tracking System ระบบดิจิทัลสำหรับเป็นคู่มือผู้ประกอบการ-ประชาชนใช้ติดตามการขออนุญาตต่าง ๆ เพื่อดักปัญหาความโปร่งใส การเรียกรับส่วยภาครัฐ

และอาจชอบนโยบายถอดบทเรียนโควิด ด้วยแนวทางจัดทำระบบ Single Command

และอาจชอบนโยบายสภาคนรุ่นใหม่ เป็นสภาหลวม ๆ ที่มีตัวแทนคนรุ่นใหม่ ภาคประชาชนในสังคม ได้มีเวทีประชุมพบหน้า ผู้ว่าฯ กทม. อย่างน้อยเดือนละครั้ง

สารพัดทางเท้า-ต้นไม้-น้ำท่วม

สำหรับคนที่คาดหวังจากการเปลี่ยนแปลง อาจชอบนโยบายปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น ภายในเวลาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. 4 ปี มีการคำนวณย่อยละเอียด 50 เขต เฉลี่ยปีละ 2.5 แสนต้น เฉลี่ยเขตละ 5,000 ต้น/ปี และเฉลี่ยสัปดาห์ละ 100 ต้น/เขตเท่านั้น

และอาจชอบนโยบายปรับปรุงทางเท้า (ฟุตปาท) ระยะทาง 1,000 กม. แบ่งงาน 50 เขต งานเบาลงทันตาเห็นเหลือเพียงเฉลี่ยเขตละ 20 กม.

และอาจชอบนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม ด้วยการลอกท่อปีละ 3,000 กม. มาจากบิ๊กดาต้าเมืองกรุงเทพฯ มีถนนและท่อระบายน้ำ 6,000 กม. ที่ผ่านมามีการขุดลอกท่อเฉลี่ยเพียงปีละ 400 กม. จึงฟันธงว่าเป็นปัญหาหลักที่ทำให้น้ำท่วมขังเจอท่ออุดตัน ไม่สามารถเดินทางมาถึงอุโมงค์ยักษ์ที่ลงทุนรวม 5 หมื่นล้านบาทได้

โอนสายสีเขียว-โฟกัสฟีดเดอร์

ยังมีนโยบายที่ทำแล้วนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงชนิดปฏิวัติ กทม.ไปเลยก็ได้ นั่นคือนโยบายโอนสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือรถไฟฟ้า BTS ให้กับกระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับไปดูแลบริหารจัดการ โดยมีเงื่อนไขกระทรวงคมนาคมจะต้องทำยังไงก็ได้ให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าต่ำกว่า 30 บาท/การเดินทาง 8 สถานี

เหตุผลเพราะสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ในขณะที่ปัญหาของ กทม.ที่สะสมจนถึงปัจจุบัน มุมมอง “ชัชชาติ” ฟันธงว่า มาจากปัญหาพื้นฐานรอบตัว ซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดฝอย ภารกิจ 4 ปีบนเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. จึงต้องการแก้ปัญหาที่เส้นเลือดฝอยในทุกด้าน

กรณีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง ถ้ามีการโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวพ้นอกไปจริง ๆ ในอนาคต กทม.จะเปลี่ยนแปลงบทบาท หันมาเอาจริงเอาจังกับการทำระบบฟีดเดอร์ หรือระบบการเดินทางเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้า ทั้งรถเมล์-วินมอเตอร์ไซค์-เรือโดยสาร

“ปัญหากรุงเทพฯอยู่ที่ระบบเส้นเลือดฝอยเยอะ กรุงเทพฯเหมือนร่างกายคน มี 2 ระบบ 1.เส้นเลือดใหญ่คือเมกะโปรเจ็กต์ กับ 2.เส้นเลือดฝอยที่อยู่หน้าบ้านเรา รอบตัวเรา ที่ผ่านมาเราลงทุนเส้นเลือดใหญ่เยอะ แต่ละเลยเส้นเลือดฝอย ทำให้มีปัญหาการเดินทาง-ขยะ-น้ำเสีย เหมือนโซ่แข็งแรงเท่ากับจุดที่อ่อนแอที่สุด”

นำมาสู่แก่นของ 200 นโยบายที่ว่า ถ้าเส้นเลือดฝอยอ่อนแอ กรุงเทพฯไม่มีทางแข็งแรงได้ จึงต้อง “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” เพื่อดูแลเส้นเลือดฝอยให้กลับมาแข็งแรง และทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน