ทรู ดิจิทัล พาร์ค เผยโฉม work Space ประกาศความพร้อมติดปีกสตาร์ตอัพ เล็งปั้นยูนิคอร์นอาเซียน

ทรู ดิจิทัล พาร์ค โอเพ่นเฮาส์ เผยโฉม Work Space ประกาศความพร้อมติดปีกสตาร์ตอัพให้เติบโตแข็งแกร่งและยั่งยืน แบบครบวงจร พร้อมสนับสนุนด้านความรู้ เทคโนโลยี ดิจิทัลแพลตฟอร์ม แหล่งเงินทุน และการต่อยอดเครือข่าย เล็งปั้นยูนิคอร์นอาเซียน

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน นายฐนสรณ์ ใจดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า Work Space เป็นศูนย์รวมและสตาร์ทอัพคอมมูนิตี้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม ภายใต้แนวคิด Open Innovation ที่จะเป็นพื้นที่ทำงานและสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัล ในบรรยากาศที่เปิดโล่งและเชื่อมต่อถึงกันในแต่ละชั้น เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างแท้จริง พร้อมเสริมจุดแข็งและเติมเต็มทุกความต้องการของสตาร์ทอัพ ตอบโจทย์วิถีการทำงานของคนยุคดิจิทัล

รวมทั้งการสนับสนุนและบ่มเพาะจากพาร์ทเนอร์ในทุกมิติ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งธุรกิจ การแบ่งปันและรวมองค์ความรู้จากสถาบันการศึกษาและศูนย์วิจัยต่างๆ กับเทคโนโลยีจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก นอกจากนี้ยังมีบริการต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐ และโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทำให้สตาร์ทอัพเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน และประสบความสำเร็จถึงระดับที่จะเป็น ‘ยูนิคอร์น’

โดย Work Space ประกอบด้วยพื้นที่ 4 โซน ดังนี้
1. Co-Working Space พื้นที่นั่งทำงาน มีบริการแพนทรี และโซนพักผ่อน

2. Office Space พื้นที่สำนักงานที่มีพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ใช้เป็นห้องประชุม และจัดกิจกรรม ออกแบบเปิดโล่ง มีบันไดเชื่อมต่อกันทุกชั้น เอื้อต่อการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ และสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน

3. Innovation Space แหล่งรวมเทคโนโลยีใหม่ ๆ ศูนย์ทดลองนวัตกรรม และการเรียนรู้จากหน่วยงานภาครัฐ บริษัทต่างๆ และองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ NIA, DEPA, ETDA, ACE Singapore, KMITL, Google, AWS, Huawei, Ricoh, UOB, Wongnai, MuSpace, Thailand e-Center (TeC), CP Innovation และ True Digital Academy เป็นต้น

4. Event and Business Services Space พื้นที่สำหรับจัดประชุม สัมมนา ศูนย์บริการทางธุรกิจ ศูนย์บริการครบวงจรภาครัฐ

นายฐนสรณ์ กล่าวอีกว่า จาก Global Innovation Index : GII ซึ่งจัดทำโดย Cornell SC Johnson College of Business และ INSEAD WIPO ได้เปิดเผยผลการประเมินผลดัชนีนวัตกรรมโลกว่า ประเทศไทยมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งใหม่ของภูมิภาค ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 44 ในปี 2561 มีอันดับที่ดีขึ้น 7 อันดับ โดยมีความโดดเด่นเป็นพิเศษด้านความก้าวหน้าของตลาด (Market Sophistication) ผลลัพธ์จากองค์ความรู้และเทคโนโลยี (Knowledge and technology outputs) และอัตราส่วนประสิทธิภาพด้านนวัตกรรม (Innovation Efficiency Ratio)

อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน 20 ประเทศในกลุ่มนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จ(Innovation Achievers) อีกด้วย แต่อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังมีสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม

ด้าน ดร.ธาริต นิมมานุวุฒิพงษ์ ผู้จัดการทั่วไป ทรู ดิจิทัล พาร์ค กล่าวว่า สถิตของผู้เข้าทำงานที่ WorkSpace สะท้อนถึงความเป็นระบบนิเวศสมบรูณ์ แบบเพื่อสตาร์ทอัพอย่างแท้จริง โดยปัจจุบันมีกลุ่มผู้ใช้งานจากหลากหลายประเภทธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจดิจิทัลคอนเทนต์, โซเชียลแพลตฟอร์ม, EnterprisePlatform, อี-คอมเมิร์ซ, หุ่นยนต์ รวมถึงธุรกิจเทคต่างๆ อาทิ ฟินเทค,ทราเวลเทค, มาร์เก็ตติ้งเทค, พร็อพเทค(PropTech) และ AgriTech เป็นต้น สำหรับสถิติด้านประชากรเป็นชายร้อยละ 57 และหญิงร้อยละ 43

โดยสาขาการทำงานของผู้ที่อยู่ใน True Digital Park ส่วนใหญ่จะเป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและดิจิทัล ซึ่งมีมากกว่า 60% ของคนทั้งหมด แบ่งตามสาขาการทำงานได้ดังนี้ กลุ่มวิศวกร ไอที เทคโนโลยี และนวัตกรรม ร้อยละ 40, งานสนับสนุนทางเทคนิค ร้อยละ 15, ด้านการตลาดดิจิทัล ร้อยละ 6, ด้านบริหารและพัฒนาธุรกิจ ร้อยละ 25 และงานสนับสนุนด้านอื่นๆ เช่น บัญชี, บุคคล ร้อยละ 14

“เรามีอยากพาคนที่มีความสนใจเดียวกัน ความตั้งใจเดียวกัน มาเจอกันและนำไปสู่ทิศทางรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างออกจากเดิม แต่ไม่ได้มีเพียงสตาร์ทอัพเท่านั้น เพราะความตั้งใจอย่างที่สุดคือการทำให้เป็น Business mix”

Previous articleนิติศาสตร์ จุฬาฯ สนับสนุนนิสิต นำความรู้กฎหมาย ช่วยเหลือสังคม
Next articleพาณิชย์คัดของดี 11 จ.ใต้ ออกงาน “Southern Market Expo 2019” มียอดซื้อในงานกว่า15ล้านบาท