ตอบโจทย์ “พฤติกรรม” กลยุทธ์ LINE Stickers

กุญแจสำคัญที่ทำให้ LINE กลายเป็นแอปพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีผู้ใช้งานแล้วกว่า 44 ล้านคนทั่วไทย นั่นเพราะมี “LINE Stickers” เป็นตัวดึงดูด 

และแม้จะผ่านมา 7 ปีแล้ว แต่ “กณพ ศุภมานพ” รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ ไลน์ ประเทศไทย ยืนยันว่า “ตลาดยังไม่อิ่มตัว” 

“LINE Stickers ในไทยเติบโตสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งทั้งในแง่รายได้และจำนวนเซต แซงหน้าญี่ปุ่นกับไต้หวัน โดยเติบโตเกิน 2 เท่าในช่วงปีที่ผ่านมา ปีนี้ก็มีโอกาสเติบโตได้ จากการสร้างรูปแบบใหม่ ช่องทางใหม่ ๆ ในการซื้อ”

โดยยอมรับว่า ไม่ใช่ผู้ใช้ LINE ทุกคนที่ซื้อสติ๊กเกอร์ จึงต้องทำให้เกิดการซื้อและซื้อซ้ำมากขึ้น โดยในญี่ปุ่นและไต้หวันมีอัตราผู้ซื้อต่อผู้ใช้ LINE มากกว่า

“ด้วยความคุ้นเคยกับช่องทางการซื้อ การซื้อผ่านแอปต้องผูกกับบัตรเครดิต แต่ผู้ใช้ในไทยยังมีบัตรเครดิตน้อย จึงต้องขยับเพิ่มช่องทางจำหน่ายอื่น ๆ ซึ่งทุกครั้งที่เพิ่มช่องทางใหม่ ๆ จะมียอดซื้อเพิ่มขึ้น 40%”

โดยช่องทางใหม่ที่ปีนี้จะโฟกัสเป็นพิเศษคือ LINE Verified Reseller ร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ “70% ของผู้ซื้อ stickers เป็นการซื้อผ่านแอป LINE แต่ที่เหลือเป็นการซื้อผ่านช่องทางอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่ว่าเขาซื้อผ่านแอปไม่เป็น แต่เพราะเขาคุ้นเคยกับวิธีการซื้อแบบนั้น

อย่างที่ได้รับความนิยมคือ LINE Verified Reseller ซึ่งเป็นร้านค้าที่ทำธุรกิจออนไลน์อยู่แล้ว ลูกค้าถนัดที่จะแคปหน้าจอส่งให้คนขายและโอนเงิน ฉะนั้น LINE ต้องทำช่องทางให้เข้าใกล้ลูกค้าได้มากที่สุด ในปีนี้จึงเพิ่ม reseller จาก 80 รายเป็น 500 ราย”

รวมถึงจับมือกับพาร์ตเนอร์เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายไปบนแพลตฟอร์มของพาร์ตเนอร์ อย่างเช่น AIS ที่สามารถใช้คะแนนสะสมของ AIS มาซื้อ LINE Stickers ได้ผ่านแอปพลิเคชั่นของ AIS

“กลยุทธ์ที่จะเห็นในครึ่งปีหลังจะเห็นการจับมือกับพาร์ตเนอร์ ต่อยอดประโยชน์ทั้งกับ LINE และพาร์ตเนอร์ เพราะยังมีอีกหลายมุมกับการซื้อ อาทิ การนำ CRM ของแบรนด์มาใช้ซื้อสติ๊กเกอร์ได้ เพื่อขยายการใช้งานและสร้างอีโคซิสเต็มส์แบรนด์”

และในส่วนของ LINE เองก็จะทำ CRM มากขึ้น อาทิ การสะสมแต้ม การทำ coin แคมเปญเพื่อกระตุ้นตลาด สำหรับคนที่มองหาแคมเปญความตื่นเต้น จะเริ่มเห็นสิ้นเดือนนี้

“ตลาดของ LINE Stickers เป็นเรียลไทม์มาร์เก็ตติ้งที่จะต้องตอบโจทย์เทรนด์ให้ได้อย่างรวดเร็ว”

Previous articleอี-คลาส 220 d Sport เครื่อง “ดีเซล” ยังแจ่มจรัส
Next articleThe Lion King ฉบับไลฟ์-แอ็กชั่น จิตวิญญาณเดิมในรูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้ใจคนดู