ผู้ว่าฯสมุทรสงครามร้อนใจ ค่า PM 2.5 พุ่ง หวั่นกระทบท่องเที่ยว

นายสมนึก พรหมเขียว
นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม

ผู้ว่าฯสมุทรสงครามร้อนใจ ไม่มีแหล่งก่อมลพิษ แต่ค่า PM 2.5 พุ่ง หวั่นกระทบนักท่องเที่ยวไม่กล้ามาพักผ่อน เร่งทำหนังสือถึงอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ส่งทีมมาตรวจสอบ ชี้เครื่องวัดอาจเบี่ยงเบน ติดจุดเดียวไม่สะท้อนผลจริงทั้ง 3 อำเภอ หวั่นกระทบนักท่องเที่ยวไม่กล้ามาพักผ่อน

นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผย ”ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามที่มีการเสนอข่าวกรณีจังหวัดสมุทรสงคราม มีค่าฝุ่นละออง PM 2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ในอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีผลกระทบทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้ามาพักผ่อน

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วจังหวัดสมุทรสงครามเปรียบเสมือนปอดของคนกรุงเทพฯ และไม่ได้มีแหล่งก่อให้เกิดมลพิษ ดังนั้น ตนจึงได้ทำหนังสือไปถึงอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้จัดส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ เนื่องจากการตรวจวัดค่า PM 2.5 อาจเบี่ยงเบนไปจากความเป็นจริง

ซึ่งในที่ประชุมทางกรมควบคุมมลพิษได้ชี้แจงเบื้องต้นว่า สาเหตุเกิดจากกระแสลมพัดนำฝุ่น PM 2.5 มาจากแหล่งกำเนิดจากจังหวัดใกล้เคียง มายังพื้นที่สมุทรสงคราม ที่สำคัญข่วงนี้ร่องลมที่พัดมาถึงจังหวัดสมุทรสงครามได้อ่อนกำลังลง ทำให้มลพิษปกคลุมบริเวณ อ.เมือง ทำให้ค่า PM 2.5 เพิ่มขึ้น

สมุทรสงคราม

“ปีอื่น ๆ ไม่เคยเกิดปัญหาที่มลพิษจากจังหวัดข้างเคียง พัดมาอยู่ที่จังหวัดสมุทรสงคราม แต่ปีนี้ที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางกรมควบคุมมลพิษ บอกว่าช่วงนี้ลานีญากำลังจะหมด และเอลนีโญกำลังจะมา เลยทำให้กระแสลมพัดเปลี่ยนทิศทางไปจาก 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่เป็นเพียงช่วงระยะนี้เท่านั้น”

นอกจากนี้บริเวณที่ตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศปัจจุบัน ซึ่งตั้งอยู่ อ.เมือง หลังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำลังมีการก่อสร้างอาคาร ซึ่งก่อให้เกิดฝุ่นมากกว่าปกติ ดังนั้น จึงขอให้ทางกรมควบคุมมลพิษนำเครื่องวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ได้อีกตัวหนึ่งมาตั้งที่หน้าศาลากลางจังหวัด เพื่อเปรียบเทียบค่าการตรวจวัด เพื่อให้ได้มาตรฐานที่ชัดเจน

พร้อมประสานทางกรมควบคุมมลพิษเพิ่มการติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศให้ครอบคลุมทั้ง 3 อำเภอ เพราะปัจจุบันมีที่อำเภอเมืองเพียงจุดเดียว โดยอีก 2 อำเภอ คือ อ.อัมพวาและ อ.บางคนที ยังไม่มี เพราะการติดตั้งเครื่องตรวจเพียงจุดเดียวไม่น่าจะสามารถสะท้อนค่าคุณภาพอากาศของทั้งจังหวัดได้


“เท่าที่ทราบกรมควบคุมมลพิษบอกมีงบประมาณจำกัด ติดตั้งได้จังหวัดละ 1 เครื่อง ผมจึงได้นำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัด (กรอ.จังหวัด) ว่า มีแนวทางที่ทางภาคเอกชนจะร่วมกันดำเนินการเพื่อมีการติดตั้งเครื่องวัดค่ามาตรฐานได้ทั้ง 3 อำเภออย่างไร พร้อมขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนงดการเผาขยะและใบไม้”