“กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ” เร่งดันผู้ประกอบการท้องถิ่น พัฒนาธุรกิจส่งออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่ม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นำโดยนางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เชิญผู้ประกอบการจากทั่วภูมิภาค ทั้งธุรกิจเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน และธุรกิจขนาดใหญ่ที่จะทำการตลาดส่งออก ให้มาเข้าร่วมโครงการรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่น ประจำปี 2562 หรือรางวัล PRIME MINISTER’S EXPORT AWARD 2019 (PM EXPORT AWARD) เพื่อพัฒนาให้เป็นสถานประกอบการธุรกิจดีเด่น ที่พัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จนสามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเร่งให้การส่งออกเติบโไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ และก่อให้เกิดก่อลงทุนใหม่ๆ ในต่างจังหวัด ผลักดันให้สตาร์ทอัพเกิดการลงทุนใหม่ โดยโครงการดังกล่าวหน่วยงานที่เข้าร่วมจะได้รับการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ถึงกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ รวมถึงแผนการทำการตลาดทั้งระบบ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ตลาดโลกต้องการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งได้ดี สู้กับคู่แข่งในระดับนานาชาติได้

นอกจากนี้จะมีทีมงานไปตรวจเยี่ยมถึงโรงงานผลิตสินค้าของบริษัทนั้นๆ เพื่อประเมิน ซึ่งหากประเมินแล้วผ่านมาตรฐาน ก็จะรับรางวัลดังกล่าว โดยถือว่าเป็นที่ยอมรับของตลาดต่างประเทศ และมีผลต่อดีภาพลักษณ์องค์กร ที่จะส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศ โดยที่ผ่านมามีสถานประกอบการจากทั่วประเทศ ได้รับคัดเลือกรับรางวัล รวม 573 บริษัท 674 รางวัล

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า สถานประกอบการที่จะได้รับรางวัล จะต้องนำนวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์ มีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ตลอดจนถึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมให้เป็นผู้ที่มีสิทธิ์เข้ารับการพิจารณาเพื่อรับรางวัลจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขาวิชาชีพ

“จะมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ประโยชน์ของโครงการสู่ผู้ประกอบการในภูมิภาคต่างๆ ของไทย เพราะผู้ประกอบการในแต่ละภูมิภาคย่อมมีความสามารถ ความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน โครงการนี้เหมือนการกระตุ้นให้มีการพัฒนารูปแบบสินค้าที่เป็นของผู้ผลิต ผู้ส่งออก และออกแบบโดยคนไทย รวมทั้งสร้างชื่อเสียงทางการค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นในตลาดต่างประเทศ เสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้า และสิทธิพิเศษหากได้รับรางวัล คือ มีโอกาสในการร่วมกิจกรรมเจรจาการค้า ออกบูทในต่างประเทศ ร่วมกิจกรรมอบรมสัมมนา ขายของออนไลน์บน Thaitrade.com” อธิบดีกล่าว

โดยปัจจุบันรางวัลแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ดังนี้ 1.รางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกยอดเยี่ยม 2.รางวัลสินค้านวัตกรรมยอดเยี่ยม 3.รางวัลแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม 4.รางวัลสินค้าไทยที่มีการออกแบบยอดเยี่ยม 5.รางวัลสินค้าธุรกิจบริการยอดเยี่ยม 6.รางวัลสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณท์ยอดเยี่ยม และ 7.รางวัลสินค้าฮาลาลยอดเยี่ยม โดยบริษัทสามารถสมัครได้มากกว่า 1 ประเภท และมีโอกาสได้รับรางวัลมากกว่า 1 ประเภท ล่าสุดเปิดรับแล้วจนถึง 30 เมษายน 2562 ผู้ประกอบการที่สนใจสอบถามรายละเอียดการรับสมัครได้ที่สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือเว็บไซต์ www.pm-award.com

ขณะที่นายฉัตรชัย ชลิตตานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคียงมูล พลังงานยั่งยืน (ประเทศไทย) จำกัด จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า บริษัทคือหนึ่งในสถานประกอบการเพื่อการส่งออกที่ได้รับรางวัลเมื่อปีที่ผ่านมา โดยบริษัทได้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลบ้านจากถ่าน Japanese Charcoal และน้ำส้มควันไม้ เจ้าเดียวในประเทศไทย และได้เผยเคล็บลับของการที่จะก้าวสู่การส่งออกระดับโลกในยุคปัจจุบัน ธุรกิจจะต้องเป็นมิตรกับมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม นึกถึงชุมชน เพราะในต่างประเทศจะคำนึงถึงเรื่องนี้มาก หากผู้ส่งออกรายใดทำได้จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์อย่างมาก แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญจะต้องผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานสากล ปลอดภัย ทำการตลาดที่ดี คำนึงถึงลูกค้า และนำนวัตกรรมใหม่มาปรับใช้ในกระบวนการผลิตและในองค์กร

Previous article“กรณ์” แจง “สมคิด” ปชป. หนุน “อภิสิทธิ์” เป็นนายกฯ คือหลักสากล ชี้ นลท.หวั่น ส.ว.250 คน ชนวนขัดแย้ง
Next articleวายแอลจี บูลเลี่ยนฯ รายงานราคาทองคำ วันที่ 14 มี.ค. 2562