“หอการค้าภาคเหนือ” ชงยกระดับโลจิสติกส์ เพิ่มศักยภาพการค้าชายแดนเชื่อมรัฐฉาน

หมายเหตุ : ในการจัดประชุมใหญ่หอการค้า 5 ภาค ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2562 ที่กรุงเทพฯ ได้มีการระดมความคิดเห็นของนักธุรกิจจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันวางแผนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภูมิภาค ซึ่งกลุ่มหอการค้าจังหวัดแต่ละภาคมีการนำเสนอโจทย์สำคัญเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการ ซึ่งประชาชาติธุรกิจขอนำเสนอลงทีละภาค ดังนี้

เริ่มจากภาคเหนือโดยนายวิโรจน์ จิรัฐิติกาลโชติ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ ได้เสนอข้อสรุปที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่ 1.มาตรการลดปัญหาหมอกควันจากไฟป่า และออกกฎหมายอากาศสะอาด (Clean Air Act) ถือเป็นปัญหาสำคัญอันดับแรกที่ต้องแก้ไข เพราะกระทบเรื่องสุขภาพและการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล 2.พัฒนาสนามบินเชียงใหม่แห่งที่ 2 ให้เร็วขึ้น 3.ขยายถนนหมายเลข 106 (เถิน-ลี้-ฮอด-แม่สะเรียง) ซึ่งเชื่อมกลุ่มหอการค้าจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 เริ่มจากเถินถึงแม่สะเรียง ซึ่งจะลดความคับคั่งของรถบรรทุกที่จะต้องผ่านจังหวัดลำปางและจังหวัดเชียงใหม่ จะทำให้การเปิดด่านชายแดนที่ห้วยต้นนุ่นสามารถทำได้ง่ายขึ้น และลดปัญหาเรื่องโลจิสติกส์

4.ขยายศักยภาพสนามบินของเมืองรองที่ปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องของข้อจำกัดเรื่องความยาวรันเวย์ และอาคารสนามบิน อยากขยายให้รองรับเครื่องบินลำตัวกลางหรือเครื่องโลว์คอสต์ได้เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว

5.ยกระดับและเพิ่มศักยภาพด่านการค้าชายแดนบ้านหลักแต่ง, บ้านฮวก, ห้วยต้นนุ่น, ห้วยโก๋นและภูดู่ เพื่อให้เชื่อมระหว่างจังหวัดเชียงใหม่หรือจังหวัดภาคเหนือกับทางรัฐฉาน ประเทศเมียนมา 6.การพัฒนาระบบโลจิสติกส์เพื่อรองรับบ้านด่านฮวก 7.เร่งรัดรถไฟรางคู่เส้นทางเด่นชัย-เชียงรายให้แล้วเสร็จตามกำหนด

8.ส่งเสริมให้มีการใช้เงินสกุลท้องถิ่น (local currency) ในการทำธุรกรรมที่เขตการค้าชายแดน เพื่อให้ลดความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน และเพื่อความสะดวกในเรื่องการทำธุรกรรม และ 9.เร่งรัดโครงการสถานีขนส่งสินค้า (truck terminal) และจุดจอดพักรถบรรทุก (truck rest area) เพราะมีปัญหาเรื่องรถบรรทุกไม่มีที่พัก ฉะนั้นต้องจอดพักตามข้างไฮเวย์ 10.ส่งเสริม cross border e-Commerce ข้ามแดน และ 11.อยากผลักดันให้เกิด northern cosmetic valley โดยเร็ว

ขณะที่ด้านเกษตรและอาหาร ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ภาคเหนือต้องการให้ 1.เพิ่มอ่างเก็บน้ำในการกักเก็บ เนื่องจากภาคเหนือเป็นภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในการกักเก็บน้ำ โดยเฉพาะลุ่มน้ำยมไม่มีเขื่อนในการกักเก็บ 2.มีการจัดโซนนิ่งเกษตร/ลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตร/ทำเกษตรประณีต/เกษตรอินทรีย์ smart farmer 3.การจัดระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งด่วน สำหรับสินค้าเกษตรและอาหารสด 4.วิจัยพืชตัวใหม่ (กัญชา)

ในด้านความเหลื่อมล้ำ ด้านเกษตรและอาหาร ต้องการให้รัฐบาลร่วมกับหอการค้าจัดตั้งศูนย์รับซื้อขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในระดับอำเภอ เพื่อเชื่อมศูนย์กระจายสินค้าจังหวัด

ส่วนด้านการท่องเที่ยวและบริการ อยากให้ภาครัฐ 1.สร้างมาตรฐานและเพิ่มทักษะคนด้านธุรกิจบริการ โดยการอบรมด้านภาษาอังกฤษและภาษาจีน 2.ออกมาตรการลดปัญหาหมอกควัน โดยจัดตั้งหน่วยงานโดยดึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีส่วนร่วมของภาคเอกชนอย่างชัดเจนมากขึ้น 3.การเพิ่มประสิทธิภาพของสนามบินในภาคเหนือทั้งหมด เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและเครื่องบินขนาดใหญ่ เช่น การขยายรันเวย์และอาคารผู้โดยสาร 4.การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว 5.การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะผ่อนผันการใช้รถ Grab Uber รถเช่า ฯลฯ

สำหรับด้านลดความเหลื่อมล้ำหอการค้าจังหวัดจะดำเนินการเอง ด้วยการผลักดัน 1.พัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน 2.ยกระดับอีเวนต์สู่ระดับสากล เช่น งานวิ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอน/พะเยา/พิจิตร 3.ผลักดันการท่องเที่ยว 5 ด้านที่มีโอกาสเติบโต เช่น วัฒนธรรม/ผจญภัย/สโลว์ไลฟ์/กีฬา/โรแมนติก 4.ยกระดับท่องเที่ยวเชิงเกษตร เช่น บ้านฮ่อมนาคูหา บ้านน้ำเกี๋ยน และแห่งอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ

Previous articleทองในปท.ปรับลดลง รูปพรรณขายออกยังยืนราคาเหนือบาทละ20,250บาท
Next articleหุ้นเปิดตลาดภาคเช้าบวก 9.18 จุด ดัชนี 1,662 จุด