ธุรกิจบันเทิงหาดใหญ่ชงขยายเวลาเปิดถึงตี 4

ธุรกิจบันเทิงหาดใหญ่ชงขยายเวลาเปิดถึงตี 4
ขอเวลาเพิ่ม - ผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดใหญ่ ขอเวลาเปิดกิจการในแต่ละวันเพิ่ม ชี้จะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณกว่า 50% ช่วยสร้างงานและรายได้ในพื้นที่

สถานบันเทิงหาดใหญ่ร้องกระทรวงมหาดไทยอนุโลม “ขยายเวลาใบอนุญาตเปิดให้บริการไปถึงตี 4” ได้ทันทีจากเวลาใบอนุญาตเดิมที่มีอยู่ ก่อนแก้ไขร่างกฎหมายใหม่ให้แล้วเสร็จตามนโยบาย รมต.พิพัฒน์ รัชกิจประการ ซึ่งใช้เวลานาน หวังดึงรายได้จากต่างชาติที่มาใช้บริการเพิ่มได้กว่าเท่าตัว พร้อมเสนอ “จัดโซนนิ่ง” พื้นที่หาดใหญ่ใหม่ สนับสนุนนักธุรกิจลงทุนเพิ่ม

นายเจียร แก้วกิติชัย ผู้จัดการ คิส แชนแนลผับ สถานบันเทิงขนาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตามแนวทางที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะมีการเสนอผลักดันนโยบายขยายเวลาให้สถานบันเทิงเปิดบริการไปถึงเวลา 04.00 น. นั้น ก่อนที่จะดำเนินการแก้ไขกฎหมายแล้วเสร็จ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา จึงอยากเสนอขอให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยดำเนินการอนุโลมผ่อนผันสำหรับผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาตอยู่แล้วให้ขยายเวลาเพิ่มได้ทันที เช่น บางแห่งมีใบอนุญาตเปิดให้บริการได้ถึงเวลา 24.00 น. ให้สามารถขยายระยะเวลาไปอีก 1 ชั่วโมง เป็น 01.00 น.

ส่วนบางแห่งที่มีใบอนุญาตเปิดให้บริการได้ถึงเวลา 01.00 น. ให้ขยายเป็นเวลา 02.00 น. และบางแห่งถึงเวลา 02.00 น. อยู่แล้ว ให้สามารถขยายระยะเวลาเป็น 03.00 น. โดยอนุโลมผ่อนผันไปก่อน ก่อนที่จะดำเนินการแก้ไขกฎหมายขยายไปถึง 04.00 น.

“หากมีการขยายระยะเวลาออกไปก่อนโดยนำร่องประเภทละประมาณ 1 ชั่วโมง จะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณกว่า 50% และหากถึง 04.00 น. ก็จะมีมูลค่าเพิ่มเป็นเท่าตัว สำหรับจังหวัดสงขลา พื้นที่เหมาะสม คือ อ.หาดใหญ่ และด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา รอยต่อรับเกดะห์ มาเลเซีย สำหรับ จ.สงขลา เหมาะสม 2 พื้นที่ ที่จะรองรับนักท่องเที่ยวได้ปริมาณมาก” นายเจียรกล่าว

“อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เวลาการเปิดบริการถึง 04.00 จะไม่เหมาะสมกับทุกพื้นที่ จึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายเป็นพื้นที่ ๆ ไป จึงจะเหมาะสมและเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจด้วย ในการสร้างงาน สร้างรายได้ สำหรับภาวะธุรกิจบันเทิงในปัจจุบันชะลอตัวสูงมาก จากภาวะเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอก ทำให้ยอดขายตกไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ สำหรับนักท่องเที่ยว โดยภาพรวมเป็นชาวไทยประมาณ 50% และชาวต่างประเทศ 50%”

นอกจากนี้ ต้องดำเนินการเรื่องการจัดการบริหารโซนนิ่งใหม่ เพราะการจัดโซนนิ่งเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนด้วย “ทั้งนี้ การจัดโซนนิ่ง มีทั้งผลดีในแง่บวกและแง่ลบ เพราะผู้ลงทุนต้องการลงทุนในพื้นที่ที่มีความพร้อมอยู่แล้ว และแหล่งทำเลที่จะทำธุรกิจ แต่จะต้องถูกจำกัดพื้นที่ การลงทุนจึงชะลอไป โซนนิ่งก็จะต้องแก้ไข สำหรับ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เขตโซนนิ่งอยู่ที่เขต 8 ถนนราษฎร์อุทิศ” นายเจียรกล่าว

นายเจียรกล่าวต่อไปว่า “สำหรับตัวเลขรายได้ธุรกิจสถานบันเทิงบริการมีหลายประเภท ตั้งแต่ร้านอาหาร ห้องอาหาร ร้านคาราโอเกะ ผับ ดิสโก้เธค ภัตตาคารจีน ฯลฯ ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก ขนาดรายย่อย ซึ่งแต่ละประเภทจะต้องจำแนกขยายเวลาที่เหมาะสม โดยในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา สถานบันเทิงประเภทต่าง ๆ ได้ทยอยปิดตัวไปปริมาณมาก ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ และโดยเฉพาะขนาดใหญ่มีมูลค่าการลงทุนประเภท 30-40 ล้านบาท”

“โดยเฉพาะประเภทอาณาจักรบันเทิงที่มีการเปิดให้บริการครบวงจรขนาดพื้นที่หลายไร่ได้ปิดตัวลง คิดเป็นมูลค่านับหลายร้อยล้านบาท ทั้งนี้ ยังไม่นับถึงการเปลี่ยนมือ เทกโอเวอร์ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการบริหารจัดการ และไม่มีใบอนุญาต พร้อมทั้งปัจจัยเศรษฐกิจภายในและภายนอก รวมถึงค่าเงินบาทแข็งทำให้คนต่างชาติมาเที่ยวลดลง ตอนนี้ที่เหลืออยู่ที่เป็นแหล่งบันเทิงขนาดใหญ่มาตรฐาน คือ คิส แชนแนล ซึ่งขณะนี้เปิดดำเนินการมาเป็นปีที่ 21 แล้ว”

นายเจียรกล่าวอีกว่า สำหรับทางออกในการฟื้นฟูธุรกิจบันเทิง ที่มีมูลค่ามหาศาลทางเศรษฐกิจทางธุรกิจการท่องเที่ยว ทางออกคือการตอบรับแนวทางนโยบายของนายพิพัฒน์เพื่อหารายได้เข้าประเทศ และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ