“อ๊อตเทริ” ฟื้นความเชื่อมั่น วิกฤตแบรนด์…ร้านสะดวกซัก

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

กลายเป็นข่าวใหญ่ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับร้านสะดวกซักที่เกิดเหตุการณ์เขย่าขวัญกันทั้งเมือง ความเคลื่อนไหวล่าสุด ร้านสะดวกซักต่างเร่งล้อมคอกอุบัติเหตุและวางแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก ทั้งในส่วนของ “อลิอันซ์ ลอนดรี้” ผู้ผลิตเครื่องซักผ้าและอบผ้ารายใหญ่ที่เตรียมผุดมาตรการรับมือ ทั้งคุมมาตรฐานช่าง-อุปกรณ์ เดินสายตรวจร้านสาขาทั่วประเทศ พร้อมลอนช์แคมเปญสื่อสารเรียกความเชื่อมั่น มั่นใจกระทบระยะสั้น

เช่นเดียวกับแบรนด์ “อ๊อตเทริ” เจ้าของแฟรนไชส์ที่เร่งเยียวยาผู้เสียหายและสร้างความเข้าใจแฟรนไชซีและป้องกันความเสียหาย

“สุกรี กีไร” ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาค บริษัทอลิอันซ์ ลอนดรี้ ซิสเต้มส์ ผู้ผลิตเครื่องซัก-อบผ้าอุตสาหกรรมแบรนด์สปีดควีน ยูนิแม็กและอื่น ๆ ให้กับแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักในไทยและต่างประเทศ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เหตุการณ์นี้ส่งผลกับความเชื่อมั่นในธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักในกลุ่มแฟรนไชซีรายใหม่ ๆ ที่กำลังจะเปิดร้าน โดยหลายรายติดต่อขอเปลี่ยนเครื่องอบผ้าจากระบบก๊าซเป็นไฟฟ้า


แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการขอยกเลิกคำสั่งซื้อหรือติดตั้ง ส่วนกลุ่มที่เปิดบริการไปแล้วรวมถึงผู้บริโภคยังคงมั่นใจ สะท้อนจากการลงพื้นที่สอบถามลูกค้าและผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง รวมถึงยอดการใช้บริการที่ไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับบริษัทเพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำและสร้างความเชื่อมั่น ได้ออกมาตรการความปลอดภัยใหม่ทั้งด้านมาตรฐานการติดตั้งและการอบรมช่างของดิสทริบิวเตอร์ ด้วยการบังคับให้การติดตั้งต้องใช้ช่างและอุปกรณ์ที่ผ่านการทดสอบของบริษัทเท่านั้น โดยเริ่มเปิดอบรมและทดสอบรับใบอนุญาตในสัปดาห์นี้ พร้อมส่งทีมงานเดินสายตรวจร้านสะดวกซักที่ติดตั้งไปแล้วกว่า 20 สาขาทั่วประเทศให้เสร็จสิ้นในกลางเดือน ก.ย.นี้

รวมถึงอาจออกบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย เช่นถอนสิทธิ์ดิสทริบิวเตอร์ ตัดสิทธิ์รับประกันสินค้าและค่าชดเชยหากเกิดความเสียหาย เป็นต้น โดยมาตรการใหม่นี้อาจส่งผลให้แฟรนไชซอร์ต้องปรับราคาแพ็กเกจตามต้นทุนอุปกรณ์ที่สูงขึ้น

ขณะเดียวกันจับมือดิสทริบิวเตอร์-แฟรนไชซอร์ เตรียมทำการตลาดเพื่อสร้างความเข้าใจและเรียกความเชื่อมั่นในช่วงนี้ ชูประเด็นความปลอดภัยของธุรกิจ

ร้านสะดวกซักในต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่มีจำนวนร้านประเทศละ 300-2,000 สาขา แต่ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุเพียง 1 ครั้งในไต้หวัน ในขณะที่ระบบก๊าซของร้านสะดวกซักใช้มาตรฐานเดียวกับโรงแรม-โรงพยาบาล หากติดตั้งถูกต้องปลอดภัยสูงไม่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องจับตาดู คือ ความเคลื่อนไหวของภาครัฐที่อาจเร่งรีบออกข้อกำหนดควบคุมธุรกิจร้านสะดวกซัก จึงเริ่มศึกษาแนวทางตั้งกลุ่มหรือสมาคมผู้ประกอบการร้านสะดวกซัก เพื่อเป็นศูนย์กลางการดูแลและให้ข้อมูลกับภาครัฐในการออกกฎเกณฑ์

“เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบในระยะยาว เนื่องจากประเทศไทยมีวิถีชีวิตที่คุ้นเคยกับระบบก๊าซ เห็นได้จากร้านอาหารตามสั่ง ร้านส่งก๊าซและธุรกิจอื่น ๆ ที่ตั้งในพื้นที่ชุมชน”

สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของ “อ๊อตเทริ วอช แอนด์ ดราย” เชนร้านสะดวกซักที่เกิดเหตุ โดยนายกวิน นิทัศนจารุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค-เน็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” สาขาดังกล่าวดำเนินการโดยบริษัทเอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุ พร้อมดำเนินการเยียวยาผู้เสียหาย ขณะเดียวกันเร่งสื่อสารแบบรอบด้าน ทั้งการเตรียมจัดแถลงข่าว และติดต่อแฟรนไชซีของบริษัททั้ง 60 สาขา เพื่อสร้างความเข้าใจและหามาตรการป้องกัน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “อ๊อตเทริ” วางโพซิชั่นเป็นเชนร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมงสไตล์ญี่ปุ่นแบบครบวงจร ให้บริการทั้งเครื่องซัก-อบผ้าระดับอุตสาหกรรม ตะกร้าผ้าและโต๊ะเก้าอี้สำหรับนั่งรอ รวมถึงบริการฟรีไวไฟมีค่าใช้บริการซัก 40-80 บาท ตามขนาดเครื่อง และค่าอบอีก 40 บาท โดยชูจุดขายเรื่องความเร็วในการซัก 30 นาทีและอบ 30 นาที สั้นกว่าร้านทั่วไปที่ใช้เวลาซักอย่างเดียว 1 ชั่วโมง

เน้นขยายสาขาในย่านชุมชนระดับกลาง-บน ด้วย 2 โมเดล คือไซซ์ M พื้นที่ 40-60 ตร.ม. มี 5-6 เครื่อง และ L พื้นที่ 60 ตร.ม.ขึ้นไปใช้เครื่องประมาณ 13 เครื่อง ราคา 2.2 และ 3 ล้านบาทตามลำดับ แบ่งจ่าย 3 ปี และมีค่ารอยัลตี้ฟีตั้งแต่ปีที่ 4 อีก 86,000 บาท และ 110,000 บาทต่อปีตามลำดับ

ที่ผ่านมามีการขยายสาขารวดเร็ว 10-12 สาขาต่อเดือน ตั้งเป้าปีนี้เปิด 120-130 สาขา

เมื่อปัญหาเกิดขึ้น…ย่อมส่งผลการเร่งขยายสาขาเพื่อเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้