“เพอร์นอต” เร่งเพิ่มยอดขาย ส่งเหล้าใหม่ปัดฝุ่น 100 ไพเพอร์สชิงแมส

“เพอร์นอตฯ” ปรับยุทธศาสตร์ใหม่ แก้เกมเหล้านอกไม่โต ส่งแบรนด์ “รอยัล สแต็ก” ชูราคาต่ำกว่า 300 บาท ทะลวงฐานนักดื่มแมส หวังยอดขายปีแรก 1 ล้านลัง ก่อนเดินหน้าผลักสินค้าเข้าช่องทาง คาดคลุมโมเดิร์นเทรดสิ้นเดือนนี้ พร้อมรุกจัดกิจกรรม ณ จุดขาย ก่อนเตรียมทุ่มงบฯปลุก “ฮันเดรด ไพเพอร์ส” ทวงบัลลังก์สกอตช์วิสกี้อีกครั้ง

นายเควนติน จ็อบ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์นอต ริคาร์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เพื่อรับกับศักยภาพของตลาดเหล้า ในกลุ่มที่มีราคาต่ำกว่า 300 บาท ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 26,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นปริมาณ 26 ล้านลัง โดยมีเพียง 2 แบรนด์หลักที่ครองมาร์เก็ตแชร์ในตลาดคือ หงษ์ทอง และเบลนด์ 285 ทำให้บริษัทได้นำเข้าเหล้าแบรนด์ใหม่ รอยัล สแต็ก โดยวางราคาขายที่ 265 บาท สำหรับขนาด 700 มล. และ 369 บาท สำหรับขนาด 1 ลิตรโดยอาศัยช่องว่างจากการที่ผู้บริโภคมีตัวเลือกน้อย นำเสนอโปรดักต์ที่เป็นสินค้านำเข้า มีราคาคุ้มค่า ตลอดจนกลยุทธ์การตลาดที่จะเน้นไปที่การทำกิจกรรม ณ จุดขาย และการทำแคมเปญสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ โซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างการรับรู้ในตัวสินค้า และอยู่ระหว่างการกระจายเข้าช่องทางขายต่าง ๆ แบ่งเป็นกลุ่มออฟเทรด หรือร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต 70% และกลุ่มออนเทรด 30% โดยคาดว่าจะครอบคลุมช่องทางต่าง ๆ ได้ภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งภายในปีแรกของการเปิดตัว คาดว่าจะมียอดขายของแบรนด์ดังกล่าวอยู่ที่ 1 ล้านลัง


“แม้ว่าตลาดเหล้าในกลุ่มราคาต่ำกว่า 300 บาท ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาจะเติบโตทรงตัว แต่เรามองเห็นโอกาสที่จะเข้าไปมีมาร์เก็ตแชร์ในนั้นได้ เพราะเรามีโปรดักต์ที่เชื่อว่าจะตอบความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มแมส หรือสแตนดาร์ดได้เป็นอย่างดี ซึ่งในตลาดหรือคู่แข่งเอง ยังไม่สามารถตอบโจทย์ตรงนั้นได้ดีพอ”

นายเควนตินระบุต่อไปอีกว่า ในปีนี้กลยุทธ์ของบริษัท จะให้ความสำคัญกับกลุ่มสินค้าระดับสแตนดาร์ดที่เจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับแมสหรือกลางมากขึ้น อันได้แก่ รอยัล สแต็ก และการกลับมาลงทุนในแบรนด์ฮันเดรด ไพเพอร์ส ใหม่อีกครั้ง ควบคู่ไปกับการผลักดันในกลุ่มอื่น ๆ ทั้งกลุ่มบนและเพรสทีจ หลังจากที่นโยบายในช่วง 4 ปีก่อนหน้า ได้ให้น้ำหนักกับกลุ่มแบรนด์ระดับบน เช่น ชีวาส แอบโซลูทวอดก้า เจมสัน ฯลฯ และกลุ่มแบรนด์เพรสทีจ อาทิ ชีวาส 18 ปี มาร์แตล ฯลฯ เพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคที่มีรายได้สูง และนักท่องเที่ยวเป็นหลัก

ส่วนภาพรวมตลาดเหล้านำเข้าในปีนี้เติบโตค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากบรรยากาศและเซนติเมนต์ทางเศรษฐกิจยังไม่นิ่ง แต่คาดว่าปัจจัยต่าง ๆ จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น และการที่บริษัทนำเข้ารอยัล สแต็ก เข้ามาทำตลาดจะช่วยปลุกสีสันของตลาดให้กลับมามีการเติบโตและคึกคักอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องแผนการรับมืออัตราภาษีใหม่ จาก พ.ร.บ.สรรพสามิตที่จะประกาศใช้ในวันที่ 16 กันยายนนี้ ยังต้องรอติดตามข้อมูลก่อนที่จะกำหนดแผน หรือกลยุทธ์ต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้

เชื่อว่า ภาษีดังกล่าว และนโยบายของภาครัฐจะหันมาส่งเสริมการค้าขายระหว่างประเทศ และเปิดเสรีในการแข่งขันมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับธุรกิจของบริษัท