รับแก้ (ไข) ศัลยกรรมไม่ถูกใจ โอกาสใหม่คลินิกความงาม

รับแก้ (ไข) ศัลยกรรมไม่ถูกใจ โอกาสใหม่คลินิกความงาม
“ใคร ๆ ก็อยากสวย”…จึงไม่แปลกที่ช่วง 5 ที่ผ่านมา ตลาดศัลยกรรมในไทยจะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงวันนี้ว่ากันว่า ตลาดนี้มีมูลค่าตลาดรวม ๆ แตะ 4.5 หมื่นล้านบาท ไปเรียบร้อยแล้ว


ยิ่งดีมานด์คนอยากสวยที่เพิ่มไม่หยุด ทำให้มีคลินิกศัลยกรรมความงามผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด นี่ยังไม่นับรวมคลินิกเถื่อน-หมอเถื่อน ที่แอบเปิดให้บริการอยู่ทั่วมุมเมือง

ขณะเดียวกันก็มีข่าวคราวปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ในทำนองที่ว่า “หน้าพัง จมูกเบี้ยว หน้าอกเน่า หรือมีบางรายที่เสียชีวิต” และมีการขึ้นโรงพักแจ้งความเป็นระยะ ๆ

แน่นอนว่า “ความผิดพลาด” จากการศัลยกรรมดังกล่าว อีกด้านหนึ่งย่อมกลายเป็นโอกาสของธุรกิจเช่นกัน โดยล่าสุด ยันฮีได้เปิด “ศูนย์แก้ไขศัลยกรรมตกแต่งที่ไม่พึงพอใจจากที่อื่น”

รับแก้ (ไข) ศัลยกรรมไม่ถูกใจ โอกาสใหม่คลินิกความงาม

นายแพทย์สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันตลาดศัลยกรรมโตขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องรูปลักษณ์ เมื่อดีมานด์เพิ่มขึ้น จำนวนคลินิกเสริมความงามก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน โดยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีคลินิกเกิดขึ้นกว่า 1,000 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ และในทางกลับกัน ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่า มีคนไข้ที่ได้รับผลกระทบจากการทำศัลยกรรมมากขึ้น และเข้ามารับการแก้ไขที่ รพ.ยันฮีเพิ่มขึ้นทุกปี จากแนวโน้มที่เกิดขึ้น ยันฮีจึงเปิดศูนย์นี้ขึ้นมารองรับ ถามว่า คนไข้มาให้แก้ไขปัญหาอะไรมากที่สุด

“จมูกเอียง แก้ไขตาสองชั้น ดึงหน้า”

…นี่คือ 3 เคสยอดนิยม

“การแก้ไขการทำศัลยกรรมที่ผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ตลาดศัลยกรรมโตขึ้น ความนิยมเพิ่มขึ้น เพราะมีทางเลือกมาก ราคาค่ารักษาไม่แพง”

นายแพทย์สุพจน์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เพื่อรองรับการแก้ไขการทำศัลยกรรมที่ผิดพลาดต่าง ๆ ยันฮีได้ทีมแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม 15 ท่าน ซึ่งถือว่ามากที่สุดในกลุ่ม รพ.เอกชน พร้อมด้วยอุปกรณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความปลอดภัย

นอกจากนี้ ผู้บริหาร รพ..ยันฮียังคาดว่า ปีหน้า (2563) ศูนย์นี้จะสามารถสร้างรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 10% ของรายได้รวม

พร้อมกันนี้ นายแพทย์สุพจน์ยังกล่าวถึงภาพรวมของตลาดศัลยกรรมความงามในขณะนี้ว่า จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย และชะลอการทำศัลยกรรมออกไปก่อน จึงส่งผลกระทบต่อการเข้ามาใช้บริการของศูนย์ศัลยกรรมด้วย ทำให้ รพ.ต้องหาทางกระตุ้นตลาด ด้วยการพยายามสื่อสารกับผู้บริโภคในทุกช่องทางทั้งสื่อออนไลน์และออฟไลน์ เช่น หนังสือพิมพ์ ทีวี เป็นต้น

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการศัลยกรรมความงามเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้แม้ว่าโดยภาพรวมของคลินิกศัลยกรรมความงามจะชะลอตัวลงไปบ้าง จากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ลดลง แต่ในแง่ของการแข่งขันในตลาดยังมีค่อนข้างสูง หลัก ๆ จะเน้นเรื่องของราคาและโปรโมชั่นเป็นหลัก เช่น เสริมหน้าอกลด 50% ฉีดโบท็อกซ์ทั่วหน้าจาก 100,000 บาท เหลือ 39,900 บาท หรือเสริมจมูกในราคาหลักพัน จากราคาหลักหมื่น เป็นต้น รวมถึงมีการจัดโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิตหลายธนาคาร ด้วยโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0 % นาน 6 เดือน เป็นต้น

ด้าน นายแพทย์ธนัญชัย อัศดามงคล ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมโรงพยาบาลบางมด ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันตลาดศัลยกรรมในไทยมีมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านบาท และตลาดนี้มีแนวโน้มที่ขยายตัวขึ้นทุก ๆ ปี และมีโรงพยาบาลจากต่างประเทศขยายสาขาเข้ามาในเมืองไทยในรูปแบบร่วมทุนกับผู้ประกอบการชาวไทย สำหรับกลุ่ม รพ.บางมด ที่เน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับบน ปัจจุบันมีคนไข้ทั้งที่เป็นไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการ โดยส่วนใหญ่เข้ามาใช้บริการดึงหน้า ทำตา เสริมหน้าอก

วันนี้แม้ปัจจัยทางเศรษฐกิจอาจจะทำให้ตลาดศัลยกรรมความงามชะลอตัวลงไปบ้าง แต่ในแง่ของดีมานด์ความสวยยังมีอยู่ และนับวันอาจจะมีมากยิ่งขึ้น…ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ