iPrice เผย “คุณแม่ชาวไทย” สั่งสินค้าแม่และเด็กผ่าน “อีคอมเมิร์ซ” มากขึ้น

วันนี้ (21 ม.ค. 63) iPrice บริษัทวิจัยตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยข้อมูลสำรวจพฤติกรรมการซื้อสินค้าประเภทแม่และเด็กผ่านช่องทางออนไลน์ของคุณแม่ชาวไทยในปี 2019 พบว่า การซื้อสินค้าประเภทดังกล่าวได้รับความนิยมในกลุ่มคุณแม่ชาวไทยช่วงอายุ 25-34 ปี โดย “อุปกรณ์การป้อนอาหาร (Feeding)” เป็นสินค้าที่ได้รับการสั่งซื้อมากที่สุด ขณะที่รูปแบบการเก็บเงินปลายทางกำลังได้รับความนิยมสูงขึ้น

ทั้งนี้ iPrice ได้ร่วมกับ Motherhood Thailand ร้านค้าอีคอมเมิร์ซผู้จัดจำหน่ายสินค้าสำหรับแม่และเด็กชั้นนำในไทย ทำการสำรวจพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์ของคุณแม่ชาวไทยปี 2019 โดยพบว่า คุณแม่ชาวไทยช่วงอายุ 25-34 ปี กว่า 45.1% นิยมอ่านเคล็ดลับการเลี้ยงลูกหรือวิธีเลือกซื้อสินค้าก่อนสั่งซื้อสินค้าจริง รองลงมาคือคุณแม่ช่วงอายุ 35-44 ปี และคุณแม่วัยใสช่วงอายุ 18-24 ปี ที่ต่างก็นิยมหาเคล็ดลับเลี้ยงบุตรก่อนเลือกซื้อสินค้าเช่นกัน

ทั้งนี้ Motherhood Thailand ได้เก็บผลสำรวจจากผู้เข้าชมเว็บไซด์บทความเคล็ดลับการเลี้ยงลูก (Story Motherhood) โดยพบด้วยว่า สัดส่วนของลูกค้าที่เข้ามาอ่านข้อมูลสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อแบ่งตามเพศยังมีความใกล้เคียงกัน โดยผู้หญิงอยู่ที่ 57.48% ขณะที่ผู้ชายอยู่ที่ 42.52% คาดว่าสาเหตุสำคัญมาจากการที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซมักมีส่วนลดสำหรับลูกค้าใหม่ ทำให้จำนวนผู้สมัครบัญชีลูกค้าใหม่ไม่เน้นหนักไปที่เพศใดเพศหนึ่ง เพราะคุณพ่อและคุณแม่ก็ต่างสมัครบัญชีเพื่อรับส่วนลดดังกล่าว

ผลการสำรวจยังระบุว่า สินค้าประเภทอุปกรณ์การป้อนอาหาร ซึ่งเป็นสินค้าที่มีอายุการใช้งานจำกัดเนื่องจากชำรุดง่ายและต้องเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของเด็ก อีกทั้งยังต้องดูแลทำความสะอาดเป็นพิเศษอย่าง จุกขวดนม ขวดนม และภาชนะบรรจุน้ำนม เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมสั่งซื้อออนไลน์มากที่สุด

รองลงมาคือ อุปกรณ์อาบน้ำที่การขายทางอีคอมเมิร์ซมีราคาต่ำกว่าท้องตลาดและมีการจัดโปรโมชั่นบ่อยครั้ง รวมถึงมีรูปแบบให้เลือกมากกว่าร้านค้าทั่วไป จึงเป็นสินค้าที่คุณแม่ชาวไทยนิยมสั่งซื้อทางออนไลน์เป็นอันดับที่ 2 ขณะที่สินค้าที่มียอดการสั่งซื้อสูงเป็นอันดับที่ 3 คือสินค้าประเภทรถเข็นเด็กที่มีขนาดใหญ่ และร้านค้าออนไลน์มักให้รายละเอียดสินค้าให้เลือกซื้ออย่างหลากหลาย บางรุ่นยังมีการรับประกันอายุการใช้งานอีกด้วย ขณะที่ผ้าอ้อมเด็กก็ได้รับการความนิยมเช่นกัน เนื่องจากส่วนมากมักจัดจำหน่ายเป็นหีบห่อขนาดใหญ่ และผู้บริโภคมักซื้อในแต่ละครั้งจะมากกว่า 1 ชิ้น จึงไม่สะดวกต่อการออกไปซื้อด้วยตนเอง

ขณะที่ช่องทางการชำระเงินแบบเก็บเงินปลายทางกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากบริษัทจัดส่งสินค้าอื่น ๆ ต่างมีบริการเก็บเงินปลายทางเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าวของลูกค้าที่รู้สึกปลอดภัยมากกว่า จากการที่สามารถชำระเงินโดยได้รับสินค้าในทันที

อย่างไรก็ตาม การจ่ายผ่านบัตรที่สามารถผ่อนชำระเป็นงวดกับทางธนาคารได้ ยังคงเป็นรูปแบบการชำระเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทย ส่วน “ออนไลน์ แบงกิ้ง” ที่สะดวกสบายเพียงการสแกนคิวอาร์ โค้ด หรือระบุข้อมูลส่วนตัวก็สามารถชำระค่าสินค้า และยังไม่เสียค่าธรรมเนียมก็กำลังเป็นช่องทางการชำระเงินอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเช่นกัน

ผลการสำรวจยังพบว่า นอกจากชาวกรุงเทพและปริมณฑลที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์เป็นอันดับหนึ่งแล้ว ที่น่าสนใจสำหรับปี 2019 คือ คุณแม่ชาวจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้ซื้อสินค้าแม่และเด็กผ่านออนไลน์มากขึ้นถึง 6.96% ของยอดการสั่งซื้อ สาเหตุมาจากการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีตัวเลือกที่หลากหลาย และตอบโจทย์ความต้องการได้มากกว่า

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ