“ยามาฮ่า” สบช่องกลุ่มเฮอริเทจ เท 100 ล้านผุดโชว์รูมรับตลาดบิ๊กไบก์บูม

ยามาฮ่าเร่งเครื่องลุยตลาดบิ๊กไบก์ เทงบฯ 100 ล้าน เจาะกลุ่ม “เฮอริเทจ”สอดคล้องเทรนด์ตลาดทั่วโลก เผยเดินหน้าผุด 3 โชว์รูมไรเดอร์คลับ

นายประวัติ ประเสริฐพร ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายวางแผนการขาย และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบก์ในปีที่ผ่านมาว่า มีการเติบโตน่าพอใจ ยอดขายรวมขยายตัว 20% ทำได้จาก 25,000 คันในปี 2559 มาเป็น 30,000 คันในปี 2560 ส่วนยามาฮ่าเติบโตขึ้นมีส่วนแบ่งตลาด 7% ขายได้ 2,462 คัน และคาดการณ์ว่าปีนี้ตลาดรวมน่าจะทำได้ 40,000 คัน ขณะที่ยามาฮ่าน่าจะโต 14% หรือมียอดขาย 2,800 คัน

“บิ๊กไบก์ปีที่ผ่านแบ่งตามกลุ่มเป็นทัวริ่ง 18% สปอร์ต 19% เน็กเกต 39% เฮอริเทจ 23% และสกู๊ตเตอร์ 1%”

โดยรถในกลุ่มเฮอริเทจถือเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูงจาก 12% เป็น 23% เป็นไปตามแนวโน้มของตลาดโลก และปีนี้ยามาฮ่าจะเน้นบุกตลาดกลุ่มนี้เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยจะใช้แคมเปญฟาสเตอร์ซัน (faster sons) ซึ่งเป็นโกลบอลแคมเปญที่ยามาฮ่าจะใช้เพื่อการสื่อสารการตลาด สำหรับรถจักรยานยนต์ในกลุ่มนี้ และปีนี้จะมีการจัดบิ๊กอีเวนต์ หรือเฮอริเทจ เฟสติวัล 4 ครั้งใหญ่ ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เพื่อเข้าหาลูกค้าได้ตรงกลุ่ม

“ตอนนี้แนวโน้มของตลาดทั้งในประเทศไทย และตลาดโลก รถในกลุ่มเฮอริเทจกำลังมาแรง เป็นกระแสมาจากยุโรปไปญี่ปุ่น และอเมริกาโดยกำลังเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งลูกค้าเองให้การตอบรับค่อนข้างดี และรถกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะเติบโตเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เฉพาะแต่ตัวรถเท่านั้น แต่ในส่วนของอุปกรณ์ประดับยนต์ เครื่องแต่งกายก็จะเติบโตตามไปด้วย”

ยามาฮ่ายังมีแผนตกแต่งโชว์รูมยามาฮ่าไรเดอร์คลับให้เป็นมุม “เฮอริเทจ” ทุกโชว์รูมด้วย เช่นเดียวกับการจัดบูทยามาฮ่า ตามงานแสดงรถจักรยานยนต์ต่าง ๆ ซึ่งมีมุมเฮอริเทจคู่ขนานกันไป

ปีนี้บริษัทมีแผนงานทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท สำหรับทำตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ โดยแบ่งออกเป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 3 รุ่น และการขยายโชว์รูมศูนย์บริการไรเดอร์คลับ เพิ่มอีก 3 แห่ง ที่พิษณุโลก อุดรธานี และกรุงเทพมหานคร

นายประวัติยังกล่าวถึงแผนการเปิดโชว์รูมยามาฮ่าไรเดอร์คลับ พบว่าที่ผ่านมากลุ่มผู้ลงทุนจะเป็นดีลเลอร์ ผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าอยู่เดิม ซึ่งเข้ามาลงทุน ทั้งในส่วนของยามาฮ่า ไรเดอร์คลับ และยามาฮ่า สแควร์ จากตัวเลขพบว่ามีลูกค้าถึง 20% ที่เข้ามาดูรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก แล้วเปลี่ยนใจไปจบการซื้อที่กลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ มีสัดส่วนอย่างไม่เป็นทางการถึง 20% ด้วย