บีเอ็มดับเบิลยู เท 500 ล.บาท ขึ้นไลน์ผลิตแบตเตอรี่แรงดันสูงแห่งแรกในอาเซียน ประเดิมป้อนซีรี่ส์5

นายอูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้จับมือกับพันธมิตรอย่างแดร็คเซิลไมเออร์กรุ๊ป เพื่อเปิดโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศอย่างเป็นทางการภายใต้งบลงทุนกว่า500 ล้านบาท

โดยโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอชลบุรี2 ถือเป็นโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ปแห่งเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่คลอบคลุมทั้งส่วนของการประกอบโมดูลแบตเตอรี่และการประกอบตัวเซลล์แบตเตอรี่

และได้เริ่มต้นสายการประกอบตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 

สำหรับแบตเตอรี่แรงดันสูงเป็นหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญของรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ประเภทไฮบริดหรือรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ทั้งยังเป็นชิ้นส่วนที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ทักษะเฉพาะด้านในการผลิตซึ่งเมื่อโรงงานแห่งนี้ประกอบตัวแบตเตอรี่แรงดันสูงแล้วเสร็จ

จะถูกส่งไปยังโรงงานบีเอ็มดับเบิลยูที่ระยองเพื่อนำไปติดตั้งในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในตระกูลบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์5 ซึ่งได้เริ่มต้นเฟสแรกไปแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

“เราได้ผู้เชี่ยวชาญจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มิวนิค ได้ร่วมวางรากฐานกระบวนการประกอบแบตเตอรี่ที่โรงงานแห่งใหม่ของแดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการประกอบในประเทศไทยสอดคล้องกับมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปและเพื่อวางรากฐานสำหรับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในอนาคตด้วย”

ปัจจุบันโรงงานบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ปแมนูแฟคเจอริ่งประเทศไทยประกอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดตั้งแต่ปี2560 โดยทำการประกอบมาแล้ว4 รุ่นด้วยกันคือบีเอ็มดับเบิลยู330e บีเอ็มดับเบิลยู530e บีเอ็มดับเบิลยูX5 xDrive40e และบีเอ็มดับเบิลยู740Le ซึ่งผลิตจากโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ระยอง

สำหรับบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ปประเทศไทยได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) สำหรับการลงทุนประกอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดมูลค่า700 ล้านบาท 

และบริษัทฯได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งมาร่วมลงทุนกับแดร็คเซิลไมเออร์กรุ๊ปประเทศไทยเพื่อพัฒนาโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงที่มีมูลค่าการลงทุน 500 ล้านบาท

โดยความสำเร็จครั้งนี้จะยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศและแสดงถึงความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมไฟฟ้าที่ยั่งยืนต่อไป

Previous articleกรมทางหลวงเปิด 14 เส้นทางเลี่ยงน้ำท่วมภาคอีสาน 6 จังหวัด
Next articleสมาร์ทซิตี้-เมืองอัจฉริยะ หรือเมืองคุณภาพและน่าอยู่