“สยามยีเอสแบตเตอรี่” สยายปีก ปักธง”เมียนมา” กินรวบตลาด

“สยามยีเอสแบตเตอรี่” สยายปีก ปักธง”เมียนมา” กินรวบตลาด

กลุ่มสยามกลการปลุกปั้น “ยีเอสแบตเตอรี่” เติบโตเคียงคู่กับอุตสาหกรรมรถยนต์มายาวนาน แต่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ แค่ทำตลาดในประเทศอย่างเดียวไม่เพียงพอซะแล้ว การขยายตลาดไปยังต่างประเทศจึงเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักของยักษ์ใหญ่ซัพพลายเออร์รายนี้ “คณิต บุญนำ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามยีเอสแบตเตอรี่เมียนมาร์ จำกัด ฉายภาพแนวคิดและทิศทางการทำตลาดของสยามยีเอสแบตเตอรี่ที่ตัดสินใจเข้าไปตั้งโรงงานผลิตในประเทศเมียนมา

Q : ความต้องการใช้แบตเตอรี่ในเมียนมา

ก่อนอื่นต้องมาดูภาพรวมทางด้านเศรษฐกิจและการเติบโตของเมียนมา หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงภายในแล้ว ถือว่ามีการเติบโตค่อนข้างชัดเจน ดูจากประชากรรถยนต์นั่งในช่วง 7 ปีก่อนอยู่ 280,000 คัน แต่ปีล่าสุดมีเกิน 2 เท่าตัวหรือ 600,000 กว่าคัน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดให้เห็นถึงการเติบโตของเมียนมาว่ามีสูง และนี่ถือเป็นหนึ่งเหตุปัจจัยที่สยามยีเอสแบตเตอรี่มองการเข้าไปส่งเสริมการตลาดในนี้ สำหรับตลาด แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ 1.กลุ่มแบตเตอรี่ทดแทน ซึ่งเป็นตลาดหลักที่เราทำส่วนอนาคตอันใกล้นี้ สยามยีเอสฯจะเข้าไปเจาะผู้ผลิตยานยนต์หรือโออีเอ็ม ในเมียนมามีผู้ผลิตรถยนต์เข้าไปตั้งโรงงาน ทั้งนิสสัน ซูซูกิ ฟอร์ด ฮุนได ในเวลาไม่เกิน 2 ปีจากนี้ คาดว่าค่ายโตโยต้าก็จะเข้าไปตั้งโรงงานด้วยเช่นกัน ซึ่งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเดียวกับที่เราอยู่ด้วยที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทิลาวา ซึ่งการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ 100% ด้วย

นี่ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจลงทุน “สยามยีเอสฯ” ก็อยากจะมีส่วนร่วมในตลาดนี้ด้วยบริษัทจะเน้นไปที่แบตเตอรี่ชนิดที่ไม่ต้องดูแลตลอดการใช้งาน (maintenance free battery) จึงได้มีการจัดตั้งโรงงานชาร์จแบตเตอรี่ ภายใต้การดูแลของ Siam GS Battery Myanmar Limited. รองรับตลาดแบตเตอรี่ชนิดไม่ต้องเติมน้ำกลั่น

Q : มองคู่แข่งในตลาดอย่างไร

สยามยีเอสแบตเตอรี่ได้เข้าไปตั้งโรงงานขนาด 90,000 ตร.ม. แม้จะเป็นโรงงานที่ไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับโรงงานในโซนเดียวกัน แต่เราก็จะได้พยายามนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากต่างประเทศ ทั้งจากญี่ปุ่น ยุโรป เข้าไปใช้เพื่อส่งเสริมในเรื่องของการผลิต โดยจะมุ่งไปในมุมของการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดส่ง ยกระดับคุณภาพสินค้าเพื่อให้ลูกค้าสามารถมั่นใจในคุณภาพ รวมทั้งการส่งเสริมด้านการขายและการตลาดการพัฒนาบุคลากร ซึ่งได้ส่งทีมงานจากเมียนมามาอบรมในไทย และอนาคตส่งไปอบรมที่ญี่ปุ่น ซึ่งมั่นใจสยามยีเอสแบตเตอรี่สามารถเป็นที่หนึ่งในการซัพพลายแบตเตอรี่ให้กับเมียนมาได้

Q : กำลังผลิตในปัจจุบัน

วันนี้ยังผลิตแค่ 70-80% เท่านั้น หรือผลิตอยู่ประมาณ 50,000-60,000 ลูกต่อปีเพื่อรองรับตลาดทดแทน ส่วนตลาดโออีเอ็มยังไม่ได้เริ่มจากกำลังผลิตที่ 76,000 ลูกต่อปี สำหรับแบตเตอรี่ maintenance free และยังมีนำเข้าจากไทยในส่วนของแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่นด้วยคาดว่าจะสามารถเริ่มได้ในปี 2563 แบ่งเป็นแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ 60% และแบตเตอรี่สำหรับอาคารบ้านเรือน 40% และเทรนด์ของบ้านเรือนจะลดลงไปเรื่อย ๆ โดยขณะนี้บริษัทได้เจรจากับซูซูกิซึ่งอยู่ในนิคมเดียวกัน ซึ่งมีความต้องการเดือนละ 1,000 ลูกต่อเดือน จากกำลังผลิตของเขาที่ 12,000 คันต่อปี บริษัทมั่นใจว่าในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นจะใช้ยีเอสแบตเตอรี่ ปัจจุบันเราเน้นแบตเตอรี่ maintenance free มีการเติบโตมากขึ้น สัดส่วนที่เราจำหน่าย 80% เป็นแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่น และ 20% เป็นแบต maintenance free และความต้องการรถยนต์และแบตเตอรี่ในเมียนมาที่ 680,000 คันนั้น หลัก ๆ จะกระจุกตัวอยู่ใน 3 เมืองหลักคือ ย่างกุ้ง, เนย์ปิดอว์, มัณฑะเลย์

Q : มีเครือข่ายการจัดจำหน่ายแค่ไหน

เรามีดิสทริบิวเตอร์อยู่ 3 ราย และมีรีเทลเลอร์อีกหลายร้อยราย ซึ่งจะมีศูนย์ช่วยกระจายสินค้าหลัก ๆ 2 จุดใหญ่ ๆ คือ ย่างกุ้งจะครอบคลุมพื้นที่ส่วนกลางลงมาถึงทางตอนใต้ และอีกส่วนหนึ่งคือมัณฑะเลย์ขึ้นไปทางด้านเหนือในเมียนมา มีทั้งแบตเตอรี่แบบโลคอลและอิมพอร์ต แต่มีจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะนำเข้าไปจากไทย รวมทั้งจีนและเกาหลี แต่สัดส่วนไม่มาก ความต้องการใช้แบตเตอรี่ในเมียนมามีอยู่มากกว่า 1.2 ล้านลูกต่อปี แต่ 80%ยังเป็นแบบเติมน้ำกลั่น

Q : เล็ง ปท.ไหนเพิ่มเติม

นอกจากเมียนมาแล้ว สยามยีเอสแบตเตอรี่ มีการส่งออกไปที่กัมพูชายังไม่ถึง 100,000 ลูกต่อปี ลาวหลักแสนลูกต่อปี มาเลเซียมี 2 ส่วนคือ อาร์อีเอ็มและโออีเอ็มอยู่ 300,000 ลูกต่อปี ถือเป็นความภาคภูมิใจของเราว่าแบตเตอรี่ของสยามยีเอสฯมีการส่งกลับไปขายที่ญี่ปุ่นปีละ 200,000 กว่าลูก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นด้วย

Q : ตั้งเป้ากับตลาดเมียนมาอย่างไร

เนื่องจากเรามีทั้งการผลิตที่โรงงานในเมียนมา และนำเข้าจากไทยเข้าไปจำหน่าย คาดว่าในปีหน้าจะมียอดขายได้เกือบ ๆ 400,000 ลูก จากกำลังผลิตที่สยามยีเอสฯมีอยู่ 4 ล้านลูกต่อปี

และมีแผนจะเพิ่มกำลังผลิตในเร็ว ๆ นี้ ด้วยแบ่งเป็นส่งออก 25% และรองรับความต้องการในประเทศ 75% วันนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมแผนงาน 5 ปี (2562-2566) ขณะที่เป้าหมายของสยามยีเอสแบตเตอรี่ประเทศไทยอยู่ที่ 4 ล้านลูกในปีนี้ จากปีก่อนที่ทำได้ 3.4 ล้านลูกต่อปี ปีนี้ถือว่าตลาดส่งออกค่อนข้างดี ทำให้มีรายได้ราว 5,000 เกือบ 6,000 ล้านบาท

Q : โอกาสทำแบตเตอรี่รถ PHEV และ EV

ตอนนี้เรายังไม่มีการผลิตแบตเตอรี่ประเภทนี้ แต่ได้มีการหารือและทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ค่ายรถยนต์บางค่ายเพื่อพัฒนาแบตเตอรี่ EV


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ