‘ออเจ้า’ ฟีเวอร์

คอลัมน์ Market-think

โดย สรกล อดุลยานนท์

ท่ามกลาง “ข่าวร้าย” ก็มี “ข่าวดี”

เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ ช่อง 3 เพิ่งประกาศตัวเลขผลประกอบการปี 2560 ว่ากำไรลดเหลือเพียง 61 ล้านบาท

ลดลงจาก 1,218 ล้านในปี 2559

Advertisment

และถ้าดูตัวเลขย้อนกลับไปอีก 2 ปี จะยิ่งน่าตกใจมากขึ้น

เพราะปี 2558 กำไรของช่อง 3 เคยสูงถึง 2,982 ล้านบาท

และกำไร 4,414 ล้านบาทในปี 2557

ดูจาก “ตัวเลข” แล้วน่ากลัวมาก

Advertisment

นอกจากตัวเลขกำไรจะลดลงแล้ว

“เรตติ้ง” ของช่องก็ลดลงเรื่อย ๆ

นั่นคือ “ข่าวร้าย” ของ “ช่อง 3” แต่ในช่วงเวลาเดียวกันก็มี “ข่าวดี” เกิดขึ้น

เมื่อละคร “บุพเพสันนิวาส” สร้าง”ปรากฏการณ์” ในวงการโทรทัศน์ระดับ “หยุดเวลา” คนเกือบทั้งประเทศไว้ที่หน้าจอโทรทัศน์

แค่ 2 ตอนแรกก็กลายเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วบ้านทั่วเมือง

“โซเชียลมีเดีย” มีแต่เรื่องราวของแม่หญิงการะเกด และหมื่นสุนทรเทวา

คำว่า “ออเจ้า” กลายเป็นคำฮิต

“เรตติ้ง” ของ “บุพเพสันนิวาส” พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ

มาถึงตอนที่ 5 เรตติ้งทั่วประเทศสูงถึง 11.4 ใน กทม. 16.0

ตอนนี้ถ้าเทียบกันตอนต่อตอนเรตติ้งของ “บุพเพสันนิวาส” ชนะ “นาคี” ไปแล้ว

นั่นหมายความว่าถ้ารักษาระดับนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงตอนจบ

โอกาสที่ตอนจบของ “บุพเพสันนิวาส” จะมี “เรตติ้ง” สูงกว่า “นาคี”

เรตติ้ง “นาคี” ตอนจบ ทั่วประเทศ 17 กทม. 20

ต้องรอดูว่า “เรตติ้ง” ตอนจบของ “บุพเพสันนิวาส” จะไปถึงเท่าไร

ส่วนโลกโซเชียลมีเดีย “บุพเพสันนิวาส” ก็แรงมาก

ฟีดข่าวในเฟซบุ๊กช่วงละคร เต็มไปด้วยเรื่องราวของ “สองหมื่น-แม่หญิงการะเกด” และ “อาหาร” ในเรื่อง

เทรนด์ทวิตเตอร์ #บุพเพสันนิวาส พุ่งขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก

แรงขนาดนั้น

แรงกระเพื่อมของละครเรื่องนี้ถึงขั้นที่คนแห่ตามไปดูวัดต่าง ๆ ในอยุธยาจนแน่นขนัดตามรอย “บุพเพสันนิวาส”

หรือไปกิน “มะม่วงน้ำปลาหวาน-กุ้งเผา” ทันทีที่ละครจบตอน

หรือสินค้าต่าง ๆ โหนกระแส “การะเกด” กับ “หมูกระทะ”

ทั้ง ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่โฆษณาขายกระทะ

หรือ บาร์บีคิว พลาซ่า ขาใหญ่ของวงการปิ้งย่าง

ละครยังไม่ทันจบ เฟซบุ๊กของ 2 เจ้านี้ก็อิงกระแสทันที

เชื่อว่าตอนนี้ทุกสินค้าต้องให้ทีมงานมาร์เก็ตติ้งอ่านเรื่องย่อของละครเรื่องนี้

ดูว่าตอนไหนพูดถึงเรื่องอะไร

ถ้าเข้ากับสินค้าจะได้อิงกระแสทันท่วงที

ปรากฏการณ์ “บุพเพสันนิวาส” ทำให้ “ช่อง 3” ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

จากเดิมที่คิดว่า “ช่อง 3” หมดแรงแล้ว

กลายเป็นว่า “ยักษ์” ก็คือ “ยักษ์”

ขอแค่ขยับตัวได้ถูกทิศ

ปรับตัวเข้ากับกระแสลม

“ยักษ์” ก็ติดปีกทันที

ละครโทรทัศน์ที่เคยเป็น “หัวรถจักร”

ของ “ช่อง 3” อ่อนเปลี้ยเพลียแรงมาพักหนึ่ง

เพราะถูกละครช่องวันและรายการวาไรตี้ของช่องเวิร์คพอยท์กระหน่ำ

แต่พอ “บุพเพสันนิวาส” ปล่อยออกมาแล้ว “โดน”

สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป

ไม่เพียงแต่ “รายได้” จากค่าโฆษณาจากละครเรื่องนี้

แต่ยังหมายถึง “ความเชื่อมั่น” ด้วย

ถ้า “ช่อง 3” ปล่อยละครที่ “โดน” ระดับนี้หรือใกล้เคียงออกมาอีกสัก 2-3 เรื่อง

บางทีทุกอย่างอาจดีขึ้น

แต่ในเชิง “สินค้า” ต้องยอมรับว่า “ละคร” นั้นสู้ “รายการ” ไม่ได้เรื่องหนึ่ง

นั่นคือ “เรตติ้ง” ของ “ละคร” ขึ้นกับแต่ละเรื่อง

จบแล้วจบกัน

เรื่องใหม่ต้องมาเริ่มนับ 1 อีกครั้ง

ไม่เหมือนกับ “รายการ” ถ้าได้รับความนิยมแล้ว “เรตติ้ง” ก็จะยังรักษาระดับอยู่ได้นาน ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่

เหมือนกับ “ไมค์ทองคำ” หรือ “ซูเปอร์เท็น”

แต่อาจยกเว้น “เดอะ แมสก์ ซิงเกอร์” ที่ “เรตติ้ง” ตกเร็วไปหน่อย

“ช่อง 3” เคยพยายามแก้เกมด้วยละครที่มีหลายภาคแบบ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ”

ถ้าภาคแรกโดน ภาคต่อไปก็รับอานิสงส์ต่อไปเลย

ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่

แต่ใน “ดี” ก็มี “เสีย”

เพราะถ้าภาคแรกไม่โดน ภาคต่อไป

ก็เหนื่อยหน่อย

หรือต้องยกเลิกไปเลย

วันนี้คงต้องให้กำลังใจ “ช่อง 3” ที่มี “ข่าวดี” มาปลอบใจ

ถ้าเรียนรู้จากกระแสที่เกิดขึ้นในเวลานี้

บางที “ยักษ์” ที่เคยหลับ

ก็จะได้เวลา “ตื่น” ขึ้นมาสักที