ส่องว่าที่รัฐมนตรีไฟแรง ออก Action Plan ก่อนนั่งเก้าอี้

ใกล้เข้ามาสำหรับโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ 2/1 หลังจาก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันว่าจะเห็นหน้า-เห็นหลัง ครม.ใหม่กลางเดือน ก.ค. “กลางเดือนนะจ๊ะ เรียบร้อยหมด โปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อีกไม่นานหรอกจ้ะ อยู่ในห้วงเวลาทั้งหมดเลย”

ทั้งว่าที่รัฐมนตรีที่ตำแหน่งนิ่งแล้ว-ทั้งฝ่ายข้าราชการประจำ เริ่มออกแอ็กชั่นเตรียมพร้อมสำหรับฤดูทำงานใหม่ เสิร์ฟวาระร้อนให้รัฐบาลเลือกตั้งกันแล้ว

ฝั่งบุคคลที่จะได้รับตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรี คนที่ออกตัวเร็ว-แรงที่สุดคือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าที่รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ที่จะติดตั้งนโยบายกัญชาเสรีใน ครม.ประยุทธ์ 2/1 นำคณะไปเยือน รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เพื่อศึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์ของโรงพยาบาล ยังมีร่างกฎหมายเตรียมผลักดันเข้าสภา เสร็จสรรพ รับตำแหน่งไม่ต้องรอศึกษารายละเอียดให้เสียเวลา ลุยได้ทันที

ด้าน “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ว่าที่รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ วางแผนผลักดันนโยบายต่าง ๆ ของพรรคบรรจุลงในร่างนโยบายของรัฐบาล ที่จะแถลงต่อสภา เพื่อเป็นผลผูกพันงบประมาณ โดยเฉพาะประกันรายได้พืชผลทางการเกษตรต้องใช้งบฯ 100,000 ล้านบาทต่อปี

“สุวิทย์ เมษินทรีย์” จากพรรคพลังประชารัฐ เป็นว่าที่ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แวะเข้าไปดูห้องทำงานในกระทรวงใหม่เรียบร้อยทั้งเขาเป็นผู้ริเริ่มขึ้นนี้เมื่อครั้งมีตำแหน่งในรัฐบาล คสช.

เช่นเดียวกับ รัฐมนตรีสายโควตาพิเศษ เช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้ขยับตัว-ห้องทำงานไปไหน


สำหรับกระทรวงมหาดไทย โควตา มท.1 เป็นโควตา “พล.อ.ประยุทธ์” ที่กันไว้ให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นั่งตำแหน่งเดิมต่อ โดยทีมงานไม่ได้มีการเก็บข้าวเก็บของ เป็นสัญญาณว่าคนเดิมยังตีตราจอง ซึ่ง “พล.อ.อนุพงษ์” กล่าวสั้น ๆ ว่า “ไว้ตั้งเสร็จค่อยคุยกัน” 

ส่วนตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการ รหัส มท.2 และมท.3 มี “นิพนธ์ บุญญามณี” จากประชาธิปัตย์ และ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” จากภูมิใจไทย นั่งประกบ ล่าสุดกระทรวงมหาดไทย โดยสำนักนโยบายและแผน สั่งทุกหน่วยงาน ทุกกรม การจัดทำข้อมูลสำคัญเพื่อสรุปให้รัฐมนตรีที่จะเข้ามาใหม่ เตรียมการต้อนรับรัฐมนตรีใหม่พร้อมสรรพ

ขณะที่ บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เตรียมแผนรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร และค่าครองชีพเสนอต่อรัฐมนตรีคนใหม่ เช่น มหกรรมธงฟ้าประชารัฐที่จะลดขนาดลง และกระจายไปยังพื้นที่เขต/อำเภอมากขึ้น รวมถึงลดการจ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อส่งเสริมการใช้ปาล์มน้ำมันในการผลิตน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ B20 อัตราลิตรละ 5 บาท

ส่วน นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ดีอีเตรียมเรื่องไว้ต้อนรับรัฐมนตรีใหม่ คือ ผลักดันกฎหมายลูก 2 พ.ร.บ.สำคัญ ได้แก่ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีการออกกฎหมายลูกอีกหลายฉบับเพื่อเป็นกรอบการทำงาน

รวมถึงการจัด 2 หน่วยงานใหม่ภายใต้ พ.ร.บ. ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จะมีกรอบเวลาบังคับอยู่ในกฎหมาย จึงต้องเร่งทำให้เสร็จ และมีโครงการเข้าร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP เพื่อบริหารดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) ไทยคม 5 และไทยคม 6 หลังสิ้นสุดสัมปทานกับ บมจ.ไทยคม เดือน ก.ย. 2564 ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

เมื่อ 29 ม.ค. 2562 ที่เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการดาวเทียมทุกดวงที่มีอายุทางวิศวกรรมเหลืออยู่หลังสิ้นสุดสัญญา รวมทั้งทรัพย์สินต่าง ๆ ตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2556 (PPP)

ขณะที่ นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีนี้ สศค.เตรียมเสนอ รมว.คลังคนใหม่พิจารณา กระตุ้นด้านการบริโภค เพราะให้ผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจได้ทันที

ด้าน นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับสัญญาณว่า เมื่อรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงาน กระทรวงการคลังจะเดินหน้าโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ) รอบใหม่ ซึ่งเกณฑ์คุณสมบัติต่าง ๆ อาจมีการปรับปรุง โดยพิจารณานำนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของแต่ละพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลมาดำเนินการผ่านทางบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อที่จะเป็นการช่วยเหลืออย่างถูกฝาถูกตัว ซึ่งเท่าที่ทราบพรรคร่วมทุกพรรคเห็นพ้องกันที่จะใช้ช่องทางนี้

Previous article“หัวเว่ย” ฆ่าไม่ตาย พร้อมจะแข็งแกร่งกว่าเดิม
Next articleชลบุรี-ระยอง-แปดริ้วค้านระบบรางอีอีซี เสนอเบี่ยงแนวเข้าย่าน “ธุรกิจ-ท่องเที่ยว”