ชิงไมค์ “ทีมโฆษกบิ๊กตู่ สมัย 2” ครบเครื่องตำรับ “ประชารัฐ” เก๋าเกมการเมือง

ศึกชิงตำแหน่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยที่ 2 เพิ่มดีกรีความเข้มข้นมากขึ้นทุกขณะ เมื่อคนอยากเป็นไม่ได้เป็น คนไม่อยากเป็นกลับได้เป็น

ชื่อ-เสียงที่มาแรงแซงทางโค้ง อย่าง “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ-กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีดีกรีเป็นอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรี (ผช.รมต.) ประจำกระทรวงการคลัง (นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ อดีต รมว.คลัง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 1) “สายตรง” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ “สำนักนิด้า” เบื้องหลังมือทำนโยบายบัตรคนจน-มารดาประชารัฐ เป็นอดีตอาจารย์ในแวดวงวิชาการ-วิจัย มีคำนำหน้าชื่อด้วยตำแหน่ง “ศาสตราจารย์”

“ศ.นฤมล” คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงวิชาการกว่า 15 ปี ก่อนผันตัวเองจาก “อาจารย์แหม่ม” ลงเล่นการเมืองในนามพลังประชารัฐ จนชื่อคุ้นหู-ติดตาจากการเป็นพิธีกรรายการ “อ.แหม่มขอเคลียร์” ในเพจพรรค คอยชงนโยบายประชารัฐ-เชือดเฉือนนโยบายคู่แข่งในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา

โปรไฟล์ไม่ธรรมดา จบการศึกษาสถิติศาสตรบัณฑิต (คณิตศาสตร์ประยุกต์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Master of Science (คณิตศาสตร์ประยุกต์) Georgia State University ประเทศสหรัฐอเมริกา Master of Business Administration (Applied Economics) University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา Doctor of Philosophy (Finance) University of Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา

ประสบการณ์ที่สำคัญเป็นที่ปรึกษาด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน พ่วงด้วยสายสะพายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือก

ตรงสเป็ก “พล.อ.ประยุทธ์” ทุกกระเบียดนิ้ว

“ต้องเป็นคนรอบรู้ เข้าใจระบบการเปลี่ยนแปลงของประเทศและสังคมโลกยุคโซเชียล ยุคดิจิทัลและมีความรู้เรื่องระบบราชการด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ล็อกสเป็กโฆษกรัฐบาลคนใหม่

ขณะที่ชื่อ “โทรโข่งรัฐบาล” ที่ครองกระแสหน้าสื่อ “ดร.แด๊ก” ธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพลังประชารัฐ สายตรง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” แกนนำกลุ่มสามมิตร จอม “ปะ-ฉะ-ดะ” แทน “นาย” ได้รับการสนับสนุน “ต่อหน้า” จากนายอุตตม สาวนายน หัวหน้า-นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค

โดยเฉพาะการตบไหล่เบา ๆ ของ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ “ศิษย์เก่าสำนักโฆษก” อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 1 จนมีชื่อติด 1 ใน 3 แคนดิเดตโฆษกรัฐบาลที่ถูกเสนอชื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้คัดเลือก

อีก 1 ชื่อ คือ “วันภาดา วรกานนท์” ส.ส.กทม. เขต 6 พลังประชารัฐ เคยรับราชการในสภาพัฒน์ ผ่านการทำงานในภาคเอกชน-ค่ายมือถือสีฟ้า-สีส้ม และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อดีตภรรยา “ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต” อดีตโฆษกพรรคประชาธิปัตย์

ถึงแม้ “ธนกร” จะ “อกหัก” จากเก้าอี้โฆษกรัฐบาล แต่ “โมเดลทีมโฆษก” ที่ “ถูกเซต” ขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า-ในมือ พล.อ.ประยุทธ์ คือ การให้ “ดร.แด๊ก” นั่งเก้าอี้ “รองโฆษกรัฐบาลฝ่ายการเมือง” เพื่อไว้ “ตอบโต้” ใน “ประเด็น” ทางการเมือง

ก่อนหน้านี้ยังมีชื่อ “มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ แต่ถูกเสียงท้วงติง-ข้อครหา เพราะเป็น “หลังบ้าน” ให้กับ “นายทุนสื่อยักษ์” ทำให้ชื่อถูก “ตีตก”

ขณะที่ “กองเชียร์” อยากให้เป็นมากที่สุด “ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” โฆษกพลังประชารัฐ เคยผ่านมาทุกบทบาทในแม่น้ำ 5 สาย-คสช. อาทิ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ สภาปฏิรูปแห่งชาติ

ภายหลัง “กอบศักดิ์” ต้องตกที่นั่ง “คนดีไม่มีที่ยืน” เพราะ “หลุดโผ” จากการเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ สมัยที่ 2 ทุกตำแหน่ง ทำให้ปฏิเสธรับตำแหน่งโฆษกรัฐบาลเพื่อไปเป็น “ที่ปรึกษา” นายสมคิด รองนายกรัฐมนตรี 2 แผ่นดินแทน

ขณะที่โควตา “รองโฆษกรัฐบาล” อีก 2 คน มาจาก “2 พรรคร่วมรัฐบาล” ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

โดยประชาธิปัตย์มี “ราเมศ รัตนะเชวง” โฆษกพรรคที่ “เสียงเชียร์ดังที่สุด” ถึงแม้เจ้าตัวจะยืนยันว่า พร้อมรับตำแหน่ง-งานหนักขึ้น แต่ยังมี “เสียงท้วงติง” ว่า อาจทำให้เกิดความสับสนว่า การชี้แจง-แถลงข่าวในนามรัฐบาลหรือในนามพรรค

ขณะที่ “ตัวสอดแทรก” อาทิ “มัลลิกา บุญมีตระกูล” ซึ่งกำลัง “ปั่นผลงาน” ให้เข้าตาหัวหน้าพรรค-เลขาธิการพรรค รวมถึง “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” รองหัวหน้าพรรค-มือเศรษฐกิจของพรรคคนใหม่ ซึ่งขณะนี้เป็น “คนโปรด” ของหัวหน้าพรรคอย่างมาก

ส่วนภูมิใจไทยดูเหมือนจะ “นอนมา” เขาคือ “พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ-โฆษกพรรคภูมิใจไทย นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 26 จบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่น 37

โปรไฟล์ไม่ธรรมดาเช่นกัน เป็นอดีตประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม และรองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

เป็นมือวางแผนนโยบายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันในทุกมิติให้กับพรรค ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่-ยุค 4.0 อาทิ work from home ทำงานที่บ้านสัปดาห์ละ 1 วัน แพลตฟอร์มการเรียน-การสอนและการค้าขายออนไลน์

สูตรจึงตกผลึกมาเป็น 1 โฆษกรัฐบาลหญิง “สายบุ๋น” ไว้แจกแจงมติคณะรัฐมนตรี-นโยบายเศรษฐกิจประชารัฐ+1 รองโฆษกรัฐบาลชาย “สายบู๊” ไว้ ปะ-ฉะ-ดะ ประเด็นทางการเมือง จากโควตาจากพลังประชารัฐ กับอีก 2 รองโฆษกรัฐบาลที่มาจากพรรคร่วมรัฐบาล คือ ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย

เป็นทีมโฆษกทำเนียบในยุค 4.0 โหมด แก้ปัญหาเศรษฐกิจนำการเมือง

Previous articleกระทรวงท่องเที่ยวฯชี้ แนวโน้มนักท่องเที่ยวดีขึ้น
Next articleเอกชนหนุนเลื่อนขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ชี้เศรษฐกิจปี’62 แย่เกินพอแล้ว