รายงานพิเศษ : องครักษ์ ‘บิ๊กตู่’ คุ้ยข้อมูลลับ บล็อกวอร์รูม ‘ฝ่ายค้าน’ สู้ศึกไม่ไว้วางใจ

ศึกใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าไม่ว่าพรรคข้างรัฐบาล 19 พรรค+ตัวแปรพรรคเศรษฐกิจใหม่ 263 เสียง หรือ 6 พรรคฝ่ายค้าน 235 เสียงต้องเตรียมพร้อม คือศึกใหญ่อภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะระเบิดขึ้นในรอบ 7 ปี ในวันที่   24-26 ก.พ. หลังจากศึกซักฟอกเกิดขึ้นครั้งล่าสุดต้องย้อนกลับไปในยุคที่ฝ่ายค้านพรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระหว่างที่กำลังเผชิญมรสุม “นิรโทษกรรมสุดซอย” ในเดือน พ.ย. 2556

อัดอั้น 6 ปี ซักฟอก “บิ๊กตู่”

เที่ยวนี้พรรคฝ่ายค้านซึ่งมี “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ทำหน้าที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 5 รัฐมนตรี ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

แม้รัฐบาลประยุทธ์ 2/1 บริหารประเทศมาแค่ 7 เดือน ก่อนที่ 6 พรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ทั้ง 6 พรรคสุมหัวแล้วว่าจะลากไส้รัฐบาลประยุทธ์ไปถึงยุครัฐบาล คสช. (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ)

เพราะ 6 ปีที่ผ่านมาไร้การตรวจสอบ จึงมาตอบสอบสวนกันในปีที่ 7 วางน้ำหนักที่จะห้ำหั่น “พล.อ.ประยุทธ์” เป็นพิเศษ

ฝ่ายค้านเฉลยข้อสอบอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วในญัตติที่ยื่นไปเพราะนายกรัฐมนตรีคือผู้รับผิดชอบสูงสุด และศูนย์รวมของปัญหาทั้งหมดมาจากตัว พล.อ.ประยุทธ์

ญัตติที่ฝ่ายค้านตั้งข้อหา “พล.อ.ประยุทธ์” อาทิ เป็นผู้ไม่ยึดมั่นและศรัทธาต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง บริวารและพวกพ้อง เข้าข้างคนชั่วที่เป็นพวกโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ บริหารราชการแผ่นดินโดยขาดความรู้ความสามารถ ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง

มีการกระทำอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ ใช้งบประมาณของรัฐสร้างคะแนนนิยมให้กับตนเองและพรรคการเมืองโดยมิได้คำนึงถึงภาระด้านงบประมาณของประเทศ

ใบเสร็จมัด “บิ๊กป๊อก”

ฝ่ายค้านนอกจากพุ่งเป้าซักฟอกไปที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ยังทะลุไปยังขุมกำลัง 3 ป. ที่ค้ำยันรัฐบาลโดยเฉพาะ “พล.อ.อนุพงษ์” เจ้าของรหัส มท.1 ซึ่งมีฝ่ายค้านจองกฐินซักฟอกไว้หลายราย จากหลายพรรค ทั้งพรรคเพื่อไทย-พรรคอนาคตใหม่-พรรคประชาชาติ ต่างบอกว่ามีหลักฐานเอาผิดได้

แกนนำฝ่ายค้านรายหนึ่งคุยฟุ้งว่า มี “ใบเสร็จทุจริต” ของ พล.อ.อนุพงษ์มาโชว์ต่อผู้ชมทางบ้าน เพราะได้รับความร่วมมือจากคนในรัฐบาลทั้งข้าราชการ-ส.ส.นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ส่งข้อมูลมาให้ โดยเฉพาะเรื่องโครงการทุจริตเชิงนโยบายเกี่ยวกับประเด็นการกำจัดขยะ

เช่นเดียวกับ “พล.อ.ประวิตร” ที่ฝ่ายค้านยืนยันว่ามีหลักฐานที่เป็น “ใบเสร็จ” การจ้างบริษัทโฆษณารับงานของหน่วยงานความมั่นคง ซึ่งมีข้อมูลว่ามีการล็อกสเป็กให้บางบริษัทที่ผู้บริหารมีความสนิทสนมใกล้ชิด

วัดฝีมือฝ่ายค้าน-รัฐบาล

งานนี้ “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” หัวหน้าพรรคประชาชาติ บอกว่า จะเป็น “บทพิสูจน์ฝีมือฝ่ายค้าน ส่วนอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องสร้างความเสียหายให้แก่บุคคลและรัฐบาล ถ้าไม่สร้างความเสียหายจะไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องวัดกัน”

ด้าน “ศิริกัญญา ตันสกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ มั่นใจว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำให้รัฐบาลสะเทือนทั้งองคาพยพ 

“เราคิดว่าประชาชนเสื่อมศรัทธาได้แน่นอน และจะเป็นพลังที่เข้มแข็งกว่าการนั่งโหวตไม่ไว้วางใจในสภาด้วยซ้ำไป ซึ่งทำให้รัฐบาลสั่นสะเทือนได้ จะมีบางรัฐมนตรีได้คะแนนน้อยกว่าบางคนอาจจะเกิดขึ้น และผลจะนำไปสู่การปรับ ครม.”

อนค.ถูกยุบ ส.ส.ก็อภิปรายได้

ทว่า ก่อนถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 ฝ่ายค้าน ยังมีเรื่องระทึกใจในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาอนาคตของพรรคอนาคตใหม่ จากกรณีเงินกู้ 191 ล้านบาท 21 ก.พ.ที่จะถึงนี้

“ภูมิธรรม เวชยชัย” ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ผลกระทบไม่กี่คน อาจมีกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่ถูกเพิกถอนสิทธิไม่สามารถอภิปรายได้ ในจำนวนนี้มีอยู่ 4-5 คน เขาก็สามารถเอาเนื้อหาไปให้คนอื่นอภิปรายได้อยู่แล้ว

“เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ที่จะอภิปรายได้ ขณะนั้นจะมีพรรคสังกัดหรือไม่ ไม่ใช่ปัญหา การอภิปรายจะอยู่ในโควตาพรรคฝ่ายค้านอยู่แล้ว” ภูมิธรรมกล่าว

ซักฟอกเวลาไพรมไทม์ 24 ชม.

อดีตพ่อบ้านเพื่อไทยประเมินผลซักฟอกรัฐบาลที่ไม่ใช่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำอีกต่อไป ว่าข้อมูลของฝ่ายค้านจะน็อกรัฐบาลได้ในสภาหรือไม่ 

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่จำเป็นต้องใช้เสียงในสภา ใช้เสียงประชาชนตัดสิน ถ้าอภิปรายดี ๆ ประชาชนตัดสินไม่ต้องยกมือก็ตายแล้ว ถ้าจะฆ่าให้ตายไม่จำเป็นต้องใช้เสียงในสภา”

“อภิปรายครั้งนี้ที่มีโซเชียลมีเดีย ต่างกับสมัยก่อนที่เทคโนโลยียังไม่เจริญ ต้องมานั่งดูหน้าจอทีวี ไพรมไทม์ที่แย่งกันโดยเฉพาะช่วงละครหลังข่าว แต่อภิปรายในยุคนี้ไพรมไทม์ตลอดเวลา เพราะพูดเสร็จสามารถตัดต่อและนำไปขยายได้เลย นี่คือไพรมไทม์ยิ่งกว่าไพรมไทม์”

“ผลทำให้ล้มรัฐบาลได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ผลทำให้ศรัทธาของรัฐบาลต่อประชาชนมากหรือน้อยลงแน่”

ฉายภาพวอร์รูมฝ่ายค้าน

“ภูมิธรรม” เล่าองค์ประกอบในวอร์รูมฝ่ายค้าน แบ่งเป็น 2 ส่วน ใน-นอกสภา แบ่งเป็นที่สภามีวอร์รูมหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรค 6 พรรค สำหรับดู-ประเมินสถานการณ์ในห้องประชุมสภามีวิปของพรรคร่วมฝ่ายค้านดูในหน้างานคอยทำหน้าที่ประสานกัน

และในระดับพรรคแต่ละพรรคก็มีวอร์รูมของตัวเอง “พรรคเพื่อไทย” มีคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคที่มี
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นประธาน จะเป็นวอร์รูมที่ประสานงานข้อมูลต่าง ๆ เชื่อมถึงกันและกัน แต่ละพรรคก็มีของเขา

ส่วน “ขุนพลอภิปราย” ภูมิธรรม บอกว่า มีบุคคลที่เข้าชื่ออภิปราย 30-40 คน ยังต้องผ่านการ “คัดตัว” ให้เหลือ 20++ แบ่งเป็นของพรรคเพื่อไทย 10++ และพรรคอนาคตใหม่ 10++ ส่วนพรรคอื่น ๆ พรรคละคน หรือสองคน

ส่วน “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” ที่ประกาศแยกตัวจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ ยังอภิปรายในโควตาของพรรคฝ่ายค้าน และเพื่อไทยดูแลประสานงาน ซึ่งจะอภิปรายในประเด็นเศรษฐกิจควบคู่กับมืออภิปรายด้านเศรษฐกิจของพรรคอีก 3-4 คน แต่จะไม่ได้อภิปรายเต็ม 4 ชั่วโมงอย่างที่ขอ เพราะต้องดูภาพรวมทั้งหมดและมาประสานกัน

อนค.วาง 15 ขุนพลอภิปราย

ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ พรรคใหญ่ในฝ่ายค้าน “ศิริกัญญา” บอกถึงการเตรียมพร้อมว่า 

“วางตัวผู้อภิปราย 15 คน เต็มที่ โดยแต่ละคนจะมีทีมของตัวเอง และมีทีมงานตรงกลางซึ่งเป็นทีมนโยบายเข้าไปซัพพอร์ตข้อมูล ตรวจเช็กข้อมูลการตรวจสอบ ส่วนใหญ่จะเป็นทีมย่อยของผู้อภิปราย” 

แต่อนาคตใหม่จะได้อภิปรายครบ 15 คนตามเป้าหรือไม่ อยู่ที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่องเงินกู้ 191 ล้าน ที่จะลงมติ 21 ก.พ.นี้

ฝ่ายค้านเก็บตัวที่พัทยา

ด้านซีกพรรคพลังประชารัฐ เตรียม “เก็บตัว” รับศึกอภิปราย 22-23 ก.พ.ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี งานนี้ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี เจ้าของพื้นที่ในฐานะประธาน ส.ส.พลังประชารัฐ ประกาศก้องว่า เขาและ “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ร่วมกันจัดวาง “องครักษ์” พิทักษ์ 6 รัฐมนตรี

ทำหน้าที่วางตัว ส.ส.เป็นองครักษ์สู้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยจะประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลวางตัวบุคคลและคีย์แมนของพรรค โดยมอบหมายให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย และ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะรองประธานวิป ไปพิจารณาบุคคล ซึ่งคนที่จะมาทำหน้าที่ต้องแม่นข้อบังคับการประชุมและข้อกฎหมาย มีคุณวุฒิสูงและมีความน่าเชื่อถือ 

อาทิ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ สามารถชี้แจงบนหลักข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจได้ เชื่อว่านายกฯและรัฐมนตรี รวม 6 คน ที่ถูกอภิปรายสามารถชี้แจงได้และมีข้อมูลหักล้างได้

ใช้ “งูเห่า” คุ้ยข้อมูลลับฝ่ายค้าน

ขณะที่ “ภารกิจใต้ดิน” นอกสภา เป็นหน้าที่ของ “แรมโบ้อีสาน” สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุมภารกิจตั้งวอร์รูมนอกสภา

มิสชั่นของ “แรมโบ้อีสาน” ดึงอดีตเด็กเก่าเพื่อไทย-พลังประชาชน-ลูกน้องเก่าทักษิณ ชินวัตร ที่แปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายรัฐบาล มาร่วมขบวนการ ชื่อชั้นแต่ละคนรู้ไส้รู้พุงเพื่อนฝ่ายค้านเป็นอย่างดี

อาทิ “อำนวย คลังผา” อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย, เสี่ยลาว “พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ” อดีต รมช.เกษตรฯในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “สิทธิชัย จรูญเนตร” อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเคยเป็นอดีตแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวินแห่งพรรคภูมิใจไทย  

“สุภรณ์” โวว่า “เรามีข้อมูลมากมายว่าฝ่ายค้านบางพรรคการเมืองในอดีตที่ผ่านมาได้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างไร ประเทศชาติเสียหายย่อยยับเพราะการโกงกินของนักการเมืองบางคนอย่างไร ดังนั้น ทางทีมวอร์รูมนอกสภาเราขอส่งสัญญาณถึงฝ่ายค้านว่า อย่าพยายามสร้างหลักฐานเท็จ ใส่ร้ายป้ายสีนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 5 ท่าน”

“อย่าขุดคุ้ยเรื่องอดีตที่ไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ถ้ายังใช้วาทกรรมใส่ความอันเป็นเท็จและอภิปรายนอกญัตติ เราจะเปิดโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้นอกสภาทันที”

งานนี้ฝ่ายค้านลั่นว่า “เอาจริง” จะไม่ซักฟอกแค่ “พิธีกรรม” ส่วนรัฐบาลก็ไม่ประมาทปิดห้องซ้อมรับมือกันเต็มที่

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ