“บิ๊กป้อม” ปราบกบฏไม่ไว้วางใจ สางบัญชีแค้น “ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย”

 

4 วัน 4 คืน กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปิดฉาก-รูดม่านละครการเมือง ชนิดดุเดือด-เลือดสาด พรรคร่วมรัฐบาล-ฝ่ายค้านงัดข้อมูลตอบ-โต้กันอย่างถึงพริกถึงขิง-เผ็ดร้อน

ทว่า ศึกนอกพรรค-ซักฟอกจบ แต่ศึกในพรรคร่วม-พรรคหลักยังไม่จบ ยังต้องเช็กบิล-คิดบัญชี

“ธรรมนัส” ตัวจริง-เสียงจริง

พรรคพลังประชารัฐ-พรรคแกนนำรัฐบาลได้บารมีของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคปกป้อง-คุ้มหัว จากการเปล่งวาจาสิทธิ์ “ยกมือเท่ากัน”

แม้ 3 ใน 10 รัฐมนตรีโควตาพลังประชารัฐ ได้แก่ 1.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 2.นายสุชาติ ชมกลิ่น และ 3.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ จะผ่านเกณฑ์ไว้วางใจ-คะแนนเกินกึ่งหนึ่ง แต่มีรัฐมนตรี 2 ใน 3 ที่มีคะแนนรองบ๊วย-รั้งท้าย

“สุชาติ ชมกลิ่น” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ความ “ไว้วางใจ” 263 คะแนน “รองบ๊วย” และ “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กลายเป็น “เด็กหลังห้อง” ได้คะแนนไว้วางใจ 258 คะแนน “กินบ๊วย”

สวนทางกับ “ร.อ.ธรรมนัส” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้คะแนน “ไว้วางใจ” จำนวน 274 เสียง สูงลิ่ว-เท่ากับ พล.อ.ประวิตร-หัวหน้าพรรค มากกว่า พล.อ.ประยุทธ์-หัวหน้ารัฐบาลที่ได้รับเสียงความไว้วางใจ 272 คะแนน

7 พปชร. แหกมติพรรค

ทว่า 6 ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์ นำโดย “มาดามเดียร์” น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ น.ส.ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ น.ส.ภาวดาห์ วรกานนท์ และ นายศิริพงษ์ รัสมี “ลองของ” ยกมือ “สวนมติพรรค-ขัดคำสั่งหัวหน้าพรรค” ลงมติ “งดออกเสียง” ทำให้ “บิ๊กป้อม” ควันออกหู-นั่งไม่ติด

ปฏิบัติการเอาคืนของ “มาดามเดียร์” ฉีกหน้า “บิ๊กภูมิใจไทย” แห่งบุรีรัมย์ยูไนเต็ด “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” จากความแค้นส่วนตัวแต่ชาติปางก่อน-เกี่ยวพันสื่อใหญ่ ที่เคยแบนไม่ลงข่าว “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคมาแล้ว

มิหนำซ้ำ ภูมิใจไทยยังมี “มติพรรค” ให้ ส.ส.ทุกเขตพื้นที่ แจ้งความดำเนินคดีกลับ ฐานความผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หมิ่นประมาท ด้วยการโฆษณานายศักดิ์สยามเมื่อปี 2562

ทำเอาซุ้มการเมืองบุรีรัมย์เดือดไปทั้งแผ่นดิน พี่ใหญ่ภูมิใจไทย “เนวิน ชิดชอบ” ทนไม่ไหว ต้องต่อสายให้แกนนำพลังประชารัฐ รีบเคลียร จนต้องประชุมด่วน จนมาดามเดียร์ต้องขอโทษ พล.อ.ประวิตร

และไม่ได้มีเพียง 6 ส.ส.ดาวฤกษ์ ที่แหกกฎ-มารยาททางการเมือง ยังมี “สมพงษ์ โสภณ” ที่ลงมติ “งดออกเสียง” ให้กับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์-นายนิพนธ์ บุญญามณี

กบฏ ปชป.ฝ่ายค้านในรัฐบาล

ขณะที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูก “ลูบคม” แหกมติ (หัวหน้า) พรรค “งดออกเสียง” จำนวน 3 เสียง ได้แก่ นายพินิต วิกิตเศรษฐ์-นายอภิชัย เตชะอุบล-นายอันวาร์ สาและ (อันวาร์ลงมติไว้วางใจนายนิพนธ์)

เป็น “สามกบฏประชาธิปัตย์” ที่ยกระดับความกบฏจากไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขึ้นเป็น “ไม่ไว้วางใจหัวหน้าพรรค”

ขณะที่เสียงโหวตของพรรคร่วมรัฐบาลที่มี “จุดยืน” ตรงข้ามรัฐบาล เป็น “ฝ่ายค้านในรัฐบาล” ลงมติ “งดออกเสียง” 10 รัฐมนตรี คือ พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ 1.นายพินิต วิกิตเศรษฐ์ 2.นายอันวาร์ สาและ (อันวาร์ลงมติไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส)

นอกจากนี้ยังมี 1 เสียงของ “วชิราภรณ์ กาญจนะ” ที่ “ไม่ลงคะแนนเสียง” ให้กับ นายสุชาติ ชมกลิ่น ส่วน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ประชาธิปัตย์-นายเสมอกัน เที่ยงธรรม พรรคชาติไทยพัฒนา ลง “ยัติภังค์” หรือผู้ไม่ลงมติ/ผู้ลาประชุม/ผู้ขาดการประชุม ให้ ร.อ.ธรรมนัส

สุดท้ายแล้วมติกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ-ประชาธิปัตย์ “คาดโทษ” 7 ส.ส.พลังประชารัฐ และ “กบฏประชาธิปัตย์” กับอีก 1 ชาติไทยพัฒนา อย่างไร ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างทั้งพรรคหลัก-พรรคร่วม โดยเฉพาะประชาธิปัตย์ที่ชอบเล่นบท “ฝ่ายค้านในรัฐบาล”

พรรคเล็กรุมกินโต๊ะสุชาติ-ครูตั้น

ส่วน 10 พรรคเล็ก 1-2 เสียงยังเกาะกันแน่น “ไว้วางใจ” ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์-พล.อ.ประวิตร-พล.อ.อนุพงษ์ และรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์

ยกเว้นสุชาติ-ณัฏฐพล พรรคเล็กลงมติงดออกเสียง-ไม่ไว้วางใจนายณัฏฐพล ได้แก่ พลังธรรมใหม่-พลเมืองไทย-พรรคพลังไทยรักไทย-รักษ์ผืนป่าประเทศไทย (นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง) ที่ “งดออกเสียง”

และพลังชาติไทย-ประชาธรรมไทย-ไทรักธรรม-รักษ์ผืนป่าประเทศไทย (ดำรงค์ พิเดช) ที่ลงมติ “ไม่ไว้วางใจ” มิหนำซ้ำยังถูก 5 เสียงเศรษฐกิจใหม่ (ยกเว้น 1 เสียงของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์) รุมกินโต๊ะ

นายสุชาติ ได้แก่ พรรคพลังไทยรักไทย-ไทรักธรรม-ครูไทยเพื่อประชาชน ที่ลงมติ “ไม่ไว้วางใจ” และ 4 เสียงเศรษฐกิจใหม่ ที่ลงมติ “ไม่ไว้วางใจ” (ยกเว้น 1 เสียงของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และ 1 เสียงของนายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ที่ลงมติไว้วางใจ)

นอกจากนี้ยังมีพรรค 1 เสียง-พรรคพลังไทยรักไทย ที่ “งดออกเสียง” ให้กับนายศักดิ์สยาม

ไม่นับพรรคไทยศรีวิไลย์ของ เต้-มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ที่ “พลิกขั้ว”มาอยู่กับพรรคฝ่ายค้าน-ไม่ไว้วางใจ

ประเมินปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/4

เสียงไว้วางใจ 3 ป. พล.อ.ประยุทธ์-พล.อ.ประวิตร-บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ ตอบได้บ้าง-ไม่ได้บ้าง แม้จะ “ค้านสายตา” คนดูแต่เสียงโหวต-ลงคะแนนไว้วางใจ “ไม่แตกแถว”

พรรคร่วมรัฐบาลใหญ่-กลาง-เล็ก “เฮโล” กันให้คะแนนไว้วางใจ “ท่วมท้น” จำนวน 272 คะแนน มีเพียง “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร ผู้มากบารมี ทะลุไป 274 คะแนน

ผลโหวต-การลงคะแนน “ไว้วางใจ” 1 นายกฯ 9 รัฐมนตรี ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ เพราะ “รัฐบาลเสียงเหนือน้ำ” แถมเรียกใช้ “บริการเสริม” เสียงฉุกเฉิน-สั่งได้

ทว่า ถ้าไม่นับตัวเลขไว้วางใจ “เกินครึ่ง” ทั้ง 10 รัฐมนตรีล้วนเต็มไปด้วยบาดแผล-ชนักปักหลัง

เอฟเฟ็กต์ศึกซักฟอกจึงโฟกัสไปที่การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประยุทธ์ 2/4 แม้ พล.อ.ประยุทธ์จะคิดไว ๆ หลังสิ้นเสียงโหวตไว้วางใจ ว่า “ยังไม่ปรับ” จากแรงยุ-แรงส่งจากผลคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด แต่ไม่ได้ปิดประตูโดยการประเมินจากผลงาน

ประกอบกับ พล.อ.ประยุทธ์ รู้ทั้งรู้ว่า “กลเกม” ในพรรคพลังประชารัฐ แม้จะไม่ได้ “เหนือเมฆ” ฉีกตำราพิชัยสงคราม “สามก๊ก” จนเกิดเป็น “คะแนนไม่บริสุทธิ์”

ทั้งจาก “ก๊กรัฐมนตรีช่วย” ในพลังประชารัฐ ระดมแจกกล้วยให้กับ “พรรคเอสเอ็มอี” รุมกินโต๊ะ “เสมา 1” และ “จับกัง 1” เพื่อหวังล้ม-เหยียบไหล่ขึ้นแท่นสวมหัวรัฐมนตรีว่าการ-อัพไซซ์เก้าอี้เสนาบดี และ “เอาใจนาย”

“พล.อ.ประยุทธ์” จึงต้องทำ “ใจเป็นกลาง” ตัดผล “คะแนนดิบ” และ “เงี่ยหูฟัง” การชี้แจงของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายว่าสามารถตอบ “ข้อกังขา-คาใจสังคม” ได้มากน้อยแค่ไหน “ถ่างตาดู” ข้อมูลของฝ่ายค้าน โดยปราศจากอคติ-ม่านบังตา

งูเห่าทำฝ่ายค้านเสียขบวน

ด้านพรรคฝ่ายค้าน 6 พรรค ก็เสียขบวนไม่น้อย เพราะปรากฏ “งูเห่า” ที่ไปโหวตไว้วางใจ-งดออกเสียงให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พรรคเพื่อไทย-พรรคประชาชาติ อาจเสมอตัว เพราะ “งูเห่า” เป็นคนหน้าเดิม-ขาประจำ เป็น ส.ส.รัฐบาลในฝ่ายค้าน ที่พรรคเพื่อไทยตัดหางปล่อยวัดไปแล้ว เช่น น.ส.พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย และนายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ

ส่วนชื่อที่งอกขึ้นมาในการโหวต “งดออกเสียง” สวนมติฝ่ายแค้น คือ นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ยังมีพรรคตัวประกอบฝ่ายค้านที่แตกแถว เช่น นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ นายเพชร เอกกำลังกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย มีที่เซอร์ไพรส์หนักคือ “สงคราม กิจเลิศไพโรจน์” หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ที่ไปโหวตให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

“สงคราม” ออกมาดับข่าวงูเห่าเพื่อชาติ ว่า ร.อ.ธรรมนัสมีข้อเสนอว่าถูกอภิปราย เนื้อหาเพียงเล็กน้อย ถ้าโหวตไม่ไว้วางใจอาจไม่เป็นธรรม จึงมีมติฟรีโหวตให้เป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.

ก้าวไกลเลือดไหลอีก

ทว่า “งูเห่า” ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์แผ่นดินไหวในฝ่ายค้านคือ 4 ส.ส.ก้าวไกล ที่ประกาศตัว “กระด้างกระเดื่อง” มติพรรค ไปโหวตให้รัฐมนตรีที่ถูกซักฟอก แกะชื่อออกมาเป็นบุคคลที่เห็นต่างกับการลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112

มี 4 รายที่แหกมติไปโหวตให้กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล-ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” คือ นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย นายเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย ไว้วางใจอนุทิน ส่วน “นายขวัญเลิศ พานิชมาท” ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล งดออกเสียง “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน เจ้าพ่อเมืองชล

สิ้นเสียงการโหวต “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกล ดำเนินการขู่ทันทีว่าจะแบน 4 ส.ส.ไม่ให้ร่วมทำกิจกรรมกับพรรค แต่ไม่ใช้วิธีขับออก

“คารม” ประกาศซบภูมิใจไทย

หนึ่งใน 4 ส.ส.ก้าวไกลที่กระด้างกระเดื่องมติพรรค คือ “คารม พลพรกลาง” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก้าวไกล ประกาศตัวเต็มขั้น ขอแยกทางไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทย

ต้องการแยกทางกับพรรคก้าวไกล เพราะไม่ได้รัก และถึงขั้นแตกหักกันแล้วเปรียบเป็นสามีภรรยากันเมื่อไม่รักก็ต้องไป ถ้าพรรคไม่ขับออกก็ถือว่า เล่นการเมืองแบบเด็กอมมือ ขี้ขลาดตาขาว หนึ่งในเรื่องค้างใจ “คารม” คือ ประเด็น 112 และทำการเมืองแบบมีชนชั้น

“ครั้งหน้าผมจะไปอยู่ภูมิใจไทย หรือถ้าขับผมออก ผมจะพักผ่อนซัก 1 อาทิตย์แล้วไปสมัครพรรคภูมิใจไทย”

ฟ้อง ป.ป.ช.รัฐบาลทุจริต

นอกจากปมงูเห่าที่พรรคฝ่ายค้านยังต้องเร่งเคลียร์-ค้นรังในพรรคตัวเองแล้ว กิจกรรมต่อไปที่ฝ่ายค้านตั้งตนเป็น “ฝ่ายรุก” คือการยื่นตรวจสอบ 9 รัฐมนตรี 1 นายกฯ ผ่านช่องทางการร้องเรียนต่าง ๆ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน เตรียมต่อยอด ยื่นฟ้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดรัฐมนตรีที่ถูกซักฟอก

ทั้งปมทุจริตถุงมือยางของกระทรวงพาณิชย์ โครงการกำจัดขยะด้วยระบบเตาเผา

รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามมาตรา 126 และ 127 โยกย้ายข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งโครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจะนะ เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต จะมีการยื่นตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะกับกระทรวงกลาโหม

เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม กรณีบอส อยู่วิทยา


แม้อภิปรายไม่ไว้วางใจจบไปแล้ว แต่ยังมีเผือกร้อนภายในที่ยังต้องสะสางกันต่อ