จาตุรนต์ ยก 3 เหตุผลเลือก สุรชาติ สั่งสอน ประยุทธ์ อย่าเหลิง คิดอยู่ยาว

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี

เพื่อไทย ตั้งหน่วยใต้ดินจับทุจริต นพ.ชลน่าน สั่งจับตา อย่าให้ไฟดับ – นับคะแนนช้าวันเลือกตั้ง “จาตุรนต์” ร่ายยาว 3 เหตุผลต้องเลือก สุรชาติ ไม่ให้รัฐบาลเหลิงอยู่ยาว

วันที่ 14 มกราคม 2565 ที่ชุมชนเสนานิคม 2 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ปราศรัยช่วยนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส. เขต 9 หลักสี่ จตุจักร ของพรรคเพื่อไทย ตอนหนึ่งว่า อย่าให้ไฟดับ อย่าให้นับคะแนนช้า คือสิ่งที่เรามุ่งหวังและต้องการ ถ้านายสุรชาติ จะชนะประชาชนต้องเป็นหูเป็นตา แต่ปี 2562 เรามีประสบการณ์มาแล้ว พรรคเพื่อไทยจัดตั้งคณะทำงาน ติดตาม ดูแลการใช้อำนาจที่ไม่ชอบ เราทำงานทั้งบนดิน ใต้ดิน ติดตามทุกคนที่เป็นมือจ่าย มือยิง นี่คือสิ่งที่เราเตรียมป้องกันไว้ แต่สิ่งที่ตนได้ข่าวมาขณะนี้ สื่อมวลชนบอกว่า 3 พันบาท คือราคาที่ปั่นขึ้นมาขณะนี้

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

“หมูแพง ไก่แพง บัตรประชาชนขณะนี้ขึ้นมา 5 พัน จะอะไรขนาดนั้นบัตรประชาชนแพงที่สุดในชีวิต ถ้าใครมาให้รับตังค์เลย แต่ขอเก็บบัตรประชาชนไว้กับตัว เก็บบัตรประชาชนไว้ยิ่งชีวิต สิ่งหนึ่งที่อยากบอกในนามพรรคเพื่อไทย ถ้าเราได้สุรชาติ ไปเป็น ส.ส. เพื่อไทย สัญญาณบอกกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า ออกไปได้แล้ว จะเกิดขึ้นในเร็ววัน” นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เลือกตั้งซ่อมเป็นการซ้อม แต่อีก 6 เดือนข้างหน้าจะมีการเลือกตั้งใหญ่ในแผ่นดิน และพรรคเพื่อไทยพร้อมที่จะมากอบกู้วิกฤตของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องแพงทั้งแผ่นดิน เพราะเศรษฐกิจแย่ต้องเพื่อไทย เราทำสำเร็จมาแล้ว และจะต่อยอดความสำเร็จ

การเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากเป็นสัญญาณไล่ พล.อ.ประยุทธ์แล้ว จะได้รับศักดิ์ศรีคืน และในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้นำฝ่ายค้าน มั่นใจว่า ถ้านายสุรชาติเข้าไปในสภาแล้ว เชื่อมั่นว่าจะล้มรัฐบาลได้ และขอฝากเรื่องกลโกง ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการเลือกตั้งครั้งนี้

 

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี

จากนั้น นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ปราศรัยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายอย่างมาก 3 ข้อ 1.ประชาชนจะได้ ส.ส.เข้าไปรับใช้ เป็นปากเป็นเสียง เสนอปัญหาของประชาชนต่อสภา 2.รัฐบาลประยุทธ์ที่ควรจะออกไปได้แล้ว แต่บอกว่าจะอยู่ถึงปี 2570 ขณะเดียวกันมีการเลือกตั้งซ่อมที่ภาคใต้ สู้กันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล มีการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน มีการต่อสู้กันเต็มที่

จากนั้นเขาก็มุ่งมาที่นี่ที่เขตหลักสี่ จตุจักร ถ้าเขาชนะได้อีกเขตหนึ่ง เขาจะเหลิง ต่อไปข้างหน้าเขาก็จะทำแบบเดิม ไม่ต้องฟังเสียงประชาชน ใช้อำนาจรัฐ ใช้เงิน โกงเลือกตั้งก็ได้เป็นรัฐบาลอีก

“ดังนั้น ชาวหลักสี่ จตุจักร ต้องช่วยกันอย่าให้รัฐบาลนี้เหลิงได้อีกต่อไป สั่งสอนบอกว่า รัฐบาลที่ล้มเหลวในการแก้ปัญหาประชาชน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ ประชาชนไม่ยอมพวกคุณอีกต่อไปแล้ว” นายจาตุรนต์ กล่าว

3. คือการเปลี่ยนรัฐบาล ใครฟังเร็ว ๆ ก็สวนขึ้นมาทันทีว่า เลือกเขตเดียวจะเปลี่ยนรัฐบาลได้อย่างไร ตนอธิบายว่า เลือกครั้งนี้มีความหมายอย่างมากในการเปลี่ยนรัฐบาลไม่กี่เดือนข้างหน้านี้แล้ว ถ้าปล่อยให้พรรคร่วมรัฐบาลชนะเลือกตั้งไปด้วยอำนาจรัฐ และเงิน พี่น้อง กทม.ก็จะรู้สึกหวั่นไหว ว่าอำนาจรัฐ เงิน มีอิทธิพลมากขนาดนี้

มีคนมาถามว่ารัฐบาลนี้จะอยู่อีกนานเท่าไหร่ ถ้าหากว่าพวกนี้ชนะในการเลือกตั้ง เขาก็จะมีโอกาสเป็นรัฐบาลต่อไปได้ แต่ถ้าพี่น้องชาวหลักสี่ จตุจักร ส่งเสียงดังไปทั่วประเทศว่าไม่เอารัฐบาลนี้แล้ว ในครั้งหน้าประชาชนจะไม่เลือกพรรคร่วมรัฐบาล จะหันมาเลือกพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะเลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปมาก ๆ ในสภา


นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ส่วนจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ เพราะมี ส.ว.250 เสียง ถ้าพี่น้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้มาก ๆ เกิน 250 เสียง เราจะตั้งรัฐบาลให้ดู และถ้าต้องการมากกว่านั้นไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันเลย เลือกให้ได้เกิน 375 เสียง ทำอะไรก็ทำได้หมด ขึ้นอยู่กับประชาชน

“เมื่อเป็นอย่างนี้ มีปัญหาแต่เพียงว่า ฝ่ายค้านหรือฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะ พรรคประชาธิปัตย์ดูแลเรื่องหมู ไก่ เกษตร และพาณิชย์ ยับเยินหมดแล้ว ส่งสมัครเลือกตั้งไม่มีทางได้เขาก็ไม่ส่ง แต่ไม่ได้อยู่บ้านเฉย ๆ เขาสนับสนุนพวกที่เคยเป่านกหวีดมาด้วยกัน พวกที่เคยล้มรัฐบาลที่แล้วมาด้วยกัน สนับสนุนเผด็จการประยุทธ์เข้ามายึดอำนาจ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ส่งสมัครก็จะตัดคะแนนพวกเดียวกับเขา เคยล้มรัฐบาล เคยทำให้เกิดเผด็จการมาด้วยกัน ทิ้งกันไม่ได้ จึงวางยุทธศาสตร์หลีกกัน”

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า แต่คราวนี้เมื่อฝ่ายประชาธิปไตยไม่ได้คุยกัน ต่างคนต่างสมัครแล้วคะแนนตัดกัน รัฐบาลอาจเอาคะแนนไปกิน ทั้งที่คนไม่ชอบ ดังนั้น ฝากให้เป็นหน้าที่ของชาวจตุจักร หลักสี่ โดยเฉพาะผู้ที่รักประชาธิปไตย ต้องการไปเปลี่ยนรัฐบาล ให้รัฐบาลนี้ไปได้แล้ว ก็ต้องให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ

ต้องดูว่าพรรคไหนในฝ่ายประชาธิปไตยมีศักยภาพมากกว่ากัน พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมเรื่องบุคลากร ผู้สมัครอยู่กับประชาชนมา แต่สอบตกในคราวที่แล้วเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็มีศักยภาพมากกว่า ดังนั้น ถ้าเห็นว่าใครจะชนะได้ ต้องช่วยให้สนับสนุนให้คนนั้นชนะไปเลย นายสุรชาติ มีศักยภาพมากกว่าคนอื่น ช่วยสนับสนุนเข้าสภาให้ได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ