เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
บอร์ดราง เตรียมประกาศ กทม. เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” ห้ามรถไฟสินค้าวิ่งกลางวัน-รถน้ำมัน 24 ชม.
Economic บอร์ดราง เตรียมประกาศ กทม. เป็น “เขตเฝ้าระวังพิเศษ” ห้ามรถไฟสินค้าวิ่งกลางวัน-รถน้ำมัน 24 ชม.
‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
Business ‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
World ‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ ใช้ที่ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
Tech ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ ใช้ที่ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
Economic การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
Real Estate ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
Politics อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
Biz Movement ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
Politics กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
Automotive เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
ดูทั้งหมด

ผ่อน LTV ปลุกอสังหาฯไม่ฟื้น แบงก์กลัวหนี้เสียเข้มปล่อยกู้

24 ม.ค. 2563 | 09:02น.

บิ๊กอสังหาฯประสานเสียง “แบงก์พาณิชย์” ธปท.ผ่อนมาตรการ LTV ปลุกตลาดไม่ขึ้น เหตุเศรษฐกิจชะลอตัว-หนี้เสียอสังหาฯทะลัก แบงก์เข้มปล่อยกู้ ยืนยันไม่ช่วยลดยอดปฏิเสธสินเชื่อ “ศุภาลัย” เสนอปลดล็อกแนวราบหลัง 2 กู้ได้ 100% ขาใหญ่ชี้ตลาดยังไม่ฟื้น-คอนโดฯยังเหนื่อย โอกาสลงทุนโครงการใหม่น้อย “แอลพีเอ็น” ขอ 6 เดือน ประเมินสถานการณ์ปรับแผนลงทุน ชี้เศรษฐกิจไม่ฟื้นต้องระมัดระวัง

ธปท.ยอมถอยแก้เกณฑ์ LTV

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศปรับมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan to Value Ratio : LTV) เพื่อช่วยให้ประชาชนกู้บ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงได้ง่ายขึ้น ได้แก่ 1.บ้านหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ยังคงเพดาน LTV 100% แต่สามารถกู้เพิ่มได้อีก 10% ของมูลค่าหลักประกัน สำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งบ้าน และสำหรับบ้านหลังแรกที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไปให้วางดาวน์น้อยลงจาก 20% เป็น 10%

2.สัญญาที่ 2 บ้านราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ 10% หากผ่อนชำระสัญญาที่ 1 มาแล้วอย่างน้อย 2 ปี (จากเดิมกำหนด 3 ปี) โดย ธปท.ยังมองว่าไม่เหมาะสมที่จะยกเลิกเพดาน LTV สำหรับการกู้ซื้อบ้านสัญญาที่ 2 เพราะจากข้อมูลมากกว่าครึ่งของผู้กู้ที่ซื้ออาคารชุด 2 หลังพร้อมกันที่มีระยะห่างระหว่างการกู้สัญญาที่ 1 และ 2 ไม่ถึง1 ปี สะท้อนว่าเป็นการกู้เพื่อเก็งกำไรมากกว่าเพื่ออยู่อาศัยจริง

นอกจากนี้ ธปท.ได้ปรับหลักเกณฑ์เงินกองทุนสำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท รวมถึงกู้สร้างบ้านบนที่ดินปลอดภาระ เป็นการปรับน้ำหนักความเสี่ยงจาก 75% มาอยู่ที่ 35% ซึ่งจะตอบโจทย์สถาบันการเงินในเรื่องต้นทุนถูกลง และสามารถส่งผ่านไปยังผู้กู้ได้รับอัตราดอกเบี้ยถูกลง โดยการปรับเกณฑ์ครั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 20 ม.ค. 63 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ธปท.ได้พิจารณาข้อมูลหลักฐานจากการติดตามสถานการณ์และรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง และพร้อมพิจารณาปรับมาตรการหากพบว่ามาตรการตึงเกินไปและส่งผลกระทบข้างเคียงที่มากเกินควร

นายรณดลกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังผ่อนเกณฑ์ LTV เชื่อว่าจำนวนบัญชีสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ของระบบสถาบันการเงินจะโตได้อีก 5% จากช่วง 11 เดือนแรกของปี 2562 พบว่ามีจำนวนบัญชีปล่อยกู้ใหม่เพิ่มขึ้น 10.8% (รวมธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ) อย่างไรก็ตามก็ต้องขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าด้วย โดยขณะที่หนี้เสีย (NPL) จากสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ในระบบธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 3.7% (ณ พ.ย. 62)และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ตลาดรวม Zero Growth

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา-แวลู บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า การปรับเกณฑ์ LTV ของแบงก์ชาติสาระสำคัญยังไม่ได้มีการปรับแก้มากนัก แต่ก็ถือเป็นสัญญาณดีที่แบงก์ชาติเริ่มฟังเสียงผู้ประกอบการมากขึ้น แม้ว่ายังแก้ไขไม่ตรงจุดก็ตาม

“การกู้เงินซื้อบ้านสัญญาที่ 2 ยังไม่ได้แก้ไขให้ซื้อง่ายโอนคล่อง 100% เพราะต้องรอให้มีการผ่อนสัญญาแรก 2 ปีอยู่ดี แนวโน้มภาพรวมอาจทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยดูดีขึ้นมาได้บ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่จะหวังให้กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยคงยาก”

ประเมินตลาดรวมปี 2562 ผลกระทบจาก LTV คาดว่ายอดขายใหม่หรือยอดพรีเซลติดลบ -20% ปีนี้การวางแผนธุรกิจทำได้เพียงประคองตัว มีอัตราเติบโต 0% หรือ zero growth ก็ถือว่าพอใจแล้ว

แนะบ้านแนวราบหลัง 2 กู้ 100%

สอดคล้องกับนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บมจ.ศุภาลัย กล่าวว่า การปรับเกณฑ์ LTV ล่าสุดไม่ได้เป็นตัวช่วยธุรกิจที่อยู่อาศัยปีนี้มากเท่าที่ควร เพราะการเพิ่มเพดานสินเชื่อบ้านหลังแรกถือว่าช่วยลูกค้ากลุ่มน้อย เนื่องจากสินเชื่อบ้านหลังแรกไม่ใช่สินเชื่อที่มีปัญหา เพราะสินเชื่อบ้านหลังที่ 2 ต่างหากที่มีผลกระทบสูงมาก

“กำลังซื้อบ้านหลังแรกไม่ได้หายไปไหน แต่แบงก์ชาติไปเติมเงินให้ซื้อเฟอร์นิเจอร์ เท่ากับไม่ได้ช่วยให้เพิ่มยอดขายบ้าน เพราะคนซื้อหลังที่ 2 ยังติดปัญหาเงินดาวน์ รวมทั้งที่ปรับเงื่อนไขการผ่อนหลังแรกจาก 3 ปีเหลือ 2 ปีก็แทบไม่แตกต่างจากของเดิม ขณะที่ดีมานด์คนมีบ้านหลังแรกแล้วอยากอัพเกรดซื้อหลังใหญ่ขึ้น จากคอนโดฯ มาซื้อทาวน์เฮาส์ มาซื้อบ้านเดี่ยว ซึ่ง LTV ยังเป็นอุปสรรค”

ข้อเสนอคือ อย่างน้อยที่สุดแบงก์ชาติต้องแยกความจำเป็นการซื้อบ้านแนวราบหลังที่ 2 เป็นลูกค้าซื้ออยู่อาศัยจริง โดยให้ใช้เกณฑ์เดียวกับบ้านหลังแรกคือกู้ได้ 100% ส่วนการซื้อคอนโดฯ หลังที่ 2 มีเงินดาวน์ 10% เป็นเรื่องที่ยอมรับได้

“LTV ที่ปรับใหม่ยังควบคุมสินเชื่อบ้านกับคอนโดฯ หลังที่ 2 โดยใช้เกณฑ์เดียวกัน ทั้ง ๆ ที่สินค้าบ้านแนวราบ 99.9% ซื้ออยู่จริง ต่างกับคอนโดฯที่เก็งกำไรมากกว่า การออกมาตรการมาควบคุมจึงต้องแยกกันทำ ไม่ใช่ควบคุมแบบเหมารวมทำให้กระทบลูกค้าเรียลดีมานด์”

นายไตรเตชะกล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจอสังหาฯว่า ปี 2562 ยอดพรีเซลติดลบจากผลกระทบของมาตรการ LTV อยู่แล้ว ปี 2563 สินค้าแนวราบมีโอกาสดีขึ้นได้บ้าง แต่คอนโดฯน่าเป็นห่วง ซึ่งยังไม่เห็นภาพการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาคอนโดฯใหม่มากนัก กลุ่มตลาดกลาง-ล่างราคาไม่เกิน 3 ล้าน คนที่ยังขายได้ดีก็ยังมีอยู่ แต่ในภาพรวมผู้ประกอบการที่สามารถเปิดตัวโครงการใหม่น่าจะน้อยลงทำให้ภาพรวมตลาดไม่โต

“ผมเห็นด้วยกับ LTV แต่การบังคับใช้ไม่ถูกจังหวะเวลา เพราะเศรษฐกิจยังชะลอตัว ดีที่สุดคือเลื่อนออกไปก่อน และถ้าจะปรับทั้งทีก็ควรปรับให้มีอิมแพ็กต์ไปเลย แต่กลายเป็นว่าแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เป็นตัวช่วยสักเท่าไหร่”

LPN รอประเมินตลาด 6 เดือน

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ.แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ LPN กล่าวว่า ปรับ LTV รอบนี้ถือว่าสินเชื่อบ้านหลังแรกช่วยได้เยอะ ลูกค้าซื้อทดแทนการเช่าเพราะการไม่ต้องมีเงินดาวน์เป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ รวมทั้งการเพิ่มสินเชื่อ Top Up เพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ก็ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่มีเงินก้อน

อย่างไรก็ตาม LPN ยังไม่มีการรีวิวแผนลงทุน ขอรอดูสถานการณ์อสังหาฯ6 เดือน จากนั้นค่อยประเมินใหม่ เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวกำลังซื้อยังมีปัจจัยลบกดดัน การวางแผนลงทุนจึงต้องทำอย่างระมัดระวังและรอบคอบให้มากที่สุด

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มาตรการที่แบงก์ชาติออกมาถือว่าผ่อนคลายเงื่อนไขทุกระดับ และสิ่งที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นผลบวก เพราะเกณฑ์ใหม่ทำให้แบงก์และลูกค้าสินเชื่อลดความตื่นตระหนก แต่จะเป็นตัวช่วยให้ตลาดอสังหาฯปีนี้ฟื้นตัวขึ้นมาเลยนั้น ไม่สามารถตอบได้เต็มปากเต็มคำ ต้องขอดูอีกระยะหนึ่งเพราะภาพรวมตลาดยังมีปัจจัยลบจากกำลังซื้อตกต่ำอยู่

ส้มหล่นบ้านหลังแรกกู้ 110%

ขณะที่นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มองต่างมุมว่า รอบนี้เป็นปัจจัยบวก ทำให้ตลาดรวมที่คาดว่าติดลบ -30% ในปี 2562มีโอกาสฟื้นตัวเป็นบวกได้ 20% ทำให้ตลาดกลับมาใกล้เคียงกับปี 2561

“ก่อนแบงก์ชาติปรับ LTV ประเมินว่าตลาดรวมปีนี้โต 5% แต่หลังจากแก้เกณฑ์ LTV แล้วผมให้แต้มสูง ตลาดน่าจะโตได้ 20% โดยเฉพาะไตรมาส 1/63 ที่มีตัวช่วยจากมาตรการรัฐทั้งลดค่าโอน-จำนองในกลุ่มราคาต่ำ 3 ล้าน กับโครงการบ้านดีมีดาวน์ที่รัฐช่วยผ่อน 5 หมื่นบาทซึ่งจะหมดอายุ 31 มีนาคมนี้ ซึ่งการปลดล็อก LTV มีนัยสำคัญกับสต๊อกสร้างเสร็จพร้อมอยู่ จะทำให้ระบายสต๊อกได้ดีมากขึ้น ถือเป็นผลกระตุ้นทางอ้อมที่ทำให้บรรยากาศผู้ซื้อคึกคักขึ้น”

ฟันธงตลาดคอนโดฯไม่กระเตื้อง

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า การปรับเกณฑ์ LTV รอบนี้ถือว่าผิดคาด เนื่องจากปี 2562 มีตัวเลขบ่งชี้ว่าตลาดรับผลกระทบจากมาตรการในระดับสูง แต่มีการปรับ LTV ยังไม่ตรงกับความต้องการของดีเวลอปเปอร์

“โดยรวม ๆ LTV ใหม่กับของเก่าแทบไม่แตกต่าง ยังเป็นเงื่อนไขเดียวกัน ซึ่งตัวที่กระทบมากกว่าสำหรับสัญญาที่ 2 ทุกคนในวงการทราบดีว่าอยู่ที่คอนโดฯ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นยอดขายคอนโดฯ ปีนี้ก็ไม่น่าจะกระเตื้องขึ้นมาได้เท่าไหร่” นายเทิดศักดิ์กล่าว

ไม่ช่วยลดยอด “ปฏิเสธสินเชื่อ”

ด้านนายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากที่ ธปท.ผ่อนคลายดำรงเงินกองทุนของสินเชื่อที่อยู่อาศัยจาก 75% เหลือ 35% ส่วนหนึ่งช่วยธนาคารลดต้นทุนทางอ้อมได้ และธนาคารไม่ห่วงเรื่องเงินที่จะปล่อยสินเชื่อ ซึ่งจะหนุนการปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น ไม่ต้องห่วงหน้าตักของตัวเอง แต่คงจะมีผลต่อเรื่องการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ไม่มากนัก เนื่องจากในภาวะที่เศรษฐกิจขยายตัวไม่สูงมาก และกำลังซื้อไม่ได้กลับมาเต็มที่ ทำให้การปล่อยสินเชื่อยังคงดูความเสี่ยงในเรื่องความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก ประกอบกับหากดูตัวเลขยอดปฏิเสธสินเชื่อบ้านปัจจุบันถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำที่ 20%

“สินเชื่อคงไม่โตเยอะมาก เพราะตลาดที่หายไปจะเป็นหลังที่ 2 หรือคอนโดมิเนียม ซึ่งยังมีเรื่องเงินดาวน์อยู่ ซึ่งอาจจะต้องรอดูผลหลังปลดล็อกอีกสักระยะหนึ่ง”

สอดคล้องกับนางสาวอรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์ธุรกิจรายย่อย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า การผ่อนเกณฑ์ LTV ครั้งนี้จะช่วยหนุนให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยในระบบโตอย่างน้อย5-10% จากเดิมที่หดตัว 30-40% เนื่องจากเปิดทางให้คนที่จะซื้อที่อยู่อาศัยกล้าตัดสินใจมากขึ้น และการลดเงินกองทุนซึ่งทำให้ต้นทุนของแบงก์ลดลง คาดว่าจะส่งผลให้การแข่งขันการคิดดอกเบี้ยสมเหตุสมผลมากขึ้น แต่คงไม่ได้ปรับลดลงมาก

อย่างไรก็ตามการผ่อนคลายมาตรการของ ธปท.ไม่ได้มีผลต่อเครดิตการปล่อยสินเชื่อกับลูกค้า หรือทำให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อลดลงแต่อย่างใด เนื่องจากธนาคารยังคงดูความสามารถในการชำระหนี้เป็นสำคัญ หากภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดก็จะไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่ออยู่แล้ว

หนี้เสียทะลักชะลอปล่อยกู้

ขณะที่นายสำมิตร สกุลวิระ ประธานสายสินเชื่อธุรกิจธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวว่า ตอนนี้สิ่งที่ธนาคารให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษจะเป็นเรื่องแนวโน้มเอ็นพีแอล เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้การขยายสินเชื่อเป็นไปด้วยความลำบาก แม้ว่าจะมีการผ่อนคลายความเสี่ยงลง แต่หากลูกค้ามีความเสี่ยงที่จะเป็นหนี้เสียในอนาคต ธนาคารก็ต้องระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ

“แม้ว่า ธปท.จะมองว่าสินเชื่อบ้านเป็นหนี้ที่ไม่เสี่ยงมาก ไม่ต้องดำรงเงินกองทุนมาก โดยหลักการปล่อยสินเชื่อจะต้องมากขึ้น แต่ในภาวะตอนนี้ทุกคนระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ ไม่กล้าปล่อยกู้ เพราะกลัวเรื่องหนี้เสียมากกว่า”

หนี้ครัวเรือนสูงกดดันคนซื้อบ้าน

นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย (TBA) และกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภายหลัง ธปท.ผ่อนคลายมาตรการ LTV มองว่า ธนาคารพาณิชย์น่าจะปล่อยสินเชื่อได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มวงเงินให้สามารถกู้เพิ่มได้อีก 10% เพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านเพิ่มเติม นอกจากจะช่วยร้านค้าที่ขายของเกี่ยวกับการตกแต่งเหล่านี้มีสภาพคล่องหมุนเวียนดีขึ้นและขายของได้มากขึ้น ยังเป็นการช่วยให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อในวงเงินได้เพิ่มขึ้นจากเดิม อย่างไรก็ดีตัวเลขการเติบโตอาจจะต้องดูพื้นฐานของสภาวะตลาดโดยรวมด้วย

“การผ่อนคลายระดับดังกล่าวมีส่วนช่วยให้การปล่อยสินเชื่อของแบงก์เพิ่มขึ้นได้ แต่อาจไม่ได้หนุนให้สินเชื่อบ้านเติบโตคึกคักเหมือนในอดีต เพราะภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่ได้เอื้ออำนวย”

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การปรับมาตรการ LTV จะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการซื้ออสังหาริมทรัพย์มากขึ้นแต่ มองว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยที่ยังสูงถึง 79% ต่อจีดีพี จะยังเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคของครัวเรือน ซึ่งจะส่งผลต่อการดูดซับอุปทานอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอุปทานในส่วนที่เป็นคอนโดมิเนียม

คลิกอ่าน…นานาทรรศนะ อสังหาขานรับ “ปลดล็อก LTV”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาตรการ LTV