เมกาบางนา ย้ำขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมดูแลสังคมแบบยั่งยืน

เมกาบางนา ย้ำขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมดูแลสังคมแบบยั่งยืน

ศูนย์การค้าเมกาบางนา ย้ำขับเคลื่อนธุรกิจพร้อมดูแลสังคมแบบยั่งยืน เดินหน้าสานต่อภารกิจ ขยายแผงโซลาร์เซลล์ บนพื้นที่กว่า 62,000 ตรม.

ศูนย์การค้าเมกาบางนา ประกาศความสำเร็จล่าสุดในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาหรือ SOLAR ROOFTOP บนพื้นที่กว่า 62,000 ตรม. รวมจำนวน 18,139 แผง สามารถผลิตไฟฟ้าได้กว่า 12 ล้านหน่วย (KWH) ต่อปี พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืนครอบคลุมในทุกมิติ วางหมากสู่การเป็นศูนย์การค้าที่พัฒนาองค์กรควบคู่การดำเนินธุรกิจที่สร้างคุณค่าและเป็นหนึ่งเดียวกับชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม

นายชัยสิทธิ์ สุทธิวงศ์สุนทร ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมและโครงการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า เมกาบางนาตระหนักและให้ความสำคัญต่อการดูแลสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เริ่มต้นเปิดให้บริการ เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของศูนย์การค้าเมกาบางนาในการให้ความสำคัญด้านการอนุรักษ์พลังงานและดูแลสิ่งแวดล้อม ล่าสุดจึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ผู้นำในการให้บริการด้านสาธารณูปโภคและพลังงานอย่างครบวงจรชั้นนำของประเทศ ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพิ่มอีกจำนวนกว่า 18,139 แผง บนพื้นที่ 62,000 ตารางเมตรของศูนย์การค้าเมกาบางนา (จากเดิมที่มีการติดตั้ง 8,000 ตารางเมตร เมื่อปี 2556) โดยแผงโซลาร์เซลล์ดังกล่าวมีขนาดกำลังการผลิตไฟฟ้าถึง 10 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 12 ล้านหน่วย (KWH) ต่อปี  โดยช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากถึง 37% ของการใช้พื้นที่ส่วนกลางต่อปีเมื่อเทียบกับปี 2565 ที่ผ่านมา นอกจากเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ได้มากถึง 8,000 ตัน อีกด้วย

“โครงการติดตั้ง SOLAR ROOFTOP ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจในการได้มีส่วนร่วมอนุรักษ์และลดการใช้พลังงานของประเทศ และนับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ตอกย้ำให้เห็นถึงจุดยืนในการดำเนินธุรกิจของศูนย์การค้าเมกาบางนา ที่คำนึงถึงผลกระทบกับทุกภาคส่วนตามแนวทาง CSR IN-PROCESS โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย ใช้เทคโนโลยีเมมเบรนแทนการใช้สารเคมี และสามารถขจัดสารปนเปื้อนได้หลายชนิด โดยน้ำที่ผ่านไส้กรองสามารถนำมาใช้หมุนเวียนในกิจกรรมต่างๆ อาทิ การดูแลรักษาต้นไม้ งานทำความสะอาดภายในศูนย์การค้า ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำประปาได้มากกว่าปีละ 1 แสนหน่วย ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง

โดยเร็วๆ นี้ จะมีการติดตั้งระบบ RECYCLE WATER เพื่อนำน้ำจากโรงบำบัดมาบำบัดใช้งานได้เพิ่มเติม โรงผลิตน้ำเย็น ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยประหยัดพลังงาน และช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มากกว่า 20% จุดรีไซเคิล ดรอป พ้อยท์ (RECYCLE DROP POINT) หรือรีไซเคิล เซ็นเตอร์ (RECYCLE CENTER) จุดที่ใช้ในการคัดแยกและกำจัดขยะ ซึ่งรองรับขยะรีไซเคิลได้ทุกประเภททั้งจากผู้เช่าภายในศูนย์ฯ และลูกค้าทั่วๆ ไป สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV CHARGING STATION) เพื่อรองรับการเติบโตของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทย และช่วยสนับสนุนให้เกิดการใช้รถยนต์ทางเลือกมากขึ้น เพื่อหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศได้ นอกจากนี้ภายในองค์กรเองยังได้ปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบ E-TAX และ I-PROCUREMENT สำหรับงานเอกสารของแผนกการเงิน  เพื่อลดการใช้กระดาษและลดการสร้าง CARBON FOOTPRINT อีกด้วย

“จากการดำเนินโครงการในด้านการอนุรักษ์พลังงานมาอย่างยาวนาน ซึ่งเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ จนได้รับรางวัลดีเด่นในโครงการ THAILAND ENERGY AWARDS 2020 ด้านอนุรักษ์พลังงาน ประเภทอาคารควบคุม เรายังคงเดินหน้าเพื่อที่จะแสวงหาแนวทางในการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลังงาน รวมถึงให้ความสำคัญกับลูกค้าและชุมชนรอบข้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันได้มีการปรับปรุงพื้นที่และเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งภายในศูนย์ฯ และบริเวณรอบนอก รวมไปถึง MEGA PARK พื้นที่สีเขียวขนาดกว่า 7 ไร่ เพื่อให้ลูกค้ารวมถึงชุมชนโดยรอบสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ ตอกย้ำให้เห็นถึงนโยบายการสร้างธุรกิจอย่างมีคุณค่าดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืนของศูนย์การค้าเมกาบางนา”  นายชัยสิทธิ์ กล่าว