พลังอาสาสมัคร ttb ปลุกชุมชน “ให้” เพื่อความยั่งยืน

ต้องยอมรับว่าตลอดระยะเวลาผ่านมา ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ “ทีทีบี” มุ่งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเดินหน้าสานต่อพลังเปลี่ยน…ชุมชนเพื่อความยั่งยืน ด้วยกิจกรรม fai-fah for Communities ผ่านการ “ให้” จากพลังอาสาสมัครทีทีบีทั่วประเทศ ด้วยการใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญช่วยเหลือสังคม ผ่านการทำงานของอาสาสมัครเพื่อจุดประกายสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน ภายใต้ปรัชญา Make REAL Change

โดยในปี 2566 มีจำนวนโครงการทั้งสิ้น 26 โครงการ มีอาสาสมัครเข้าร่วมกว่า 3,000 คน

“ฐากร ปิยะพันธ์” ผู้จัดการใหญ่ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของทีทีบีทุกโครงการเน้นสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชน ด้วยการเปิดโอกาสให้อาสาสมัครทีทีบี นำทักษะและองค์ความรู้ไปช่วยกันเปลี่ยนให้ชุมชนดีขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมขององค์กรในการจุดประกายการให้อย่างยั่งยืนคืนกลับสู่ชุมชน

ฐากร ปิยะพันธ์
ฐากร ปิยะพันธ์

“ดังนั้น ในฐานะตัวแทนผู้บริหาร ผมต้องขอขอบคุณอาสาสมัครทีทีบีที่ช่วยกันทำสิ่งดี ๆ กลับคืนสู่สังคม แม้ทุกคนจะมีงานประจำที่ต้องทำเยอะอยู่แล้ว แต่ยังเสียสละเวลาช่วยแก้ปัญหาให้กับชุมชน ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงมีโอกาสส่งต่อให้คนอื่นอีกด้วย”

กิ่งมณี ศิริโกศัยกานนท์
กิ่งมณี ศิริโกศัยกานนท์

“กิ่งมณี ศิริโกศัยกานนท์” อาสาสมัครทีทีบี จากโครงการ Build for Blind กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีแรกที่เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครทีทีบี มีความรู้สึกประทับใจหลายมุม เช่น ในมุมของทำงานจะเป็นเรื่องการบริหารจัดการของทีม เพราะทุกคนงานยุ่งมาก มีปัญหาเรื่องเวลาไม่ตรงกัน และบางคนไม่ได้ทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้การประสานงานในช่วงแรกค่อนข้างลำบาก

“แต่เมื่อมีการสื่อสารจนเข้าใจกันมากขึ้น และมีการวางแผนกระจายงานให้ทุกคนมีส่วนร่วมเท่าที่จะทำได้ จึงทำให้โครงการประสบความสำเร็จในที่สุด ส่วนอีกมุมที่ประทับใจคือรอยยิ้ม และคำขอบคุณจากบุคลากรในศูนย์พัฒนาอาชีพคนตาบอด รวมถึงความสุขจากการที่ได้เข้าไปช่วยเหลือ ทำให้ทุกคนในศูนย์ภูมิใจถึงคุณค่าของชิ้นงานที่ทำ นอกจากนี้ยังสามารถขายเพื่อสร้างรายได้มาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้”

กิตติ บุญยโยธิน
กิตติ บุญยโยธิน

“กิตติ บุญยโยธิน” อาสาสมัครทีทีบีจากโครงการไฟ-ฟ้า คนรุ่นใหม่ ฉลาดออม ฉลาดใช้ กล่าวว่า ผมเป็นอาสาสมัครทีทีบีมาเกือบ 10 ปี ตอนแรกไม่เข้าใจว่าเป็นอย่างไร แต่เมื่อลงมือทำ พบว่าโครงการนี้มีการทำงานเป็นทีม มีแนวร่วมที่มีพลัง

ที่สำคัญ เป็นการให้ที่ปลุกความคิด ปลุกสังคมให้มาร่วมกันทำ โดยมีชุมชนเป็นจุดเริ่มต้น เพราะทุกโครงการจะต้องเข้าไปพูดคุยสอบถามความต้องการของชุมชนก่อน อาสาสมัครทีทีบีเข้าไปทำให้ชุมชนรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองที่มีอยู่ พร้อมจุดพลังและช่วยต่อยอดให้กับชุมชน

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นในเรื่องความยั่งยืน ไม่ได้เป็นโครงการที่จบแค่วันเดียว ซึ่งทำให้โครงการเพื่อสังคมของทีทีบีมีความแตกต่างจากหลาย ๆ องค์กร สิ่งที่ได้จากการเป็นอาสาสมัครทีทีบี คือการทำโครงการอาสา ทำให้ค้นพบจิตใจอีกด้านหนึ่งของเรา

และงานอาสาเป็นงานที่ต้องร่วมมือร่วมใจกัน ได้เห็นความคิดของแต่ละคนในหลาย ๆ แนว อาจจะมีปัญหาความเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่เมื่อจุดมุ่งหมายชัดเจนว่าเป็นการทำเพื่อเข้าไปดูแลชุมชนให้ดีขึ้น ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ก็สามารถปรับทัศนคติให้ไปด้วยกันได้

“ตอนเริ่มต้นทุกคนอาจจะคิดว่าเป็นภาระงานที่เพิ่มขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่มากกว่างานของเรา แต่เมื่อเข้าใจอย่างแท้จริง ทุกคนจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องการให้ เป็นกิจกรรมที่มีความสุข ช่วยเติมเต็มจิตใจของทีมอาสาสมัครทีทีบี เมื่อจบโครงการทุกคนจะรู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งที่ทำ”

สายชล แกล้วกสิกรรม
สายชล แกล้วกสิกรรม

“สายชล แกล้วกสิกรรม” อาสาสมัครทีทีบี โครงการทีทีบีส่งเสริมอาชีพสู่ชุมชน โดยทีมธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ พระนครศรีอยุธยา มาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนดีขึ้น มีอาชีพมั่นคง สร้างรายได้อย่างยั่งยืนจากการขายน้ำพริกและปลาวง กล่าวว่า สนใจอยากเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครทีทีบีมานานแล้ว ปีนี้มีโอกาส และดีใจมากที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลโครงการ

โดยหลังจากลงพื้นที่ไปสำรวจเห็นวิถีชีวิต และรับทราบปัญหาของชุมชน รู้สึกเลยว่าต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ทำให้จบไป ต้องทำให้เกิดประโยชน์เพื่อสร้างอาชีพให้คนในชุมชนมีรายได้ที่ยั่งยืน โดยไม่กระทบหรือไปเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้าน ตอนนี้โครงการเดินหน้าต่อเนื่องโดยชุมชนร่วมกันผลักดันให้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน


“สิ่งที่ทุกคนได้กลับมาจากการทำโครงการคือ ความสุขจากการที่เห็นสังคมน่าอยู่ และมีความเอื้ออาทรกัน เรารู้สึกดีที่ได้เห็นชาวบ้านมารวมตัวพูดคุยกัน มีรอยยิ้มให้กัน ช่วยกันทำน้ำพริก ทำให้โครงการนี้เป็นพื้นที่แห่งการดึงดูดให้ชาวบ้านเข้ามาร่วมกันทำงาน บางคนอายุมากแล้ว มาทำงานวันละ 3 ชั่วโมง มีรายได้ 300 บาท ทำให้คนสนใจเข้ามาในกลุ่มเยอะขึ้น ในฐานะอาสาสมัครทีทีบีภูมิใจที่ธนาคารมีโครงการดี ๆ แบบนี้ ซึ่งเป็นโครงการที่ยั่งยืน และเป็นประโยชน์กับทุกคนจริง ๆ”