ภาพยนตร์ 4 คู่ ที่ดูห่างไกล แต่เชื่อมโยงใน “จักรวาล” เดียวกัน

ในโลกแห่งภาพยนตร์ หากไม่นับภาพยนตร์สารคดี หรือภาพยนตร์ที่สร้างอิงจากเหตุการณ์จริง เรามักจะเห็นเรื่องราวต่าง ๆ ที่ออกมาจากจินตนาการของผู้เขียนบท ผ่านทางมุมมองของผู้กำกับ เราจะสังเกตได้ว่าภาพยนตร์เหล่านี้จะมีเงื่อนไขหรือปัจจัยต่าง ๆ เป็นกรอบให้เรื่องราวมีความสมเหตุสมผลในตัวมันเอง อยู่ในโลกสมมุติที่สร้างขึ้นมา ที่ภาษาในวงการภาพยนตร์และผู้ที่ชื่นชอบในการชมภาพยนตร์เรียกกันว่า “จักรวาล”


ตัวอย่างจักรวาลภาพยนตร์ที่เห็นได้ชัดและประสบความสำเร็จที่สุดจักรวาลหนึ่ง คือ “Marvel Cinematic Universe” หรือจักรวาลมาร์เวล ที่มีจุดเริ่มต้นจากภาพยนตร์เรื่อง “Iron Man” เมื่อ 11 ปีที่แล้ว และต่อยอดความสำเร็จมาจนถึง “Avengers : Endgame” ภาพยนตร์ลำดับที่ 22 ในจักรวาลที่เพิ่งขึ้นแท่นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาล แซงหน้า “Avatar” ที่ครองแชมป์มาอย่างยาวนาน

อย่างไรก็ตาม ยังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่ทางผู้สร้างไม่ได้บอกกับเราผู้ชมว่าหนังของพวกเขาเป็นเรื่องราวในจักรวาลเดียวกันอย่างชัดเจน แต่กลับแอบใส่ประเด็น เรื่องราว หรือตัวละครบางตัวลงไปในหนังแต่ละเรื่องเป็นตัวเชื่อม เป็นการทิ้งร่องรอยให้แฟน ๆ ได้พูดคุย ได้สนุกสนานกัน

“ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวม 4 คู่ภาพยนตร์ที่น่าสนใจ ที่หลายคน (อาจ) ไม่รู้หรือคาดไม่ถึงว่าจะอยู่ในจักรวาลเดียวกัน

The Shawshank Redemption/It

“The Shawshank Redemption” ภาพยนตร์จากปี พ.ศ. 2537 เป็นเรื่องที่มีคะแนนที่สุดในเว็บไซต์จัดอันดับภาพยนตร์ชื่อดังอย่างไอเอ็มดีบี (IMDb) โดยมีคะแนนมากถึง 9.3/10 จากผู้ลงคะแนนกว่า 2 ล้านคน เป็นภาพยนตร์แนวดราม่าพูดถึงการใช้ชีวิตในคุกจากความผิดที่แอนดี้ ดูเฟรส์น (Andy Dufresne) ไม่ได้ก่อ กับ “It อิท โผล่จากนรก” ในปี พ.ศ. 2560 ภาพยนตร์แนวสยองขวัญว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มเด็กขี้แพ้ในการร่วมมือกันจัดการกับ “มัน”

หากดูรวม ๆ แล้ว ภาพยนตร์ 2 เรื่องนี้ดูจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมโยงของหนังทั้ง 2 เรื่อง คือ เป็นภาพยนตร์ที่สร้างจากนิยายของสตีเฟน คิง (Stephen King) ซึ่งตัวคิงเองได้ทำการเชื่อมโยงทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเขียนผ่านทางหนังสือชุด The Dark Tower (หอคอยทมิฬ) ที่มีการสร้างเป็นภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันออกมาในปี พ.ศ. 2560 ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการเชื่อมโยงระหว่าง The Shawshank Redemption และ It เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภาพยนตร์ทุกเรื่องที่สร้างจากงานประพันธ์ของคิง ไม่ว่าจะเป็น “The Shining โรงแรมผีนรก” ในปี พ.ศ. 2523 หรือ “Doctor Sleep ลางนรก” ที่เป็นหนังภาคต่อของ The Shining ที่เพิ่งเข้าฉายในช่วงที่ผ่านมาและอีกมากมาย

James Bond/The Rock

ฌอน คอนเนอรี (Sean Connery) รับบทบาทเป็น “เจมส์ บอนด์” (James Bond) ในภาพยนตร์ชุด “007” ด้วยกันทั้งหมด 7 เรื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505-2526 และ 13 ปีผ่านไปในปี พ.ศ. 2539 เขาได้รับบทบาทเป็น “จอห์น เมสัน” (John Mason) ในภาพยนตร์เรื่อง “The Rock ยึดนรกป้อมทมิฬ” คู่กับนิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) หนึ่งในนักแสดงแถวหน้าของวงการ

ถึงแม้ว่าทั้งแฟรนไชส์สายลับ 007 กับภาพยนตร์เรื่อง The Rock จะมีเพียงความเชื่อมโยงเดียว คือ ฌอน คอนเนอรี ในฐานะนักแสดงนำ โดยทั้งสองบทบาทเขาล้วนแต่เป็นสายลับระดับพระกาฬของรัฐบาลอังกฤษ ในภาพยนตร์ชุด 007 เขาคือ เจมส์ บอนด์ ในวัยฉกรรจ์ผู้เปี่ยมด้วยความสามารถ ส่วนใน The Rock เขาคือ จอห์น เมสัน สายลับชาวอังกฤษในวัยชราที่ถูกจับกุมและควบคุมตัวโดยรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งบทบาทและความสามารถของตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้ผู้ชมหลาย ๆ คนอดคิดไม่ได้ว่าเขานี่แหละคือสายลับ 007 ที่ทำให้ภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่อง (อาจจะ) อยู่ในจักรวาลเดียวกัน

Star Wars/E.T. the Extra-Terrestrial

ในภาพยนตร์เรื่อง “Star Wars : Episode I-The Phantom Menace” หรือ “สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 1 : ภัยซ่อนเร้น” ของจอร์จ ลูคัส (George Lucas) ในปี พ.ศ. 2542 ได้มีการปรากฏตัวของมนุษย์ต่างดาวเผ่าอโซเจียน (Asogian) ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ของ “อี.ที.” อยู่ในฉากการประชุมสมาชิกวุฒิสภา หรือแม้กระทั่งในภาพยนตร์เรื่อง “E.T. the Extra-Terrestrial” หรือ “อี.ที. เพื่อนรัก” ของสตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg) เอง ก็ได้มีการปรากฏตัวของปรมาจารย์เจได นาม “โยดา” (Yoda) จากแฟรนไชส์ สตาร์ วอร์ส ด้วยเช่นเดียวกัน เป็นการแสดงถึงมิตรภาพระหว่างลูคัสกับสปีลเบิร์ก โดยในภาพยนตร์เรื่อง อี.ที. หนึ่งในฉากที่เป็นภาพจำของใครหลาย ๆ คนที่ อี.ที.ทำให้จักรยานของเด็ก ๆ ลอยขึ้น ซึ่งอาจจะตีความได้ว่า อี.ที.นั้นมี “พลัง” (Force) และนับเป็นเจไดคนหนึ่ง ทำให้ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องอยู่ในจักรวาลเดียวกันไปโดยปริยาย


Star Wars/Indiana Jones

นอกจากความสัมพันธ์อันดีของลูคัสกับสปีลเบิร์ก ในแฟรนไชส์ สตาร์ วอร์ส และภาพยนตร์ อี.ที. แล้ว ในแฟรนไชส์ “ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ อินเดียนา โจนส์ (Indiana Jones) ก็ยังเป็นการร่วมมือกันของทั้งคู่ โดยมีลูคัสเป็นผู้เขียนบท และสปีลเบิร์กเป็นผู้กำกับในทุกภาค

ความเชื่อมโยงระหว่างสตาร์ วอร์ส และอินเดียนา โจนส์ จะอยู่ในภาพยนตร์เรื่อง “Raiders of the Lost Ark ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า” ในปี พ.ศ. 2524 ในตอนที่โจนส์ไปที่ The Well of the Souls (บ่อน้ำแห่งวิญญาณ) ได้ปรากฏหินที่มีการสลักเป็นรูปของอาร์ทู-ดีทู (R2-D2) และซี-ทรีพีโอ (C-3PO) ซึ่งเป็นสองตัวละครดังจากภาพยนตร์ชุดสตาร์ วอร์ส อยู่ด้วย และในภาพยนตร์ “Indiana Jones and the Temple of Doom ขุมทรัพย์สุดขอบฟ้า 2 ตอน ถล่มวิหารเจ้าแม่กาลี” ในปี พ.ศ. 2527 ซึ่งเป็นภาคที่ 2 ของแฟรนไชส์นี้ มีบาร์ที่ชื่อว่า “Club Obi Wan” (คลับโอบิ วัน) ซึ่ง “Obi-Wan Kenobi” (โอบิ-วัน เคโนบี) เป็นชื่อของปรมาจารย์เจไดในแฟรนไชส์ สตาร์ วอร์ส จึงนับได้ว่าทั้งสองแฟรนไชส์นั้นอยู่ในจักรวาลเดียวกัน และยังหมายความว่า ทั้ง สตาร์ วอร์ส, อินเดียนา โจนส์ และ อี.ที. นั้นอยู่ร่วมจักรวาลกันทั้งหมด

นอกจากทั้ง 4 คู่ภาพยนตร์ที่ได้นำเสนอไปนั้น ยังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ในจักรวาลเดียวกันอีกนับไม่ถ้วน และถึงแม้ว่าความเชื่อมโยงต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะไม่ใช่สาระสำคัญของตัวภาพยนตร์ แต่อาจจะมีส่วนเพิ่มอรรถรสในการรับชมภาพยนตร์ มีผลต่อความรู้สึกและมุมมองในการดูภาพยนตร์ที่ต่างจากตอนที่ยังไม่รู้ความเชื่อมโยงต่าง ๆ เหล่านี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ