เปิดเงื่อนไข Blue Zone 17 จังหวัด “เข้าอย่างไร ไม่กักตัว”

สนามบิน

จากประกาศของกระทรวงการต่างประเทศออกประกาศรายชื่อประเทศและพื้นที่ต้นทางสำหรับนักท่องเที่ยวชางต่างชาติที่เดินทางจากประเทศกลุ่มความเสี่ยงต่ำที่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้โดยไม่กักตัวจำนวน 46 ประเทศ โดยมีผลตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

“ประชาชาติธุรกิจ” ขอสรุปหลักการและเงื่อนไขสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวกลุ่มเสี่ยงต่ำดังกล่าวดังนี้

1.นักท่องเที่ยวจาก 46 ประเทศตามประกาศดังกล่าวต้องเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดส เดินทางข้ามประเทศไทยทางอากาศและมีหลักฐานปลอดเชื้อโควิด โดยมีการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทาง และตรวจ RT-PCR อีกครั้งเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย

2.จังหวัดที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่อง the blue zone หรือพื้นที่สีฟ้า ระยะที่ 1 การท่องเที่ยว (1-30 พฤศจิกายน 2564) จำนวน 15 จังหวัด รวมที่เปิดไปแล้ว 2 จังหวัดเป็น 17 จังหวัด ซึ่งเป็นเมืองหลักหรือจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด

ประกอบด้วย พื้นที่นำร่องไปก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 2 จังหวัดคือ ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพะงัน) ซึ่งเป็นเมืองหลักหรือจังหวัดที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งหมด

ส่วนอีก 15 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ (สนามบินสุวรรณภูมิ), กระบี่, พังงา, ประจวบคีรีขันธ์ (ตำบลหัวหิน, หนองแก), เพชรบุรี (เทศบาลเมืองชะอำ), ชลบุรี (พัทยา อำเภอบางละมุง ตำบลนาจอมเทียน ตำบลบางเสร่ เกาะสีชัง และ อ.ศรีราชา), ระนอง (เกาะพยาม), เชียงใหม่ (อำเภอเมือง แม่แตง แม่ริม ดอยเต่า), เลย (เชียงคาน), บุรีรัมย์ (อำเภอเมือง), หนองคาย (อำเภอเมือง ศรีเชียงใหม่ ท่าบ่อ สังคม), อุดรธานี (อำเภอเมือง นายูง หนองหาน ศิลปาคม กุมภวาปี บ้านดุง), ระยอง (เกาะเสม็ด) และตราด (เกาะช้าง)

สำหรับแนวทางการเข้ามาในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 พฤศจิกายนนี้กำหนดไว้ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย

1.test & go เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงต่ำ (46 ประเทศ) ฉีดวัคซีนครบ เข้าพื้นที่สีฟ้า ไม่กักตัว ไม่จำกัดพื้นที่

2.living in the blue zone มาจากประเทศที่ไม่อยู่ในประกาศ 46 ประเทศ ฉีดวัคซีนครบ เข้าพื้นที่สีฟ้า ไม่กักตัว จำกัดพื้นที่ (เหมือน sandbox)


และ 3.happy quarantine ทุกประเทศ ฉีดวัคซีนไม่ครบ ต้องกักตัว (AQ) หรือทุกประเทศ ฉีดวัคซีนครบ เข้าพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ใช่สีฟ้า ต้องกักตัว (AQ)

ทั้งนี้ ประเด็นที่เป็นนัยสำคัญในเวลานี้คือ แนวทางการเข้ามาในประเทศไทยในรูปแบบที่เรียกว่า “test & go” เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงต่ำ (46 ประเทศ) ที่กำหนด ฉีดวัคซีนครบ โดยมีเงื่อนไขดังนี้

1.มีเอกสารหรือหลักฐานรับรองการได้รับวัคซีนอย่างน้อย 14 วัน และเป็นวัคซีนที่ได้รับการรับรอง

2.กรณีเคยติดเชื้อและได้รับวัคซีน 1 เข็มในช่วง 3 เดือนหลังติดเชื้อ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนเดินทาง

3.เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีมาพร้อมกับผู้ปกครองที่ได้รับวัคซีนแล้วต้องตรวจทุกคน (ตรวจน้ำลาย)

4.มีผลการตรวจโควิดภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทาง

5.มีเอกสารยืนยันการชำระค่าห้องพัก ที่รวมค่า RT-PCR โดยต้องเป็น SHA+, AQ, OQ และ AHQ

6.มีประกันภัยวงเงินคุ้มครอง5 แสนเหรียญสหรัฐ

จากนั้นยื่นเอกสารประกอบการเดินทางเข้าประเทศผ่าน www.tp.consular.go.th ระบบจะตรวจสอบข้อมูลและหลักฐาน เมื่อได้รับการยืนยันผลการอนุมัติจะได้รับ QR code และเมื่อเดินทางมาถึงนักท่องเที่ยวจะต้องผ่านด่านควบคุมโรคเพื่อสแกน QR code ตรวจเอกสาร และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

เมื่อผ่านแล้วต้องเข้ารับการตรวจเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ณ โรงแรม หรือสถานที่ที่โรงพยาบาลคู่ปฏิบัติการกำหนด ติดตั้งแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” (ภาษาอังกฤษ) และรอผลตรวจในห้องพัก

หากไม่พบเชื้อนักท่องเที่ยวจะได้รับ ATK สำหรับตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองในวันที่ 6-7 และสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้แบบไม่จำกัดพื้นที่ทั่วประเทศ


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ