เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ดูทั้งหมด

วิกฤตรถใช้น้ำมันที่จีน กรณีศึกษาของโลกรถยนต์

19 เม.ย. 2566 | 11:43น.
วิกฤตรถใช้น้ำมันที่จีน
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ผู้สันทัดกรณีในอุตสาหกรรมรถยนต์ระดับโลกหลายคนตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า วิกฤตใหม่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศจีนในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า นั่นคือปรากฏการณ์ที่ว่า รถยนต์จำนวนหลายล้านคันผลิตใหม่ยังไม่ได้ใช้งาน จะกลายเป็นสินค้าไร้ประโยชน์ ไร้มูลค่าไปโดยสิ้นเชิง เมื่อจีนบังคับใช้ “กฎว่าด้วยการปล่อยมลพิษใหม่” ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้

กฎเกณฑ์ใหม่ดังกล่าว ซึ่งประกาศให้เป็นที่รับรู้กันทั่วไปตั้งแต่ปี 2016 โดยกำหนดให้มีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม 2023 ทั้งนี้ ไม่ได้ห้ามการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง เพียงแต่กำหนด “มาตรฐานใหม่สำหรับการปล่อยมลพิษ” ของรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ไอซีอี) หรือเรียกง่าย ๆ ว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง

ตามมาตรฐานใหม่ที่ว่านั้น ค่าของไอเสียที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนมอนอกไซด์, ไนโตรเจนออกไซด์, อนุภาคที่เกิดจากการเผาไหม้ (particulates) และอื่น ๆ จะต้องลดลงอย่างน้อย 1 ใน 3 หรือไม่ก็ต้องลดลงจากเดิมครึ่งหนึ่ง ขึ้นอยู่กับชนิดของไอเสียเหล่านั้น

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า ทางการจีนประกาศให้รับรู้กันล่วงหน้าก่อนบังคับใช้มาตรฐานใหม่นี้นานถึงเกือบ 7 ปีเต็ม ๆ เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ “เตรียมพร้อม” ในการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษลดน้อยลง เวลา 7 ปีแม้จะไม่ยาวนานนัก แต่ก็เพียงพอต่อการออกแบบ พัฒนา และนำเอารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ ซึ่งปล่อยมลพิษน้อยลงออกสู่ท้องตลาด

ปัญหาก็คือว่า ดูเหมือนบรรดาผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไม่คิดที่จะทำเช่นนั้น แต่ตั้งเป้าจะขายรถยนต์ไอซีอีต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึง “เส้นตาย”

แต่แล้วก็บังเกิดปรากฏการณ์นอกเหนือความคาดหมาย นั่นคือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ไม่เพียงทำให้การผลิตรถยนต์ลดลงเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงกำลังซื้อและความต้องการ จนยอดขาย
รถยนต์ร่วงลงอย่างหนักอีกด้วย

ถึงตอนนี้แม้ยอดขายรถยนต์ในจีนจะกระเตื้องขึ้นอยู่บ้าง แต่ที่ฟื้นตัวขึ้นมาดังกล่าวคือยอดขาย “รถอีวี” หรือรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ในส่วนของรถใช้น้ำมันยังคงหายไปอย่างน่าตกใจ

จีนนั้นแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่เชื่องช้าในการรับเอารถอีวีเข้ามาใช้ ในปี 2015 ส่วนแบ่งการตลาดของรถอีวีในจีนอยู่ที่เพียงแค่ 0.84% ของรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ทั้งหมด ใกล้เคียงกับตลาดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งรถอีวีมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 0.66% เท่านั้น โดยสัดส่วนการใช้รถอีวีสูงสุดอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 3.1%

แต่ที่น่าคิดก็คือ ในปี 2022 ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของรถอีวีในสหรัฐขยับขึ้นไปอยู่ที่ 7.2% เฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียเพิ่มขึ้นเป็น 18.7% ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของรถอีวีในจีนกลับพุ่งขึ้นสูงถึง 30% อย่างน่าทึ่ง ทิ้งหลายประเทศที่เคยนำหน้าอยู่ก่อนหน้านี้ไปหลายช่วงตัว

เท่ากับว่าตลาดรถอีวีในจีนแม้จะเชื่องช้า ในระยะแรกอยู่บ้าง แต่เมื่อออกสตาร์ตก็รุดหน้าอย่างรวดเร็ว เร็วจนบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่าย “เซอร์ไพรส์” ไปตาม ๆ กัน

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ปรากฏการณ์ “หั่นราคา” รถไอซีอีครั้งมโหฬาร แม้แต่ทางการก็ยังเข้ามาช่วยเหลือ โดยรัฐบาลท้องถิ่นของมณฑลต่าง ๆ พากันประกาศมาตรการอุดหนุนเพิ่มเติมสำหรับการซื้อรถยนต์ไอซีอีที่ผลิตขึ้นมาจากโรงงานซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลนั้น ๆ

แต่ยิ่งราคาถูกหั่นลงเร็วเท่าใด ปรากฏการณ์ “wait-and-see” ก็ยิ่งเกิดขึ้นกับผู้ซื้อชาวจีนมากขึ้นเท่านั้น ส่วนหนึ่งคิดว่ารอไปนานอีกหน่อยราคาก็จะลดลงมากยิ่งขึ้น ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งหันไป “ซื้ออนาคต” ใช้รถอีวีไปเลย

ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในขณะที่เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ใกล้จะถึงกำหนดที่รถยนต์ในสต๊อกหลายล้านคันจะกลายเป็นไร้ค่า ขายไม่ได้มากขึ้นทุกที

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของจีนดูเหมือนจะปรับตัวได้รวดเร็วกว่า ดังนั้น ค่ายรถยนต์ต่างชาติจึงตกเป็นเหยื่อได้รับผลกระทบจากกฎข้อบังคับใหม่ของจีนมากที่สุด

ยอดขายล่าสุดของรถยนต์ที่เป็นแบรนด์จีน ถือว่าเสมอตัวเมื่อเทียบกันปีต่อปี แต่ยอดขายของรถจากค่ายสหรัฐอเมริกาลดลง 12% รถจากเยอรมนีกับเกาหลีใต้หายไปถึง 22% ที่หนักสุดคือค่ายรถฝรั่งเศสและญี่ปุ่นที่ลดลงมากกว่า 40% เมื่อเทียบกันปีต่อปี

สภาหอการค้าผู้จัดหน่ายรถยนต์แห่งจีน (China Auto Dealers Chamber of Commerce-CADCC) ออกมาเรียกร้องให้ทางการยืดระยะเวลาบังคับใช้กฎดังกล่าวออกไปอีก 6 เดือน จนถึงปีหน้า

แต่ยังไม่มีใครแน่ใจว่า ถึงตอนนั้นรถหลายล้านคันที่ว่าจะขายออกหรือไม่

ที่น่าคิดอย่างยิ่งก็คือ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า กรณีของจีนถือเป็นกรณีศึกษาสำหรับตลาดรถยนต์ทั่วโลกในเวลานี้ เพราะแนวโน้มที่ว่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในจีนเพียงประเทศเดียว แต่เป็นกันทั่วโลก ถือเป็น “โกลบอลเทรนด์” อย่างหนึ่ง และมีรูปธรรมให้เห็นกันมาแล้วในหลายประเทศ

ตัวอย่างเช่นในนอร์เวย์ ซึ่งกำหนดจะยุติการจำหน่ายรถใช้น้ำมันในปี 2025 แต่ในปี 2022 ที่ผ่านมารถยนต์ใช้น้ำมันขายไม่ออก จนทำให้หลายบริษัทต้องเลิกขาย

รวมทั้ง “ฮุนได” ที่เป็นรายล่าสุดซึ่งประกาศยุติการขายรถยนต์ใช้น้ำมันในนอร์เวย์ไปแล้วเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง