รมต.ตปท.ออสซี่ ขึ้นปาฐกถาพิเศษ ชี้ความสัมพันธ์แนบแน่นออสเตรเลีย-อาเซียน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย นางจูลี บิชอป เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยในวันที่ 3 สิงหาคม นางบิชอปได้ลงนามความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ประเทศไทย ก่อนขึ้นปาฐกถาพิเศษในโอกาสครบรอบ 50 ปีอาเซียน ณ กระทรวงการต่างประเทศ

นางบิชอป กล่าวว่า เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ประเทศไทยเป็นผู้นำในการรวมกลุ่มอาเซียนขึ้น 5 ประเทศแรก เนื่องจากประเทศอาเซียนแต่ละประเทศมีขนาดเล็ก เมื่อรวมตัวกันและร่วมมือกัน ก็สามารถที่จะกำหนดรูปร่างและสร้างนโบายที่แข็งแรงได้ โดยไม่ถูกประเทศทางฝั่งตะวันตกรุกไล่

ต่อมาในปี 1967 ออสเตรเลียได้มองเห็นศักยภาพของอาเซียน และเข้ามาสร้างสัมพันธ์กับประเทศในกลุ่มอาเซียน จากนั้น 7 ปีต่อมา ออสเตรเลียได้เป็นหุ้นส่วนทางการเจรจาของอาเซียนเป็นประเทศแรก หลังจากนั้นได้มีความร่วมมือต่างๆ ตามมาอีกมาก ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนและออสเตรเลียได้กลายเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญทางต่างประเทศของทางออสเตรเลีย

ปัจจุบันการรวมตัวกัน 10 ประเทศของอาเซียน ทำให้อาเซียนมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 3 ของโลก จีดีพีรวมกันมากกว่า 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขนาดของตลาดเศรษฐกิจอาเซียนเมื่อรวมกันแล้วเป็นอันดับที่ 3 รองจากแค่จีนและอินเดีย นอกจากนี้เศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียนมีแนวโน้มเติบโต 5% มูลค่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2025

การเปลี่ยนแปลงของอาเซียนนั้นช่างน่าประทับใจนัก โดยปัจจุบันอาเซียนเป็นคู่ค้าลำดับที่ 3 ของออสเตรเลีย ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่สนับสนุนอาเซียนมาตลอด และสนับสนุนให้อาเซียนมีการเปิดการค้าเสรีที่ธุรกิจต่างประเทศเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น

ทั้งนี้ ออสเตรเลียมีโครงการมูลค่า 730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการพัฒนาประเทศในอาเซียน เพื่อส่งเสริมให้มีการรวมตัวของประเทศเศรษฐกิจมากขึ้น และยังมีความร่วมมือด้านอื่นๆ เช่น ความปลอดภัยท้องทะเล การควบคุมชายแดน ผู้อพยพ การศึกษา และการค้ามนุษย์ โดยออสเตรเลียมอบเงินจำนวน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับโครงการช่วยเหลือปัญหาการค้ามนุษย์ในกลุ่มประเทศอาเซียน


รมต.การต่างประเทศออสเตรเลีย ยังได้แสดงความกังวลใจในเรื่องความดึงเครียดของทะเลจีนใต้ และการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยชี้ว่า นี่คือความท้าทายระดับภูมิภาค มิใช่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่งเดียวสามารถแก้ไขได้ ต้องร่วมมือกันในระดับภูมิภาคเพื่อก้าวข้าวความขัดแย้งต่างๆ ไปด้วยกัน