“ทินเดอร์” รุกอินเดีย ก้าวข้ามวัฒนธรรมคลุมถุงชน

AFP PHOTO / LIONEL BONAVENTURE

กว่า 2 ปีที่ “แมตช์ กรุ๊ป”สตาร์ตอัพจากสหรัฐอเมริกา เจ้าของแอปพลิเคชั่นหาคู่ชื่อดัง “ทินเดอร์” เข้าไปตั้งบริษัทเปิดให้บริการในประเทศอินเดีย ถือว่าได้รับความนิยมไม่น้อยสมกับที่บริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะเข้ามาทำตลาดในแดนภารตะ ซึ่งธุรกิจหาคู่ออนไลน์ยังไม่เป็นที่ยอมรับเท่าไหร่

อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่ว่า ยังเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้ใช้งานชายหนุ่ม ประเด็นปัญหาที่ทินเดอร์ต้องเผชิญเช่นเดียวกับแอปหาคู่ในประเทศอื่น ๆ นั่นก็คือ ภาวะขาดแคลนผู้ใช้งานหญิงนั่นเอง

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ? สาเหตุเป็นเพราะประเทศอินเดีย ยังคงเป็นประเทศหัวโบราณที่ยังมีการจัดงานแต่งงานรูปแบบคลุมถุงชนอยู่ทั่วไป ซึ่งไม่ใช่การแต่งงานที่เกิดขึ้นจากความรัก ดังนั้นการออกเดตไม่ว่าจะรูปแบบใด ก็ยังเป็นเรื่องน่าติฉินนินทา โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิง

หญิงสาวหลาย ๆ คนระบุว่า เธอหลีกเลี่ยงแอปหาคู่เพราะกลัวว่าคนรอบตัวจะตัดสินเธอ รวมถึงกังวลใจกับความปลอดภัยและการออกเดตที่ไม่ราบรื่น ผู้หญิงคนหนึ่งระบุว่า เธอเคยเห็นลูกพี่ลูกน้องชายของเธอเล่นทินเดอร์ ทำให้กลัวว่า เขาก็อาจจะเจอเธอในแอปหาคู่ดังกล่าวเช่นกัน และเมื่อผู้หญิงมีจำนวนน้อย ผู้หญิงอินเดียที่ใช้แอปพลิเคชั่นหาคู่ ก็ต้องเจอกับอินบ็อกซ์จำนวนมากที่ถาโถมเข้ามา จนพวกเธอบอกว่ารู้สึกเหมือนโดนข่มขู่มากกว่าโดนจีบ

“อนุชรี มาจุมดาร์” วัย 33 ปี จากมุมไบ บอกกับเดอะ วอลล์สตรีต เจอร์นัลว่า เธอได้ใช้แอปหาคู่บ้างและสิ่งที่เกิดขึ้นคือพบว่าบางทีพวกผู้ชายก็จู่โจมมากเกินไป เธอจึงเข้าใจว่าทำไมการจะดึงดูดให้สาว ๆ เข้ามาใช้แอปจึงไม่ง่าย

และอีกหนึ่งความท้าทายสำหรับทินเดอร์ น่าจะเป็นแอปหาคู่สัญชาติอินเดีย ที่จะมีความเข้าใจผู้หญิงอินเดียและวัฒนธรรมคนอินเดียมากกว่า แม้ว่าผู้ใช้งานจะมีผู้ชายมากกว่าผู้หญิงเหมือนกันก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น “ทรูลี่ แมดลี่” (TrulyMadly) ที่เคลมว่ามีผู้หญิงใช้งานแอปราว 20% จากทั้งหมด ได้นำเสนอคอนเซ็ปต์ว่า เป็นแอปที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายเลือกผู้ชายก่อนได้ ขณะที่ “วู” (Woo) แอปหาคู่ที่ผู้หญิงสมัครใช้งานฟรี ทั้งสามารถใช้นามแฝงได้ แต่ผู้ชายจะต้องเสียเงินเปิดใช้แอป ถือเป็นอีกหนึ่งการสกรีนที่ทำให้ผู้หญิงสบายใจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม “แมนดี้ กินสเบิร์ก” ซีอีโอของแมตช์ กรุ๊ป เชื่อว่าชาวอินเดียยุคใหม่เข้าถึงการศึกษามากขึ้น ซึ่งจะทำให้พวกเขายอมรับและเปิดใจกับแอปหาคู่มากขึ้น และไม่ยอมรับการคลุมถุงชนแต่งงานเท่าไหร่นัก ขณะที่ปัจจุบันวัยรุ่นอินเดียนับล้าน ๆ คน เดินทางจากบ้านเกิดไปร่ำเรียนหรือหางานในต่างเมือง ทำให้พวกเขามีอิสระมากขึ้นทั้งในเรื่องการใช้ชีวิตและการเงิน และการเข้าถึงสมาร์ทโฟนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในโอกาสของทินเดอร์ โดยสำนักวิจัยอีมาร์เก็ตเตอร์ระบุว่าปี 2018 ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในอินเดีย เติบโตมากที่สุดในโลกถึง 16%

ขณะที่ซีอีโอของ Shaadi.com เว็บไซต์หาคู่ในอินเดีย ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันผู้ใช้งานผู้ชายในแอปหาคู่มีเพียงพอแล้ว แต่สิ่งที่แอปต่าง ๆ ต้องแข่งขันกัน คือการโน้มน้าวความคิดของผู้หญิงและทำให้ผู้หญิงรู้สึกปลอดภัยในการใช้งาน

ทั้งนี้ สิ่งที่ทินเดอร์คาดหวังในตลาดอินเดีย มิใช่เพียงรายได้จากสมาชิกพรีเมี่ยมหรือการขายผลิตภัณฑ์ช่วยหาคู่ในแอปเท่านั้น แต่มากกว่านั้นคือข้อมูลของผู้ใช้งาน ที่จะสามารถทำให้บริษัทต่อยอดกิจการในตลาดอินเดีย ซึ่งขึ้นชื่อว่าโตเร็วที่สุดในโลกได้อีกมาก

ปัจจุบันทินเดอร์ให้บริการในอินเดียด้วย 4 ภาษาท้องถิ่น และถือเป็นแอปที่ทำรายได้ในระดับต้น ๆ ของ”กูเกิล เพลย์ อินเดีย” แพลตฟอร์มดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นสำหรับแอนดรอยด์ โดยข้อมูลจากเว็บไซต์ของทินเดอร์ระบุว่า บริษัทเป็นแพลตฟอร์มจับคู่ออกเดตที่ประสบความสำเร็จที่สุด ด้วยการใช้งานทั่วโลก (ปัดซ้าย-ขวาเพื่อแมตช์คู่) ถึง 1.6 พันล้านครั้ง/วัน และการออกเดต 1 ล้านครั้ง/สัปดาห์ โดยตั้งแต่ก่อตั้งมีการแมตช์เกิดขึ้น 20,000 ล้านครั้งในแอปพลิเคชั่น ด้วยการขยายกิจการในกว่า 190 ประเทศทั่วโลก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ