2 นักดำน้ำออสซี่ช่วยหมูป่า ร่อนจดหมายจี้ “บิ๊กตู่” ปล่อยตัว “ฮาคีม”

เครก ชาลเลน และ ริชาร์ด ฮาร์ริส

สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ ของออสเตรเลีย รายงานเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ระบุว่า “ริชาร์ด ฮาร์ริส” และ “เครก ชาลเลน” สองนักดำน้ำชาวออสเตรเลีย ที่มีส่วนสำคัญในการช่วยชีวิตสมาชิกทีมหมูป่าอคาเดมีที่ติดถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ออกมาได้อย่างปลอดภัย ได้ส่งจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปลอยตัว “นายฮาคีม อัล อาไรบี” อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน วัย 25 ปี ที่ถูกทางการไทยจับกุมเพื่อส่งตัวผู้รายข้ามแดนตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าชาลเลน หนึ่งในสองนักดำน้ำในถ้ำ ยืนยันว่ามีการส่งจดหมายดังกล่าวถึงนายกรัฐมนตรีของไทยจริง แต่ปฏิเสธที่จะให้รายละเอียด ขณะที่นายมารไรส์ เพนน์ รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย ไม่ออกความเห็นเกี่ยวกับจดหมายดังกล่าว แต่ระบุว่ารัฐบาลออสเตรเลียกำลังดูแลในเรื่องกระบวนการกฎหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือทนายความของอาไรบีแล้ว

ทั้งนี้นายฮาคีม ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไทยควบคุมตัวตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังทางการไทยได้รับแจ้งจากอินเตอร์โพลออสเตรเลีย ถึงหมายแดงของนายฮาคีม ขณะที่บาห์เรน เองก็แจ้งของส่งตัวนายฮาคีมกลับประเทศในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม หลังรัฐบาลออสเตรเลียตรวจสอบพบว่านายฮาคีม มีสถานะผู้ลี้ภัยของออสเตรเลีย จึงแจ้งอินเตอร์โพล ถอนหมายแดงออกและเรียกร้องให้ไทยปล่อยตัวนายฮาคีม กลับออสเตรเลีย

คดีนายฮาคีม ส่งผลให้เกิดสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติเป็นวงกว้าง หลังอัยการยื่นศาลพิจารณาคดีส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ตามพรบ.ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนปี 2551 ตามคำร้องของบาห์เรน ซึ่งระบุว่านายฮาคีม มีข้อหาทำลายทรัพย์สินราชการของทางการบาห์เรน ในการลุกฮือของประชาชนบาห์เรนในช่วงอาหรับสปริงส์เมื่อปี 2555 คดีซึ่งมีโทษสูงถึงจำคุก 10 ปี ขณะที่นายฮาคีม ระบุว่า ตนแข่งฟุตบอลซึ่งมีการถ่ายทอดสดอยู่ในเวลาเกิดเหตุ

อย่างไรก็ตาม ทางการไทยระบุว่า กระบวนการทางกฎมายได้เริ่มต้นไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับได้ นายฮาคีม จึงต้องถูกควบคุมตัวและได้มีการขึ้นศาลนัดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ โดยนายฮาคีม ปฏิเสธที่จะถูกส่งตัวกลับบาห์เรน ขณะที่ศาลเปิดโอกาสให้นายฮาคีม มีเวลาเพิ่มขึ้นในการยื่นคัดค้านการส่งตัวภายใน 5 เมษายน และสามารถยื่นหลักฐานคัดค้านการถูกส่งตัวภายในวันที่ 22 เมษายน นี้

 

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์ 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ