เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ศรีลังกา: เมื่อจีนเหินห่าง อินเดียก็ย่างเข้ามาสานสัมพันธ์กับเพื่อนเก่าบนเกาะนี้

21 ก.ค. 2565 | 09:00น.

คำขวัญ เช่น “อย่าขายชาติเราให้อินเดียและสหรัฐฯ” หรือ “อินเดีย : ศรีลังกาไม่ใช้อีกรัฐของเธอนะ” และ “อินเดีย อย่าหาประโยชน์จากสถานการณ์ในศรีลังกา” ได้ยินอย่างกึกก้องไปทั่วท้องถนน

ทว่าแม้แนวคิดต่อต้านอินเดียคงอยู่เสมอมา มุมมองที่ชาวศรีลังกามีต่ออินเดียอาจเปลี่ยนไปในสถานการณ์ที่ประเทศต้องสู้กับความวุ่นวายทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ศรีลังกาเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจหนักที่สุดอย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน ประชาชนลงถนนมาประท้วง และประธานาธิบดีต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ

ศรีลังกาสะสมหนี้มูลค่ามหาศาลตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนถึงจุดที่ประเทศแทบไม่มีเงินซื้อสินค้าจำเป็น อาหาร พลังงาน และยารักษาโรค

บ้านพักประธานาธิบดีศรีลังกา

ที่มาของภาพ, Getty Images

ผู้ประท้วงโทษว่าเป็นความผิดของนายราชปักษาและครอบครัวของเขาซึ่งลี้ภัยไปอยู่ที่สิงคโปร์ ด้านรัฐสภาที่เริ่มกระบวนการลงคะแนนเพื่อหาผู้นำคนใหม่ ได้นายรานิล วิกรมสิงเห อดีตนายกรัฐมนตรีและรักษาการแทนประธานาธิบดีตอนที่นายราชปักษีลี้ภัย ขึ้นมาเป็นประมุขของรัฐในที่สุด

เมื่อพูดถึงประเทศเพื่อนบ้านทรงอำนาจอย่างอินเดีย แท้จริงแล้วกลุ่มการเมืองบางส่วนของศรีลังกาก็มีความเคลือบแคลงอยู่เสมอ ทว่าตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต่อต้านอินเดียส่วนมากจะเป็นกลุ่มชาตินิยมสิงหลและพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย

อย่างไรก็ดี เมื่อประเทศประสบกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอย่างฉับพลัน ศรีลังกาหันไปซบอินเดียและรัฐบาลที่นำโดยพรรค ภารติยะ ชนะตะ หรือ บีเจพี ก็ตอบกลับมาด้วยความช่วยเหลือทางการเงิน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อินเดียช่วยศรีลังกา อันที่จริง ไม่มีประเทศไหนหรือองค์กรใดช่วยศรีลังกามากเท่าอินเดียอีกแล้วในปีที่ผ่านมา

ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งชี้ว่าสถานการณ์ที่ศรีลังกาต้องการความช่วยเหลือทางการเงินอย่างมาก ช่วยให้รัฐบาลอินเดียเพิ่มอิทธิพลของตัวเองต่อประเทศที่มีประชากรราว 22 ล้านคนนี้ได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนพยายามเข้าไปสร้างอิทธิพลผ่านการให้กู้เงินหรือความช่วยเหลือทางการเงินสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

“อินเดียมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงหัวเลี้ยงหัวต่อเช่นนี้ ประเทศเราต้องฝ่าฟันวิกฤตใหญ่หลวง และรัฐบาลอินเดียออกมาช่วยเหลือเรา” ซาจิต เปรมาดาซา ผู้นำฝ่ายค้านของศรีลังกากล่าวกับบีบีซี

India's High Commissioner to Sri Lanka, Gopal Baglay (2L) presents a consignment of humanitarian aid to Sri Lanka's Foreign Minister Gamini Peiris (R) over country's crippling economic crisis, at a port in Colombo on May 22, 2022

ที่มาของภาพ, Getty Images

อินเดียและศรีลังกามีความใกล้ชิดกันทั้งทางวัฒนธรรม ศาสนา และเศรษฐกิจ จุดเริ่มต้นสายสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศย้อนกลับไปเป็นศตวรรษ

รัฐบาลศรีลังกานำเข้าสินค้าจำนวนมากจากอินเดีย โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ขณะที่ชนกลุ่มน้อยของประเทศอย่างชาวทมิฬมีวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ใกล้ชิดกับประชาชนในรัฐทมิฬนาฑู ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย

รัฐบาลศรีลังกาเริ่มเอาตัวออกห่างจากอิทธิพลของอินเดียในปี 2005 หลังจากที่นายมหินทรา ราชปักษา ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดี การขยับตัวออกห่างนี้มาชัดเจนขึ้นในวาระที่สองที่นายราชปักษานั่งเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ ตอนนั้นมีความตกลงระหว่างศรีลังกาและจีนเกิดขึ้นกับหลายโครงการโครงสร้างพื้นฐานของศรีลังกา อาทิ ท่าเรือทางตอนใต้ของเมืองฮัมบันโตตา

ข้อมูลสะท้อนว่าศรีลังกามีหนี้สูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 183,000 ล้านบาท) กับจีน หรือคิดเป็น 10% ของหนี้ต่างประเทศทั้งหมดของศรีลังกา

แต่แม้ศรีลังกาจะต้องการสินเชื่อครั้งใหม่เพื่อนำมาสะสางปัญหาในขณะนี้ ซึ่งคือภาวะขาดแคลนพลลังงานและราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น รัฐบาลจีนกลับไม่ได้ให้คำมั่นว่าปล่อยสินเชื่อก้อนใหม่

ในทางตรงกันข้าม อินเดียให้เงินกู้และความช่วยเหลือด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้วยมูลค่ารวมถึง 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 128,000 ล้านบาท) กับศรีลังกา รวมทั้งส่งเชื้อเพลิง อาหาร รวมถึงปุ๋ยมาให้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

นอกจากสินเชื่อจากรัฐบาลกลางอินเดีบ รัฐบาลท้องถิ่นของรัฐทมิฬนาฑู ซึ่งนำโดย มุขยมนตรี เอ็มเค สตาลิน จากพรรคดีเอ็มเค ยังส่งอาหารและยารักษาโรคไปให้ศรีลังกาเช่นเดียวกัน พรรคการเมืองในรัฐมิฬ นาฑู ยังออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลกลางจัดการประชุมเพื่อหารือถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนหนึ่งกล่าวว่าความช่วยเหลือทางการเงินมูลค่านับพัน ๆ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้มุมมองของสาธารณชนศรีลังกามีต่ออินเดียเปลี่ยนแปลงไป

Chinese Foreign Minister Wang Yi (L) speaks with Sri Lanka's Prime Minister Malinda Rajapakse during an official meeting in Colombo on January 9, 2022.

ที่มาของภาพ, Getty Images

“อินเดียช่วยเหลือเราด้วยการส่งพลังงานและอาหารให้เราได้ทันเวลา มันคงเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากมาสำหรับศรีลังกาหากปราศจากอินเดีย” ไทรอน เซบาสเตียน พนักงานภาคเอกชนคนหนึ่งกล่าว

เมลานี กูนาทิลาเก นักเคลื่อนไหวทางสังคมกล่าวว่าเธอรู้สึกซาบซึ้งต่อประชาชนอินเดียสำหรับ “การแสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและความช่วยเหลืออย่างไม่น่าเชื่อ”

ทว่าผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการตัดสินใจช่วยเหลือศรีลังกาครั้งนี้ของอินเดียมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อยู่ ประการหนึ่งคือการทำให้รัฐบาลอินเดียได้สิทธิประโยชน์พิเศษจากประเทศเพื่อนบ้าน

หลังอินเดียประกาศมอบเงินกู้ชุดแรกให้ศรีลังกา รัฐบาล 2 ประเทศ ก็บรรลุข้อตกลงดำเนินการใช้ถังน้ำมันขนาดยักษ์ จำนวน 61 ถังร่วมกัน โดยถังน้ำมันเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ณ อ่าวตรินโคมาลี บริเวณตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ เป็นความสำเร็จของอินเดีย หลังพยายามมากว่า 30 ปี เพื่อ เข้าใช้สิ่งก่อสร้างจากสมัยอังกฤษปกครองนี้เพื่อนำมาใช้ในการเก็บเชื้อเพลิงสำรองทางยุทธศาสตร์ของตัวเอง

ก.ย. ที่ผ่านมา เรื่องราวคล้ายคลึงกันเกิดขึ้นกับกลุุ่มบริษัทอดานีของอินเดีย ที่ได้รับส่วนแบ่งใหญ่ในสัญญาเพื่อสร้างและบริหารเวสเทิร์น คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการการขนส่งทางเรือครบวงจร ณ ท่าเรือโคลัมโบ

“ผมไม่คิดว่าจะมีประเทศไหนช่วยเหลือเราโดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน แน่นอนว่าอินเดียจะต้องหาทางดูแลผลประโยชน์ของตัวเอง” ฮารินี อมาระสุริยา ส.ส.จากพันธมิตรอำนาจประชาชนแห่งชาติ ซึ่งมีจุดยืนทางการเมืองแบบฝั่งซ้าย กล่าวกับบีบีซี

นายอมาระสุริยากล่าวว่าศรีลังกาเองก็ไม่ต่างจากอินเดีย ประเทศจำเป็นต้องตัดสินใจว่าสิ่งไหนจะเป็นประโยชน์กับชาติมากที่สุดและยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูว่านั่นต้องแลกมากับการสูญเสียอำนาจในการควบคุมเศรษฐกิจและพื้นที่ยุทธศาสตร์ของศรีลังกาหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าคำถามจากชนกลุ่มน้อยชาวทมิฬและความต้องการทางการเมืองแบบฝ่ายขวาของพวกเขาจะยังส่งผลกระทบต่อการเจรจาทางการทูตกับอินเดีย

ความสัมพันธ์ทวิภาคีของทั้งสองประเทศเริ่มมีรอยร้าวหลังจากที่กลุ่มผู้ต่อต้านรัฐบาลชาวทมิฬลี้ภัยไปอินเดียในช่วงทศวรรษ 80 รัฐบาลศรีลังกล่าวหาว่าอินเดียให้ความช่วยเหลือทางการทหารและฝึกผู้ก่อการร้ายเหล่านี้ที่ออกมาต่อสู้เพื่อต้องการแยกดินแดนของชาวทมิฬออกจากศรีลังกา

ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล

ที่มาของภาพ, Getty Images

สงครามกลางเมืองจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของกลุ่มกบฎในเดือน พ.ค. 2009 โดยรัฐบาลอินเดียยืนอยู่ข้างเดียวกับรัฐบาลศรีลังกาตลอดช่วงเวลาที่มีสงคราม

ทว่ารัฐบาลศรีลังกากลับยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาสินติภาพอินเดีย-ศรีลังกา ปี 1987 ที่สัญญาว่าจะมีกฎหมายฉบับใหม่ขึ้นมาเพื่อพัฒนาความสามารถของจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงพื้นที่ที่มีชาวทมิฬเป็นคนส่วนใหญ่ของท้องที่

“ในอดีตมักมีความกังวลว่าอินเดียจะเข้ามาแทรกแซงการเมืองศรีลังกาโดยตรง” นายอมาระสุริยา กล่าว

แต่ดูเหมือนว่าวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้จะมีน้ำหนักมากกว่าความกังวลทางการเมือง

ชาวศรีลังกาจำนวนมากโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนืออันเป็นดินแดนที่ชาวทมิฬเป็นคนส่วนใหญ่ได้ขอลี้ภัยไปยังรัฐทมิฬ นาฑู ของอินเดียแล้ว และตัวเลขอาจเพิ่มสูงขึ้นหากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศเกาะนี้เลวร้ายลง

ชนกลุ่มน้อยของศรีลังกาอย่างชาวทมิฬและผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามหันไปพึ่งอินเดียเสมอเวลาพวกเขามีปัญหาหรือต้องการสิทธิอันเท่าเทียม

นอกจากนี้ ถึงแม้จะมีความขุ่นเคืองกันในอดีต แต่ชาวสิงหลเองก็ซาบซึ้งกับความช่วยเหลือของอินเดียในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

“บริษัทลังกา-อินเดียน ออยล์ คอร์เปอเรชัน ยังคงมอบทรัพยากรที่ทำให้เราขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อยู่” โมฮัมเหม็ด ซัฟฟิยาน ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที กล่าว

“หากไม่ใช่เพราะอินเดีย ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศของเราคงปิดตายไปแล้ว”

….

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศรีลังกา