ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2557

แอร์พอร์ตลิงก์ชงบอร์ดซื้อรถใหม่ 7 ขบวน 4.2พันล้าน เตรียมเข็นล็อตแรกปี′57

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 16 พ.ค. 2555 เวลา 09:37:41 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

แอร์พอร์ตลิงก์ชงบอร์ดซื้อรถใหม่ 7 ขบวน 4.2 พันล้าน คาดรับมอบล็อตแรกปี′57 มั่นใจไม่หยุดวิ่ง ยันมีอะไหล่สำรองพร้อมใช้ เผยเคลียร์พนักงานเข้าใจแล้ว

นายภากรณ์ ตั้งเจตสกาว รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ กล่าวว่า ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ จะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. พิจารณาจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าใหม่อีก 7 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ วงเงินรวมประมาณ 4,200 ล้านบาท หากบอร์ดเห็นชอบจะเสนอแผนการจัดซื้อดังกล่าวให้บอร์ด ร.ฟ.ท.อนุมัติ หลังจากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป หากผ่านการอนุมัติภายในปีนี้ จะสามารถรับมอบรถได้ในปี 2557 โดยจะเจรจากับผู้ผลิตเพื่อเร่งกระบวนการจากปกติ 2 ปี ให้เหลือ 1 ปีครึ่ง


 

"ก่อนหน้านี้บริษัทมีแผนจะซื้อล็อตแรก 5 ขบวนก่อน โดยรับมอบในปี 2557 และซื้ออีก 2 ขบวน รับมอบปี 2560 แต่ที่ผ่านมาการจัดซื้อค่อนข้างล่าช้า เพราะไม่มีบอร์ดเข้ามาดำเนินการประมาณ 5-6 เดือนแล้ว เมื่อมีบอร์ดใหม่แล้ว จึงคิดว่าน่าจะสั่งซื้อพร้อมกัน 7 ขบวน ซึ่งจะได้ราคาถูกกว่าแยกเป็น 2 ล็อตด้วย" นายภากรณ์กล่าว


 

นายภากรณ์กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่า แอร์พอร์ตลิงก์อาจจะหยุดให้บริการนั้น ยืนยันว่าจะไม่มีการหยุดให้บริการอย่างแน่นอน เพราะได้นำอะไหล่ขบวนรถสำรองมาสับเปลี่ยนได้ แต่ปัญหาใหญ่ คือ เพลาล้อที่เสียเร็วกว่ากำหนด ซึ่งได้ข้อสรุปกับทางบริษัท ซีเมนส์ จำกัด แล้วว่าสาเหตุไม่ได้เกิดจากการถอดเปลี่ยนจานดิสก์เบรกไม่ถูกต้องแต่เสียมาตั้งแต่แรก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบเพลาที่ผลิตจากโรงงานประเทศจีนว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่ เนื่องจากสั่งซื้อจากจีนจะใช้เวลา 2-3 เดือนเร็วกว่าโรงงานประเทศเยอรมนีที่ใช้เวลาถึง 6 เดือน


 

นายภากรณ์กล่าวว่า กรณีพนักงานบริษัทระบุว่า ไม่ได้รับการดูแลทั้งการปรับเงินเดือนและสวัสดิการนั้น ขณะนี้ได้ทำความเข้าใจกันแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทอยู่ในภาวะไม่มีบอร์ดมาหลายเดือน แต่จากนี้ไปจะเร่งเสนอบอร์ดพิจารณาปรับเงินเดือนประจำปี 1 ขั้น และปรับเงินเดือน 5% ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป


 

ทั้งนี้ เห็นว่าการดำเนินงานของบริษัทต้องอยู่ภายใต้ ร.ฟ.ท.ส่งผลให้มีหลายขั้นตอน โดยอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาแยกหนี้สิน และทรัพย์สิน ซึ่งตามแผนของบริษัทจะรับหนี้สินจาก ร.ฟ.ท. 7,035 ล้านบาท ที่เป็นค่าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ทางสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เห็นว่าควรรับหนี้ในส่วนของระบบอาณัติสัญญาณ ประมาณ 4,000 ล้านบาทด้วย ซึ่งจะทำให้หนี้เพิ่มเป็น 1.1 หมื่นล้านบาท หากต้องแบกรับภาระดังกล่าวจริงจะกระทบต่อแผนธุรกิจของบริษัทแน่นอน ขณะเดียวกันก็จะไม่สามารถมีกำไรในปีที่ 5 ได้ นายภากรณ์กล่าวว่า ล่าสุดกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้หารือร่วมกันแล้วว่าจะให้บริษัทรับหนี้ 7,035 ล้านบาท โดย สบน.จะเป็นผู้เสนอ ครม.เพื่อยืนยันอีกครั้ง

 

 

(ที่มา:มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 16 พ.ค.2555)