“ดีมานด์…มาไม่ทัน” ธุรกิจตุนเม็ดเงินบุกปีหน้า

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย ก้อยประชาชาติ

เหลือเดือนกว่า ๆ ก่อนปิดยอดขายส่งท้ายปี แต่ดูเหมือนบรรยากาศและมู้ดการจับจ่ายจะยังไม่หวือหวามากนัก แม้ว่าภาครัฐจะออกมาตรการสารพัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นและเพิ่มเม็ดเงินในกระเป๋าของประชาชน เมื่อบวกกับดีมานด์และแรงซื้อจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดหายไปในช่วงปลายปี

โดยเฉพาะตัวเลขจากนักท่องเที่ยวทัวร์จีนที่หดหายไปต่อเนื่องตลอดในช่วงที่ผ่านมา แม้ภาครัฐจะ “เทกแอ็กชั่น” อย่างรวดเร็วในหลายมาตรการ เพื่อดึงจำนวนนักท่องเที่ยวให้กลับมาให้ทันในช่วงหน้าขายไฮซีซั่นปลายปี

หลังจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนระหว่างเดือน ก.ค.-ต.ค.ลดลง 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหลายสาเหตุ คือ อุบัติเหตุเรือล่มที่จังหวัดภูเก็ต ไข้เลือดออก นักท่องเที่ยวจีนถูกทำร้าย และผลกระทบเรื่องสงครามการค้า


โดยมาตรการที่ออกมาจะเป็นระยะสั้น ๆ 2 เดือน คือ ระหว่าง 15 พ.ย. 2561-15 ม.ค. 2562 ไม่ว่าจะเป็นการจัดโครงการอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ เซล พาสปอร์ต พรีวิลเลจ ยิงยาวตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2561-15 ม.ค. 2562 จัดโปรโมชั่นพิเศษร่วมกับภาคเอกชนกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวให้เพิ่มส่วนลดแบบออนท็อป รวมถึงการขอเปิดพื้นที่พิเศษเพิ่มเติมให้กับนักท่องเที่ยวในการคืนแวตรีฟันด์ และเพิ่มช่องทางพิเศษที่สนามบิน ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้คืนภาษีได้รวดเร็วขึ้น

ยังไม่นับรวม “มาตรการด้านวีซ่า” เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าหน้าด่าน “ดับเบิลเอนทรี่วีซ่า” ซึ่งเป็นการทำวีซ่าครั้งเดียว แต่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้ 2 ครั้ง

เรียกได้ว่าเติมเซอร์วิสและแคมเปญทุกรูปแบบเพื่อปลุกเร้าดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาโดยเร็ว

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวอาจกลับมาไม่ทันสอดคล้องกับการปรับตัวของ “ภาคธุรกิจ” ที่ไม่รอปัจจัยบวก และปรับแผนธุรกิจรอบใหม่ด้วยการมองข้ามชอตเก็บเม็ดเงิน ตุนกระสุนไว้บุกปีหน้าดีกว่า ด้วยการเปิดเกมลุยตลาดตุนยอดต้นปี

ในมุมมองของเอเยนซี่และนักวางแผนการใช้งบฯการตลาดที่ได้พูดคุยกับลูกค้าในหลายธุรกิจต่างมองเป็นทิศทางเดียวกัน

“มองข้ามชอต 2 เดือนปลายปีที่เหลือ และเก็บกระสุนยิงแรงปีหน้าจะดีกว่า” เพราะแม้เข้าช่วงปลายปีแต่ภาพรวมธุรกิจปีนี้กลับไม่หวือหวาตามที่คาด ทั้งเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวตั้งแต่ต้นปี ตอนนั้นหลาย ๆ ธุรกิจชะลอแผนการทำตลาดเพื่อมารอจังหวะอัดงบฯและปลุกยอดขายปลายปี แต่กลับต้องมาเจอกับตัวเลขนักท่องเที่ยวที่หดหายซ้ำเติมบรรยากาศความเคลื่อนไหวของหลายธุรกิจตอนนี้เริ่มวางแผนการใช้งบฯโฆษณาตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2562 แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็พร้อมปล่อยแคมเปญ อัดโปรโมชั่นแบบทันทีโดยไม่รอปัจจัยบวกต่าง ๆ ถือว่าเป็นการเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่ผ่านมา ที่สินค้าต่าง ๆ จะเริ่มกลับมาใช้งบฯโฆษณาหรืออัดแคมเปญทางการตลาดอีกครั้งในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม

โดยจะเริ่มลอนช์แคมเปญต่าง ๆ ตั้งแต่เปิดเดือนแรกของปี”62 และลากยาวต่อเนื่องไปจนถึงช่วงไฮซีซั่นเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2562 เพราะหลาย ๆ สินค้าได้บทเรียนแล้วว่า ถ้าไม่รีบทำโปรโมชั่นหรือลอนช์แคมเปญออกมาตั้งแต่ต้น ๆ ปีก็อาจจะช้าไป เพราะถ้าลอนช์แคมเปญ ทำการตลาดช้า กว่าจะกู้ยอดขายกลับมาก็ยาก ดังนั้น จึงต้องเร่งเครื่องตั้งแต่ต้นปี

เมื่อปัจจัยท้าทายต่าง ๆ ยากที่จะคอนโทรล การตุนยอดขายไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ น่าจะเพลย์เซฟกว่าการที่ต้องมารอปัจจัยบวกและสปีดยอดขายช่วงท้ายปีเหมือนที่ผ่าน ๆ มา

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article“วันยางพาราบึงกาฬ”กระหึ่ม 13-19 ธ.ค.หนุนเกษตรกรต่อยอดธุรกิจ
Next article“เฟซบุ๊ก” ดึงเอสเอ็มอีโกดิจิทัล ย้ำไทยผู้นำโซเชียลคอมเมิร์ซโลก