เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
Economic ลุ้นค่าไฟรอบใหม่ 3.95 บาทเหมือนเดิม กกพ. ใช้เงิน Claw back 1.6 หมื่นล้านช่วย
IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
Uncategorized IPAD CPD เสริมศักยภาพนักบัญชีกว่า 400 คน มาตรฐาน – ภาษี – จรรยาบรรณ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (13 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
Politics ภาวุธ มั่นใจไม่ผิด ‘คดี Forex’ – การเมืองอย่าแทรกแซง
อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
Politics อนุทิน จับมือ ชัชชาติ พัฒนาคุณภาพชีวิตคน กทม. บอกหลายนโยบายสอดคล้องกัน
นิด้าโพล ชี้ 75% หนุนยกเลิกผลเฉพาะรายที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
News นิด้าโพล ชี้ 75% หนุนยกเลิกผลเฉพาะรายที่ทุจริตสอบท้องถิ่น
‘พิพัฒน์’ ย้ำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เร่งให้ทันใช้สิ้นปีนี้
Politics ‘พิพัฒน์’ ย้ำตั๋วร่วมรถไฟฟ้า เร่งให้ทันใช้สิ้นปีนี้
‘อนุทิน’ เปิดประชุมสภา กทม. ครั้งแรก นำยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
Politics ‘อนุทิน’ เปิดประชุมสภา กทม. ครั้งแรก นำยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิตเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
Politics ดีเอสไอ เตรียมออกหมายจับคดี Forex กว่า 30 ราย ‘ภาวุธ’ โดนด้วย
SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
Real Estate SENA รุกตลาดต่างชาติ ตั้ง SIC เป็น Exclusive Agent ขายคอนโดหรู ‘นิช ไพรด์ เอกมัย’
ดูทั้งหมด

คณิศ แสงสุพรรณ EEC GAME CHANGER เปลี่ยนประเทศ

25 พ.ค. 2562 | 21:42น.

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-curve) ทั้ง 12 อุตสาหกรรมได้ถูกวางให้เป็น game changer หรือการพลิกประเทศไทย ให้ก้าวพ้น “กับดัก” ประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปให้ได้ ด้วยการใช้นโยบาย Thailand 4.0 นำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาประเทศ ดึงดูดการลงทุนและผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำในเอเชีย โดยตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา GDP ของไทยเติบโตได้เกิน 3% การลงทุนจากภาคเอกชนขยับขึ้นมาบวกที่ 4.4% ในไตรมาส 1/2562

ในขณะที่ทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ที่พร้อมจะฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง แต่ประเทศไทยยังคงใช้ EEC เป็นตัวขับเคลื่อนหลักต่อไป และพร้อมเป็นตัวอย่างในการพัฒนาพื้นที่พิเศษในภาคอื่น ๆ ของประเทศด้วย

Thailand 4.0 นโยบายประเทศ

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) กล่าวในงานสัมมนา GAME CHANGER เกมใหม่ เปลี่ยนอนาคต Part 2 ในหัวข้อ EEC GAME CHANGER เศรษฐกิจการค้าการลงทุนไทยว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจต้องเผชิญกับภาวะความเสี่ยง จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่อให้พ้นกับดักรายได้ปานกลาง โดยรัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศนโยบาย Thailand 4.0 แล้วจึงเกิด EEC และอุตสาหกรรมเป้าหมายตามมา เพื่อให้เป็นตัวขับเคลื่อนและสร้างรายได้ให้ประเทศเพื่อดึงนักลงทุนและเทคโนโลยีเข้ามา ทำให้ GDP ของไทยสามารถโตได้เกิน 3% ตามแผน 5 ปี EEC จะสะสมการลงทุนให้ประเทศในสัดส่วนถึง 10% จากเดิมอยู่ที่เพียง 5% เท่านั้น

ใช้โมเดล EEC ขยายไปภาคอื่น

เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ถือเป็น game changer ที่ต้องทำอย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพียงการดึงดูดการลงทุนเข้ามาเท่านั้น แต่ต้องทำให้คนในพื้นที่ EEC ได้รับประโยชน์ไปด้วย สร้างงาน สร้างรายได้ ด้านการศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิตเทียบเท่ากรุงเทพฯ และนี่จะเป็นโมเดลต้นแบบเพื่อขยายไปพื้นที่อื่น ๆ ขอนแก่นบวก 5 จังหวัดรอบ ๆ เชียงใหม่+ลำพูน ภูเก็ต+พังงา+ตรัง เพื่อผลักดันการท่องเที่ยว ในขณะที่ความร่วมมือจะยังคงเป็นพื้นฐานของ EEC การจับมือลงนาม MOU กับต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น-จีน ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศที่ทั้ง 2 ประเทศนี้มุ่งเป้าเข้ามาลงทุน

“EEC คือ อนาคตในการสร้างเมืองใหม่ ที่จะเกิดการเชื่อมโยงเป็นชิ้นเดียวกันในลักษณะของเมืองคู่แฝด อย่างกรุงเทพฯกับ EEC โตเกียวกับโยโกฮามา โซลกับอินชอน นิวยอร์กกับนิวเจอร์ซีย์ นี่เป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องสานต่อ จะทำให้กรุงเทพฯบางลง ขณะเดียวกันเกิดการสร้างงานเเละธุรกิจใหม่ที่เปลี่ยนแปลงประเทศไทยมากขึ้น” นายคณิศกล่าว

เร่ง 5 บิ๊กโปรเจ็กต์

นายคณิศได้กล่าวถึง 5 โครงการหลัก ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของ EEC Project List หรือ “หัวใจหลักของ EEC” ว่า จะมีเงินลงทุน 650,000 ล้านบาท โดยมาจากรัฐลงทุนประมาณ 200,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นภาคเอกชน โดยรัฐจะได้ผลตอบแทนประมาณ 450,000 ล้านบาท โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 182,524 ล้านบาท ที่จะเปิดดำเนินการในปี 2566 เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.แล้ว พร้อมกับโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 มูลค่า 55,400 ล้านบาท ที่จะเปิดดำเนินการปี 2568

ขณะที่โครงการสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 290,000 ล้านบาท ที่จะเปิดดำเนินการปี 2566 รวมถึงโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) ร่วมลงทุนระหว่างการบินไทยและแอร์บัส มูลค่า 10,588 ล้านบาท ที่จะเปิดดำเนินการปี 2565 และท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 มูลค่า 84,360 ล้านบาท ที่จะเปิดดำเนินการปี 2566 ทั้งหมดน่าจะได้รับความเห็นชอบและลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนในเดือนมิถุนายนนี้

ดึงดูดลงทุน 670,000 ล้านบาท

ด้านการลงทุนในอุตสาหกรรม S-curve นับว่า “ได้ผลดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้มาก” และล่าสุด กพอ.ได้เพิ่มอุตสาหกรรม S-curve อีก 2 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ กับอุตสาหกรรมพัฒนาบุคลากรและการศึกษา ขึ้นมาเป็นเป้าหมายพิเศษรวมเป็น 12 อุตสาหกรรม พร้อมกับตั้งเป้าว่าในปี 2562 EEC จะดึงการลงทุนจาก S-curve เข้ามาได้ประมาณ 100,000 ล้านบาท

“จะเห็นได้ว่าปีที่ผ่านมา ในพื้นที่ EEC มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเข้ามาประมาณ 670,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2560 โดยเป็นคำขอในจังหวัดฉะเชิงเทรา 60,800 ล้านบาท ระยอง 58,700 ล้านบาท และชลบุรี 555,810 ล้านบาท และในอีก 5 ปีข้างหน้า EEC จะมีตำแหน่งงานใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 475,674 อัตรา แบ่งเป็น อาชีวะ 253,114 อัตรา ปริญญาตรี 213,943 อัตรา ปริญญาโทและปริญญาเอก 8,617 อัตรา ในกลุ่มดิจิทัล โลจิสติกส์ และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ” นายคณิศกล่าว

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือไปจากการลงทุนแล้ว EEC ยังต้องการที่จะยกระดับในอีกหลาย ๆ ด้าน เช่น สาธารณสุข กำหนดเป้าหมายให้มีโรงพยาบาลที่ครอบคลุมการรักษาทุกด้าน ด้วยการพัฒนาระบบข้อมูลและระบบประกันสุขภาพให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม และในอนาคตจะส่งผลต่อการลงทุน มีการสร้างเครือข่ายด้านการแพทย์มากขึ้น และล่าสุด กพอ.ได้อนุมัติโครงการแผนบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทยขึ้นเพื่อให้บริการถอดรหัส และตรวจสอบทางพันธุกรรมที่จะมีผลต่อการผลิตยาในอนาคต

“แน่นอนว่า EEC ได้กำหนดแผนพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นมา 86 โครงการ มูลค่า 13,572 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์จัดการขยะมูลฝอย ขยะติดเชื้อ ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียรวม เรามีแผนพัฒนาการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ เขตนวัตกรรมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) และแผนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City)

โดยใน 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถใช้ EEC สร้างฐานการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อเปิดประตูเศรษฐกิจและการลงทุนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสูง เพื่อสร้างกำลังผลักดันประเทศ ขณะนี้ทิศทางไทยแลนด์ 4.0 มีความมั่นคง พร้อมที่จะนำคนไทยหลุดจากรายได้ปานกลางและมีรายได้ที่ยั่งยืน และที่สำคัญคือทำให้ประเทศไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางสำคัญของเอเชียอีกครั้งหนึ่ง” นายคณิศกล่าว