เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์ผนึกตำรวจ-ช้อปปี้ ปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ครึ่งปีจับ 456 คดี ยึดของกลาง 1.65 ล้านชิ้น
Economic พาณิชย์ผนึกตำรวจ-ช้อปปี้ ปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ครึ่งปีจับ 456 คดี ยึดของกลาง 1.65 ล้านชิ้น
น้ำมันลง แต่ข้าวแกงไม่ลง “ศุภจี” เปิดแผนจานละ 40 บาท ช่วยมนุษย์เงินเดือน
Economic น้ำมันลง แต่ข้าวแกงไม่ลง “ศุภจี” เปิดแผนจานละ 40 บาท ช่วยมนุษย์เงินเดือน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 63,793 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 63,793 เหรียญสหรัฐ
IMF จัดไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI โลก ประเมิน GDP จะขยายตัวกว่าที่คาด
Politics IMF จัดไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI โลก ประเมิน GDP จะขยายตัวกว่าที่คาด
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
ดูทั้งหมด

จงเลือกทำในสิ่งที่รัก

16 พ.ค. 2563 | 08:23น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

ร้อน ๆ อย่างนี้ทำให้ผมนึกถึงสมัยเด็ก ตอนไปเที่ยวบ้านป้าที่จังหวัดเพชรบุรี

ป้ามีอาชีพขายของชำ ส่วนลุงมีอาชีพทำนา ทำสวน

ภายในสวนนอกจากจะมีกระท้อนห่อ, มะม่วงแก้ว, มะม่วงสามฤดู ยังมีกล้วย, พริก, มะเขือ, กะเพรา, โหระพา รวมถึงชะอม และตำลึงที่ชูใบเขียวขึ้นข้างรั้วอีกมากมาย

ผมเองไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งเหล่านี้เลย นอกจากตระเวนเที่ยวกับลูกของป้า และเพื่อน ๆ ข้างบ้าน เพื่อไปหาน้ำตาลสดกินจากต้นตาลบ้าง ไปหา

กะละแมกินแถวโรงน้ำตาลที่ชาวบ้านเขาทำน้ำตาลโตนดกัน

หรือไม่เย็น ๆ ค่ำ ๆ ก็แต่งตัวหล่อขี่จักรยานกับหนุ่ม ๆ แถวบ้าน และลูกชายของป้า เพื่อไปเที่ยวงานวัด ดูหนังกลางแปลง และดูสาว ๆ ในรุ่นราวคราวเดียวกัน

เนื่องจากเดือนเมษายนของทุกปีจะเป็นช่วงฌาปนกิจศพของชาวบ้านแถบละแวกนี้ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงฌาปนกิจศพกันในช่วงเดือนเมษายน เป็นไปได้ว่าอาจเป็นเพราะช่วงนี้ลูก ๆ หลาน ๆ ปิดเทอม ลาพักร้อนกลับบ้านหรือไม่เขาก็รอเผาศพกันในช่วงนี้

เพราะชาวบ้านสมัยก่อนมักจะเก็บศพไว้ 100 วัน หรือมากกว่านั้น เพื่อรอให้ลูกหลานที่ไปทำงานในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศกลับมาบ้านอย่างพร้อมเพรียง เพื่อจะได้ทำการฌาปนกิจศพไปในคราวเดียวกัน เสมือนอยู่กันครบหน้าครบตา

อีกอย่างเพื่อจะได้อัพเดตด้วยว่าลูกหลานคนไหนไปทำอะไร แต่งงานหรือยัง ทำงานอยู่ที่ไหน เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันภายในหมู่ญาติมิตร

ผลเช่นนี้ จึงทำให้งานศพในต่างจังหวัดค่อนข้างยิ่งใหญ่ มีทั้งปี่พาทย์ ฆ้องวง หนังกลางแปลง ลิเก ลำตัด หรือบางงานถึงกับจ้างนักร้องนักดนตรีลูกทุ่งมาแสดงกันเลยก็มี

เมื่อมีความบันเทิงเกิดขึ้นยามค่ำคืนภายในวัด ผู้คนจากหมู่บ้านต่าง ๆ จึงมาเที่ยวกันมากมาย

จนทำให้มีพ่อค้าแม่ค้าของแต่ละชุมชนเกิดขึ้นโดยบังเอิญ

หนึ่งในพ่อค้าแม่ค้าชุมชนเหล่านั้น ลูกสาวป้าของผมคนหนึ่งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ก็เอามะม่วงแก้วแช่น้ำขัณฑสกร รสชาติหวานกรอบ พร้อมพริกกะเกลือ และกระท้อนแช่อิ่มออกมาขายด้วย สินค้าของเธอขายหมดทุกวัน ได้กำไรหลายร้อยบาทในแต่ละคืน

จนทำให้ผมอดชื่นชมเธอไม่ได้ และไม่ใช่ว่าเธอเพิ่งจะทำ แต่เธอทำอย่างนี้ทุกปิดเทอม

เพื่อหาเงินมาแบ่งเบาภาระพ่อแม่ ทั้งยังนำเงินเหล่านี้ไปซื้อหนังสือและชุดนักเรียน

เนื่องจากป้าของผมมีลูกหลายคน เธอจึงอยากช่วยเหลือพ่อแม่ แม้กระทั่งเธอไปเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถวสามย่าน เธอก็ยังทำอยู่เช่นนี้

จนใครจะเชื่อละว่าหลังจากที่เธอสอบชิงทุนปริญญาโทเพื่อเรียนหนังสือที่ออสเตรเลีย เธอยังหางานพิเศษทำเป็นฝ่ายบริกรของร้านอาหารไทย และโรงแรมต่าง ๆ กระทั่งเธอเรียนจบปริญญาโท และแต่งงานกับชาวฝรั่งเศสที่เรียนหนังสือด้วยกัน

หลังจากแต่งงานเธอตามสามีไปทำงานที่ฝรั่งเศสอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะลาออกมาดูแลครอบครัวอย่างจริงจัง และระหว่างนี้เธอเริ่มสนใจธุรกิจเปิดร้านอาหารไทย เพราะเมืองลียงที่เธออยู่ไม่มีร้านอาหารไทย

เธอเริ่มต้นจากเช่าร้านเล็ก ๆ เพื่อเปิดเป็นร้านอาหาร มีลูกน้องเพียงไม่กี่คน แต่เมื่อขายดีขึ้น เธอจึงเริ่มขยายกิจการ จนสามารถเปิดร้านเป็นของตัวเอง ทำอยู่ไม่กี่ปีเธอเปิดสาขา 2 บนทำเลที่ต่างกัน

เนื่องจากระยะหลัง ๆ ชาวฝรั่งเศส และชาวต่างชาติเริ่มนิยมชมชอบอาหารไทย และหนึ่งในเมนูของหวาน และผลไม้ที่เธอนำมาแนะนำให้ลูกค้าทาน ต้องมีมะม่วงแก้วจิ้มพริกกะเกลือ และกระท้อนแช่อิ่มด้วย โดยเฉพาะกระท้อนแช่อิ่มกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านเลยทีเดียว

ผมมาทราบตอนหลังว่า ร้านอาหารของเธอประสบความสำเร็จเกินคาดร้านขยายใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับลูกค้าที่นิยมชมชอบอาหารไทย แต่เมื่อวันหนึ่งสามีของเธอต้องไปรับผิดชอบในตำแหน่งที่สูงขึ้นในโซนเอเชีย ล่าสุดมาประจำการประเทศไทย เธอจึงขายร้านอาหารไทยทั้ง 2 ร้านเพื่อมาอยู่เมืองไทยกับสามี พร้อมกับลูกผู้หญิงอีก 3 คน เพราะเธอคิดว่าธุรกิจที่ทำจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนก็ตาม หากไม่ได้อยู่กันเป็นครอบครัวก็ไม่มีประโยชน์

เงินหาเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าขยัน

แต่ความสุขของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญกว่า เพราะถ้าครอบครัวอบอุ่น มีความสุข พลังในการทำงานจะเพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ

อีกอย่างเธอมีความคิดที่อยากจะกลับมาอยู่เมืองไทย อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเธอด้วย

เหตุผลที่ผมอยากเล่าเรื่องนี้ให้ฟังไม่มีอะไรมาก อาจเป็นเพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงปิดเทอม และเพิ่งผ่านพ้นเทศกาลมหาสงกรานต์ และวันครอบครัวไม่นานผ่านมา ผมจึงอยากนำเรื่องดี ๆ มาบอกเล่าสู่กันฟัง เผื่อว่าวันหนึ่งใครที่ทำธุรกิจแล้วท้อแท้ สิ้นหวัง ลองหันหลังกลับมามองที่ครอบครัว แล้วคุณจะมีกำลังใจ

คงเหมือนกับญาติผมคนนี้ ที่ชอบการค้าขายมาตั้งแต่เด็ก ๆ และไม่ว่าเธอจะไปอยู่ที่ไหน ทำอะไร เธอจะฝึกหัด ฝึกขาย ฝึกทดลองทำอยู่ตลอด จนที่สุดเธอก็ได้เป็นเจ้าของธุรกิจสมดั่งที่เธอชอบและรัก

ซึ่งไม่ได้เกิดจากโชคใด ๆ ทั้งปวง

แต่เกิดจากสิ่งที่เธอสร้างขึ้นเองตั้งแต่วัยเยาว์ทั้งสิ้น จนกลายเป็นเรื่องเล่าขานที่ผมชอบเล่าให้ใครต่อใครฟัง

หวังว่าทุกคนคงชอบนะครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ