เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
Biz Movement ‘นครินทร์ เมฆไตรรัตน์’ เปิดมุมมองกฎหมายกับนโยบายสาธารณะ ชงตั้งหน่วยงานออกแบบเฉพาะรับมิติโลกใหม่
ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ก.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,350 บาท
มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Finance มรดกที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพินัยกรรม
Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
Business Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100
โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
Politics โฆษกรัชดา ลาออกแล้ว จับตา ครม.พรุ่งนี้ เคาะโฆษกรัฐบาลคนใหม่
ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
Finance ดอกเบี้ย 1% ยังเหมาะสม FETCO ชี้เศรษฐกิจ-SMEs ไม่พร้อมรับขาขึ้น
ดูทั้งหมด

‘อียู’ เปิดพรมแดน ชู 18 ชาติปลอดภัยโควิด

02 ก.ค. 2563 | 06:05น.
ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

การท่องเที่ยวระหว่างประเทศ มีความหมายต่อเศรษฐกิจของหลายประเทศใน สหภาพยุโรป (อียู) สูงมากทำให้ไม่น่าแปลกใจที่อียู คือ ผู้ริเริ่มการฟื้นฟูการเดินทางระหว่างประเทศขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 สร่างซาลง

อียูประกาศเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศอีกครั้ง ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป แม้จะยังจำกัดอยู่เพียงแค่ประเทศที่เห็นได้ชัดเจนว่า มีความปลอดภัยจากการระบาดในระดับสูงเท่านั้นก็ตาม

แต่ก็ถือเป็นการจุดชนวนให้กับการเดินทาง การท่องเที่ยวระหว่างประเทศอีกครั้ง

กลายเป็นคุณูปการเหลือหลายสำหรับการท่องเที่ยวและธุรกิจแวดล้อมใหญ่น้อยทั้งหลาย ตั้งแต่กิจการสายการบิน เรื่อยไปจนถึงแผงลอยขายของที่ระลึก

ตามข้อมูลของบีบีซี การตัดสินใจครั้งนี้ยากลำบากไม่น้อย เพราะแต่ละประเทศก็มีความคิดเห็นเป็นของตัวเองมีความกังวลเป็นของตัวเอง ซึ่งไม่จำเป็นเสมอไปว่าจะสอดคล้องกับประเทศที่เหลือส่วนใหญ่ในอียู ทำให้การเปิด-ไม่เปิดพรมแดนกลายเป็นความเห็นแย้งกันอยู่พักใหญ่

บางประเทศเห็นว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวนี้อาจทำให้ความสัมพันธ์กับประเทศที่ “ยังไม่ควรให้การต้อนรับ” เช่น สหรัฐอเมริกา หรือรัสเซีย เพราะยังมีการแพร่ระบาดอยู่สูงมาก ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก จากที่เคยแย่ ๆ อยู่แล้วก่อนหน้านี้

บางประเทศอย่างเช่น ฝรั่งเศส เห็นว่าควรต้อนรับเฉพาะประเทศที่ให้การต้อนรับประชาชนของอียูเท่านั้น เข้าทำนองยื่นหมูยื่นแมว หรือในทำนองเดียวกันกับการจับคู่ท่องเที่ยวที่กำลังพูดถึงกันมากในหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจ ประเทศส่วนใหญ่ก็ตัดสินใจเปิดประเทศ ด้วยเหตุผลในทางด้านเศรษฐกิจอย่างที่ว่า แล้วก็ด้วยเหตุผลของการเฉลิมฉลอง ความตกลงว่าด้วยการใช้วีซ่าร่วมในอียู ที่เรียกกันว่า “เชงเก้นวีซา” ซึ่งครบรอบ 25 ปีพอดี เมื่อ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา

Advertisement

ในเวลาเดียวกัน ผลการ “ทดลอง” การท่องเที่ยวยุคโควิดใหม่ ได้ผลดีไม่น้อย โดยอียูเปิดให้นักเดินทางท่องเที่ยวเดินทางไปมาหาสู่กันได้ภายในชาติอียูด้วยกันเองมาตั้งแต่ 15 มิ.ย. แม้จะเป็นไปภายในสภาพเข้มงวดแบบใหม่อย่างมากก็ตาม

สเปนเองประสบความสำเร็จในการเปิดให้นักท่องเที่ยวเยอรมัน 10,000 คนเดินทางไปยังหมู่เกาะบาเลียริกแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของตนในรูปแบบ “ไวรัสทัวริสม์” ที่เข้มงวดไม่น้อยก่อนที่จะเปิดพรมแดนกว้างขวางมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้

หลักการของอียูที่ใช้เพื่อการฟื้นฟูการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศนี้ หัวใจสำคัญอยู่ที่สิ่งซึ่งอียูเรียกว่า “เซฟลิสต์” ซึ่งเป็นรายชื่อของประเทศที่ปลอดภัย ซึ่งอียูพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวจากชาติเหล่านี้

ตามรายงานของนิวยอร์ก ไทมส์เซฟลิสต์ บัญชีแรกสุด ประกอบด้วยประเทศกลุ่มเล็ก ๆ เพียงแค่ 18 ประเทศเท่านั้น

ไทย เป็นหนึ่งใน “เซฟลิสต์” ดังกล่าวที่เหลือคือ แอลจีเรีย, ออสเตรเลีย, แคนาดา, จอร์เจีย, ญี่ปุ่น, มอนเตเนโกร,โมร็อกโก, นิวซีแลนด์, รวันดา, เซอร์เบีย, เกาหลีใต้, ตูนิเซีย, อุรุกวัย, อันดอรา, ซานมารีโน, โมนาโกและนครรัฐวาติกัน

รายชื่อประเทศที่ปลอดภัยนี้จะมีการ “อัพเดต” กันทุก ๆ 2 สัปดาห์ อาจมีเพิ่มหรืออาจมีปรับลดเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงดังกล่าว

ดังนั้น อียูจึงมี “ลิสต์ที่ 2” สำหรับเตรียมปรับขึ้น-ลง ตามการแพร่ระบาด หรือด้วยเหตุและผลอื่นที่อียูเห็นว่าชอบธรรม

ที่น่าสังเกตก็คือ ในรายชื่อประเทศที่ปลอดภัยนี้ ไม่มีประเทศอย่างจีนและเวียดนาม

ทั้งจีนและเวียดนาม จัดอยู่ในลิสต์ที่ 2 นี้ ข้อแม้ก็คือ ทั้ง 2 ประเทศต้องเปิดรับคนจากอียู พร้อม ๆ กับที่อียูเปิดรับคนของประเทศเหล่านี้เท่านั้นเอง

ไม่ว่า “เซฟลิสต์” ที่ว่านี้จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงในอีก 2 สัปดาห์ต่อไป ก็ต้องถือเป็นการริเริ่มที่สำคัญอย่างยิ่ง และเป็นจุดเริ่มให้หลาย ๆ ประเทศยึดเป็นหลักปฏิบัติต่อไปได้นั่นเอง