เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่างชาติลงทุนไทยโต 26% ใน 9 เดือน จ้างงานคนไทยเพิ่ม 20%
Economic ต่างชาติลงทุนไทยโต 26% ใน 9 เดือน จ้างงานคนไทยเพิ่ม 20%
KKP กำไร Q3 พุ่ง 43% บล.กรุงศรี ให้เป้าหมาย 150 บาท ชูปันผลสูง 6.7%
Finance KKP กำไร Q3 พุ่ง 43% บล.กรุงศรี ให้เป้าหมาย 150 บาท ชูปันผลสูง 6.7%
ประธานกลุ่มเซ็นทรัล ชี้กับดักประเทศไทยคือความไม่ต่อเนื่อง – ปัญหาเชิงโครงสร้าง
Business ประธานกลุ่มเซ็นทรัล ชี้กับดักประเทศไทยคือความไม่ต่อเนื่อง – ปัญหาเชิงโครงสร้าง
รุทธพล โยน DSI เคาะรับ ‘ไอเดียร์-สามี’ เป็นคดีพิเศษ จ่อเรียก ‘รังสิมันต์-ศิริโชค’ สอบ
Politics รุทธพล โยน DSI เคาะรับ ‘ไอเดียร์-สามี’ เป็นคดีพิเศษ จ่อเรียก ‘รังสิมันต์-ศิริโชค’ สอบ
รัฐบาลยันไม่สะดุด-พร้อมจ่ายทันที ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ หลัง ครม.เพิ่มงบหมื่นล้าน
Politics รัฐบาลยันไม่สะดุด-พร้อมจ่ายทันที ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ หลัง ครม.เพิ่มงบหมื่นล้าน
Firefly ทุ่ม 10 ล้านบาท ผุดแฟล็กชิฟโชว์รูมแห่งแรกของโลกในไทย
EV Firefly ทุ่ม 10 ล้านบาท ผุดแฟล็กชิฟโชว์รูมแห่งแรกของโลกในไทย
หุ้นไทยวันนี้ลุ้นงบแบงก์พยุง จับตา ครม.เพิ่มงบเยียวยาน้ำท่วม ชู CENTEL-HANA
Finance หุ้นไทยวันนี้ลุ้นงบแบงก์พยุง จับตา ครม.เพิ่มงบเยียวยาน้ำท่วม ชู CENTEL-HANA
รัฐบาลจ่อถก 5 จังหวัดอีสานตอนบน​ ชงโครงการของบ ‘ครม.สัญจร​‘ อุดรธานี​
Politics รัฐบาลจ่อถก 5 จังหวัดอีสานตอนบน​ ชงโครงการของบ ‘ครม.สัญจร​‘ อุดรธานี​
ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (20 ต.ค. 69) ร่วงลง 500 บาท รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
ไอเดียร์ แจง สามีเคยถือจริง หุ้น Mixed Order Limited แต่ขายออกก่อนรับตำแหน่ง สส.
Politics ไอเดียร์ แจง สามีเคยถือจริง หุ้น Mixed Order Limited แต่ขายออกก่อนรับตำแหน่ง สส.
ดูทั้งหมด

วิกฤตหนี้รายย่อย : New Road ปรับโครงสร้างหนี้

04 ก.ค. 2563 | 17:30น.
ช่วยกันคิด
วิมลรัตน์ ปิยสถาพรพงศ์
ผู้เชี่ยวชาญสายกำกับสถาบันการเงิน ธปท.

ท่านเคยเป็นแบบนี้หรือไม่ ในขณะที่กำลังเดิน ๆ อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกเหมือนตกเหว

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เคยหมุนเร็วเกิดชะงักงันทันที ภาคธุรกิจและครัวเรือนเผชิญกับ income shock ที่รายได้หดตัวลงอย่างฉับพลัน ขณะที่ภาระหนี้สินมิได้ลดลงไปด้วย ทำให้ลูกหนี้ประสบปัญหาความสามารถในการจ่ายชำระหนี้ลดวูบชนิดตั้งตัวไม่ทัน เสมือนหนึ่งว่า “ตกเหว”

หนึ่งในคำถามสำคัญของผู้ที่เกี่ยวข้องคือ เราจะช่วยลูกหนี้โดยเฉพาะลูกหนี้บุคคล และ SMEs ได้อย่างไรในยุคตกเหว ที่ผ่านมาอาจจะพูดได้ว่าโชคดีที่ทางการสามารถเตรียมมาตรการรองรับการตกเหวได้ทันเวลามาตรการเลื่อนการชำระหนี้ซึ่งให้โอกาสลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบยังไม่ต้องผ่อนชำระทั้งในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ยโดยไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ เป็นเหมือนเบาะนุ่ม ๆ ที่ช่วยรองรับลูกหนี้ที่ตกเหวไม่ให้บาดเจ็บจนกลายเป็น NPL และไม่เสียประวัติในฐานข้อมูลเครดิตบูโร อย่างไรก็ดี มาตรการนี้เป็นเพียงการประคับประคองลูกหนี้และเจ้าหนี้ในช่วงแรกเท่านั้น

สิ่งสำคัญลำดับต่อมาคือ ทำอย่างไรจะช่วยให้ลูกหนี้พอจะมีกำลังปีนไต่จากก้นเหวกลับขึ้นไปบนถนนสายใหม่และเดินต่อได้ ซึ่งแน่นอนว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่คงจะยังไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะปีนขึ้นมาพรวดเดียวได้ เจ้าหนี้มืออาชีพย่อมเข้าใจสถานการณ์และอาการบาดเจ็บของลูกหนี้ในครั้งนี้เป็นอย่างดี จึงควรเตรียมการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง เปรียบเสมือนการทำทางสายใหม่ (new road) ที่ไม่เปล่าเปลี่ยว เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ได้เดินต่อไปจนกระทั่งถึงวันที่ลูกหนี้พร้อมวิ่งได้

ทั้งนี้ ในการจัดทำแผนปรับโครงสร้างหนี้ เจ้าหนี้พึงกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระให้ยาวเพียงพอโดยคำนึงถึงความสามารถของลูกหนี้ (affordaibility) เป็นอันดับแรก ซึ่งปัจจุบันหลายฝ่ายเห็นพ้องกันว่ารายได้ที่หดหายไปจะไม่กลับมาเท่าเดิมได้ในเร็ววัน ดังนั้น การที่จะก้าวไปสู่ new road ดั่งฝันได้ ในระยะแรกเจ้าหนี้ต้องออกแรงมากหน่อย และลดกำไรที่เคยตั้งเป้าไว้ลงมาเพื่อความยั่งยืนของกิจการเจ้าหนี้เอง (sustainable banking) แนวทางดำเนินการที่สำคัญ ได้แก่

1.ทำทางลาดหรือการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อให้ค่างวดที่ลูกหนี้ต้องจ่ายค่อย ๆ ทยอยเพิ่มขึ้น หลังจากการพักชำระหนี้สิ้นสุดลง เช่น เริ่มจาก 25% ของค่างวดเดิม และทยอยเพิ่มเป็น 50%, 75%  และ 100% เพื่อให้ลูกหนี้สามารถไต่ขึ้นไปสู่ถนนเส้นใหม่ได้อย่างปลอดภัย และมั่นใจว่าจะไม่พลาดพลั้งตกสู่ก้นเหวอีก

ทั้งนี้ หากลูกหนี้จ่ายชำระได้มากกว่าที่กำหนดไว้ในมาตรการช่วยเหลือพื้นฐานขั้นต่ำ เจ้าหนี้ควรลดดอกเบี้ยให้เพิ่มเติม เพื่อนำไปตัดต้นเงินได้มากขึ้น ซึ่งด้านหนึ่งช่วยให้เจ้าหนี้ได้รับกระแสเงินสดเข้ามา นำไปหาผลตอบแทนรูปแบบอื่นได้ ในขณะที่ลูกหนี้ก็มีแรงจูงใจจะจ่ายหนี้คืน เพราะยิ่งจ่ายมากภาระจะยิ่งลดลง

2.สร้างทางสายใหม่ (new road ในยุค new normal) เมื่อรายได้ลูกหนี้ลดลง แต่ภาระหนี้ยังเท่าเดิมก็ต้องปรับโครงสร้างหนี้ให้มีการยืดระยะการจ่ายชำระหนี้ให้ยาวขึ้น เช่น สัญญาเดิมกำหนดให้จ่ายชำระคืนใน 5 ปี ก็ต้องปรับโครงสร้างหนี้ให้จ่ายชำระหนี้ยาวขึ้นเป็น 8-10 ปี ให้ลูกหนี้สามารถเดินบนถนนสายใหม่นี้ได้ไม่ต้องพะวักพะวนว่าจะต้องมาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่อีก

ในอดีตยุค old normal เจ้าหนี้มักกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ค่อนข้างสั้น เกิดเหตุการณ์ปรับแล้วปรับอีก ทั้งที่คาดการณ์ได้แต่ต้นว่ามีโอกาสสูงที่ลูกค้าจะไม่สามารถผ่อนชำระได้

การออกแบบแผนการปรับโครงสร้างหนี้ที่คำนึงถึงความสามารถลูกหนี้ น้อยกว่าตัวเลขกำไรระยะสั้นของเจ้าหนี้ ไม่ได้ยึดลูกหนี้เป็นที่ตั้ง สุดท้ายต้องกลับมาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่หลายหน ไม่เป็นผลดีต่อทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ ลูกหนี้เองก็เสี่ยงต้องปรับโครงสร้างหนี้หลายครั้ง ติดประวัติในบูโร เจ้าหนี้ก็อาจมีภาระสำรองเพิ่มขึ้น

“ทางสายใหม่” ที่ลูกหนี้มีระยะเวลาจ่ายชำระหนี้นานขึ้นสอดคล้องความสามารถที่ลดลง จะตอบโจทย์ลูกหนี้
รายย่อยยุคโควิด-19 แก้ปัญหาเดิม ๆ ได้ แต่การยืดอายุสัญญาเป็น 8-10 ปี จะทำให้ลูกหนี้ติดหนี้ยาวนานขึ้น เจ้าหนี้จึงควรลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม เนื่องจากขยายระยะเวลาชำระหนี้ทำให้ลูกหนี้ต้องผ่อนชำระมากขึ้น มิใช่ผ่อนจ่ายเท่าไหร่ ก็ตัดไม่ถึงต้น เช่นทางสายเก่าในอดีต เจ้าหนี้จะมีรายได้ดอกเบี้ยเข้าตลอดสาย กินน้อยลงแต่กินได้นาน เข้าตำรา ปรับโครงสร้างหนี้แนวใหม่ ได้ใจทั้ง 2 ฝ่าย

3.แต่งแต้มสีสันให้ new road โจทย์สำคัญอีกเรื่องคือ ทำอย่างไรทางสายใหม่จะเป็นถนนที่น่าวิ่ง การออกแบบแผนการปรับโครงสร้างหนี้ให้มีกลไกสร้างแรงจูงใจให้ลูกหนี้ปฏิบัติตามแผน มีกำลังใจชำระหนี้ให้หมดเร็วเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่ผ่านมาอาจถูกละเลย

การสร้างแรงจูงใจให้ลูกหนี้จ่ายชำระหนี้ต่อเนื่องและเร็วขึ้น ทำได้หลายวิธี อาทิ ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม เมื่อลูกหนี้ต้องการสภาพคล่องหล่อเลี้ยงและสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจ ทยอยยกดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ของเก่าใช้วิธีคิดและดอกเบี้ยที่อาจไม่เป็นธรรม เช่น หากลูกหนี้ชำระหนี้ได้ 6-12 เดือน ยกดอกเบี้ยผิดนัดที่ค้างอยู่ให้ตามสัดส่วน ซึ่งงบกำไรขาดทุนของเจ้าหนี้ก็มิได้รับผลกระทบจากการลดดอกเบี้ยผิดนัดนี้

การปรับปรุงลำดับการตัดชำระหนี้ให้ตัดส่วนเงินต้นก่อนบ้างบางเวลา หรือมีแคมเปญ cash back สำหรับลูกหนี้ที่ชำระสม่ำเสมอ แม้เม็ดเงินอาจไม่มากมายแต่ในมุมลูกหนี้จะสร้างกำลังใจมหาศาล จึงไม่ควรมองข้ามมิติเชิงจิตวิทยาเหล่านี้แล้วการปรับโครงสร้างหนี้ตามทางสายใหม่จะสัมฤทธิผลมากขึ้น

สุดท้ายอยากสรุปอีกครั้งว่า ลูกหนี้ (รวมถึงเจ้าหนี้ด้วย) จะขึ้นจากก้นเหวได้ด้วย (1) ปรับโครงสร้างหนี้ “สูตรทางลาด” ที่ทยอยปรับค่างวดขึ้นตามศักยภาพ (2) ปรับโครงสร้างหนี้ “สูตรทางสายใหม่” ในยุค new norm ขยายเวลาชำระหนี้ยาวขึ้น ลดดอกเบี้ยเพิ่มเพื่อแบ่งภาระดอกเบี้ยจ่ายของประชาชน (3) ปรับโครงสร้างหนี้จะต้องออกแบบกลไกสร้างแรงจูงใจให้ผ่อนชำระต่อเนื่อง

การสรรค์สร้างทางสายใหม่ที่มีเจ้าหนี้และลูกหนี้เป็นเพื่อนร่วมทางคอยประคับประคองกันไปตลอดคือ new norm ของการปรับโครงสร้างหนี้ที่น่าจะลองทำดู !

หมายเหตุ:บทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับธปท.