เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ส.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.15 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ส.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.15 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
ปี’70 จุดเปลี่ยนเที่ยวไทย  รับมือโลกผันผวน-การแข่งขันสูง
Business ปี’70 จุดเปลี่ยนเที่ยวไทย  รับมือโลกผันผวน-การแข่งขันสูง
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ส.ค. 69) ปรับลง 0.63% อยู่ที่ 64,155 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ส.ค. 69) ปรับลง 0.63% อยู่ที่ 64,155 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%
Economic เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

เปิด 9 เมกะเทรนด์กำหนดอนาคตแรงงานปี 2035 องค์กรทั่วโลกต้องรับมือ 

14 พ.ย. 2566 | 15:33น.
ออฟฟืศ

ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา เปิด 9 เมกะเทรนด์สำคัญกำหนดอนาคตแรงงานปี 2035 ที่องค์กรทั่วโลกต้องรับมือ จับตาเศรษฐกิจสีเขียวจะสร้างงานเกิดใหม่มากถึง 24 ล้านตำแหน่ง

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา FutureTales Lab by MQDC เปิดเผย 9 เมกะเทรนด์สำคัญที่จะกำหนดอนาคตแรงงานปี ค.ศ. 2035 เพื่อให้องค์กรทั่วโลกสามารถเตรียมพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการทำงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเงิน (ค่าตอบแทน)-งาน-การจัดการ-คน

ในขณะเดียวกัน แรงงานในอนาคตจะสามารถเตรียมตนเองให้พร้อมทั้งมุมมองการทำงาน ทักษะงาน และการจัดการความคาดหวังต่อการทำงานและองค์กรในอนาคต

1.การแย่งชิงคนเก่ง 

สงครามแย่งชิงคนเก่ง หรือ The Competition for Global Talents ปัจจุบัน 82% ของประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานมีทักษะ ประกอบกับแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่เติบโตขึ้นจะยิ่งทำให้ปรากฏการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงมากขึ้น

หลายประเทศเริ่มออกนโยบายเพื่อดึงดูด และแย่งชิงแรงงานศักยภาพสูง เช่น การออกวีซ่าประเภท O-1 ของสหรัฐอเมริกา, วีซ่าผู้มีความสามารถพิเศษโดดเด่นของออสเตรเลีย, วีซ่า Talent R ของจีน เป็นต้น

มีการคาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2030 ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานมีทักษะมากถึง 47 ล้านตำแหน่ง ในขณะที่ 56 ประเทศทั่วโลกก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด การแย่งชิงผู้มีความสามารถให้เข้ามาทำงานจะกลายเป็นจุดพลิกผันสำคัญที่ทั่วโลกต้องร่วมมือกันหาแนวทางสร้างสรรค์เพื่อปิดช่องว่างการขาดแคลนแรงงานให้ได้

2.ความหลากหลายในองค์กร

Diversity in the Workplace ประเด็นเรื่องความหลากหลาย ความเสมอภาค การนับร่วม และการเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร (Diversity, Equity, Inclusion and Belonging : DEI&B) จะยิ่งเด่นชัดมากขึ้นในโลกการทำงาน ความหลากหลายในมิติต่าง ๆ จะได้รับการยอมรับมากขึ้น เช่น ความหลากหลายทางสังคม อาชีพ ความสัมพันธ์ ความรู้ความเข้าใจ ร่างกาย ค่านิยม เป็นต้น 

องค์กรที่จะอยู่รอดในอนาคตจำเป็นต้องให้ความสำคัญและทำความเข้าใจประเด็นดังกล่าวอย่างลึกซึ้งและรอบด้าน จากการศึกษาพบว่าองค์กรที่บอร์ดผู้บริหารมีความหลากหลายจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 73% จากการสร้างสรรค์นวัตกรรม และมีโอกาสทำผลกำไรให้องค์กรได้สูงขึ้นถึง 33% 

นอกจากนี้ การเปิดรับความหลากหลายยังเป็นปัจจัยสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพพนักงานผ่านวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกลับพบว่า มีผู้นำองค์กรเพียง 54% เท่านั้นที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลาย และมีพนักงานเพียง 39% เท่านั้นที่รู้สึกเห็นด้วยกับโครงการจัดการความหลากหลายภายในองค์กรของตน

3.การทำงานแบบไฮบริด

Hybrid Everything โลกก้าวเข้าสู่ยุคการทำงานใหม่แบบทุกที่ ทุกเวลา ทุกวิธีการ (Anywhere, anytime and anyhow) ส่งผลให้ความคาดหวังต่อการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid work) และค่านิยมเรื่องความยืดหยุ่นในการทำงานกลายเป็นเรื่องปกติ

องค์กรที่ให้ความสำคัญกับประเด็นดังกล่าวจะสร้างวัฒนธรรมการทำงานในองค์กรที่ยืดหยุ่นโดยมุ่งความสนใจไปที่การสื่อสารที่ชัดเจน การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ การวางแผนงานและการจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพ

ระบบการจัดการงานขั้นสูงจะกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้การทำงานในองค์กรมีความอัตโนมัติ ผู้คนสามารถทำงานได้อย่างเป็นอิสระต่อกัน โดยปราศจากข้อจำกัดด้านระยะทาง ช่วยให้คนทำงานสามารถสร้างผลงานได้เต็มศักยภาพ

4.การแบ่ง จัดสรรงานให้มีประสิทธิภาพ

Unbundling Work ปัญหาขาดแคลนแรงงานมีทักษะทำให้องค์กรจำเป็นต้องเปิดใจยอมรับเรื่องการลดขนาดองค์กร การแบ่งงานออกเป็นส่วน และการจ้างบุคคลภายนอกหรือฟรีแลนซ์ตามความเชี่ยวชาญมารับผิดชอบงานเป็นรายโครงการ วิธีดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้องค์กรสามารถแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงาน และเข้าถึงคนทำงานได้มากขึ้น แต่ยังอาจช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรประหยัดงบประมาณและเพิ่มผลิตผลการทำงานได้มากขึ้น เช่น HCL Technologies ซึ่งใช้วิธีดังกล่าวกับแผนกพัฒนาซอฟต์แวร์ ทำให้สามารถประหยัดต้นทุนไป 15% และเพิ่มผลิตผลงานได้ 30%

อย่างไรก็ตาม การแบ่งการจ้างงานออกเป็นส่วนจำเป็นต้องอาศัยการจัดสรรงานที่มีประสิทธิภาพ ต้องมีวิธีการตั้งเป้าหมาย การจัดการ และการกระตุ้นส่งเสริมให้ผู้คนทำงาน เช่น ค่าตอบแทน ความรู้สึกเป็นเจ้าของงาน ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร การทำงานอย่างมีเป้าหมาย ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ เป็นต้น

ซึ่งจะทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างนายจ้าง เนื้อหาและขอบเขตงาน องค์กรผู้รับจ้างงาน และคนทำงานเปลี่ยนไป มีความสร้างสรรค์มากขึ้น มีขีดจำกัดน้อยลง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตได้

5.Good Work = Good Quality of Life

ความเชื่อของคนหลายกลุ่มเกี่ยวกับงานกำลังเปลี่ยนไป ความหมายของงานที่ดีไม่ได้ถูกตีมูลค่าด้วยค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการที่บุคคลได้ทำงานเพื่อเติมเต็มคุณค่าในมิติอื่นของชีวิตด้วยเช่นกัน เช่น การทำงานที่มีความหมาย งานที่ทำแล้วส่งผลดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต เป็นต้น

โดย 92% ของผู้คนทั่วโลกหลังผ่านวิกฤตโควิดให้ความเห็นว่าพวกเขาตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตมากยิ่งขึ้นและอยากใช้ชีวิตนับจากนี้ไปให้มีความหมาย มีคนถึง 97% ให้ความเห็นว่าพวกเขามีความกระตือรืนร้นในการทำงานมากขึ้น เมื่องานที่ทำสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายในชีวิตของพวกเขา

นอกจากนี้ มีการศึกษาระบุชัดเจนว่าบรรยากาศการทำงานที่ย่ำแย่และขาดการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ทำให้พนักงานรู้สึกขาดความเป็นส่วนหนึ่งในองค์กร เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พนักงาน 51% ตัดสินใจลาออก

6.Ever-evolving Work

มีการคาดการณ์ว่า 85% ของงานในปี ค.ศ. 2030 เป็นงานที่ยังไม่เกิดขึ้น นัยหนึ่งเป็นโอกาสการทำงานที่ไม่เคยมีมาก่อนเช่นเดียวกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไป ทำให้ผู้คนต้องเรียนรู้และปรับตัว โดยอาชีพเกี่ยวกับเทคโนโลยีจะมีโอกาสได้รับการจ้างงานอีกมากในอนาคต แต่ในอีกมุมหนึ่ง ตลาดและโอกาสงานที่เปลี่ยนไปเพราะเทคโนโลยีก็มาพร้อมกับความท้าทาย

มีการคาดการณ์ว่าตำแหน่งงาน 80% ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากการพัฒนาของปัญญาประดิษฐ์ มีงานถึง 19% จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ส่งผลให้ประเด็นเรื่องจริยธรรมและความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจยิ่งเป็นหัวข้อสำคัญในการกำหนดทิศทาง การพัฒนา และการใช้งานปัญญาประดิษฐ์และระบบอัตโนมัติสำหรับตลาดงานในอนาคต

เพื่อเน้นย้ำให้เกิดการบูรณาการเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ ในขณะเดียวกันก็เป็นความก้าวหน้าที่เท่าเทียมกันเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

7.ทักษะทางปัญญา 

Cognitive Skills = New Currency ทักษะการรู้คิดจะกลายเป็นทักษะสำคัญสำหรับการทำงานในโลกอนาคต มีการคาดการณ์ว่าทักษะการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์จะเป็นทักษะที่ถูกให้ความสำคัญที่สุดนับจากนี้ไปจนถึงปี ค.ศ. 2027 ก่อนทักษะด้านการแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนจะได้รับให้ความสำคัญมากกว่าต่อไป องค์กรจำเป็นต้องเตรียมพนักงานให้มีทักษะและพร้อมต่องานในอนาคต

ปัจจุบันมีองค์กร 8% ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการพัฒนาความคิดเชิงนวัตกรรมของพนักงาน 10% ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ 32% ให้ความสำคัญกับความอยากรู้อยากเห็นและการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ 40% ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพนักงานให้มีทักษะการปรับตัวและความยืดหยุ่นในการทำงาน

8.Learn as You Go

การกำหนดกลยุทธ์เชิงนวัตกรรมโดยเรียนรู้จากความผิดพลาดขององค์กรอื่นเป็นวิธีการสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานให้ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ล่วงหน้า การให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และการพัฒนาจึงเป็นสิ่งที่องค์กรในอนาคตต้องให้ความสำคัญ

ปัจจุบัน 47% ของผู้นำฝ่ายทรัพยากรบุคคล 2,500 คนมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของพนักงานและทักษะในอนาคต มีการคาดการณ์ว่าพนักงาน 60% ทั่วโลกจำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมเพิ่มเติมและเรียนรู้ทักษะใหม่ภายในปี ค.ศ. 2027 เพื่อให้ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดงานต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม การศึกษาในปี ค.ศ. 2023 กลับพบว่า มีแรงงานทั่วโลกเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับการพัฒนาทักษะเพียงพอ นอกจากนี้ แรงงานในอนาคตจำเป็นต้องมีความคิดเพื่อการเติบโตและการเปลี่ยนแปลง (Growth mindset) เข้าใจถึงความจำเป็นในการเลิกเชื่อสิ่งเก่าและเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะทักษะที่มีในช่วงเวลาหนึ่งอาจไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในอนาคตข้างหน้า

9.Green Focused

มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสีเขียวจะสร้างงานเกิดใหม่มากถึง 24 ล้านตำแหน่งทั่วโลก ภายในปี ค.ศ. 2030 สอดคล้องกับรายงานว่าผู้มีความสามารถด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 38.5% ในช่วงปี ค.ศ. 2015-2021 องค์กรและธุรกิจที่ตระหนักถึงศักยภาพของการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อม

การประยุกต์ใช้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจจะยิ่งต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นข้อมูลที่น่าสนใจมากว่า 51% ของนักเรียนนักศึกษาทั่วโลกยินดีจะรับเงินเดือนที่ต่ำกว่าเพื่อทำงานในองค์กรเหล่านั้น