ค้าชายแดน-ผ่านแดน ส.ค. 65 โต 4.50% ลุ้นทั้งปีโต 5% ทะลุ 1.08 ล้านล้านบาท

จุรินทร์ เผยมูลค่าการค้ารวมชายแดน-ผ่านแดน เดือนสิงหาคม 2565 มีมูลค่ารวม 154,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.50% ผลจากการผลักดันการส่งออก ค่าเงินบาทอ่อนค่าทำให้แข่งขันได้ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นทำให้ความต้องการเพิ่ม ลุ้นมูลค่ารวมทั้งปีโต 5% มูลค่ารวม 1.08 ล้านล้านบาท

วันที่ 26 กันยายน 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เดือนสิงหาคม 2565 พบว่า

การค้าชายแดนและผ่านแดน เดือนสิงหาคม 2565 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 154,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.50% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 88,234 ล้านบาท ลดลง 3.18% และการนำเข้ามูลค่า 66,062 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.89% โดยไทยได้ดุลการค้าในเดือนสิงหาคม 2565 ทั้งสิ้น 22,172 ล้านบาท

 

ขณะที่มูลค่าการส่งออกชายแดนและผ่านแดน 88,234 ล้านบาท ลดลง 3.18% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยการส่งออกชายแดนยังขยายตัวต่อเนื่อง 29.63% ขณะที่การส่งออกผ่านแดนปรับตัวลดลงเนื่องจากผู้ส่งออกหันกลับไปขนส่งสินค้าทางเรือและทางอากาศเพิ่มขึ้น จากค่าระวางเรือที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

การค้าชายแดนกับ 4 ประเทศ (มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมา และ สปป.ลาว) เดือนสิงหาคม 2565 มีมูลค่าการค้ารวม 91,974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.46% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 56,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.63%

และการนำเข้ามูลค่า 35,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.09% โดยมาเลเซียยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทยต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา ดังนี้ 1) มาเลเซีย มูลค่าส่งออก 16,234 ล้านบาท ขยายตัว 20.47% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 

2) กัมพูชา มูลค่าส่งออก 15,427 ล้านบาท ขยายตัว 34.75% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และรถจักรยานยนต์ และส่วนประกอบ

3) สปป.ลาว มูลค่าส่งออก 12,736 ล้านบาท ขยายตัว 28.75% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ และน้ำตาลทราย 4) เมียนมา มูลค่าส่งออก 12,452 ล้านบาท ขยายตัว 37.78% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปาล์ม น้ำมันดีเซล และน้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ 


การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม (จีน เวียดนาม สิงคโปร์ และประเทศอื่น ๆ) เดือนสิงหาคม 2565 มีมูลค่ารวม 62,322 ล้านบาท ลดลง 17.45% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 31,385 ล้านบาท ลดลง 33.62% และการนำเข้ามูลค่า 30,937 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.66%

โดยจีนยังเป็นตลาดส่งออกหลัก ดังนี้ 1) จีน มูลค่าส่งออก 11,168 ล้านบาท หดตัว 55.15% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ยางพารา ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง และผลิตภัณฑ์ยางอื่น ๆ 

2) เวียดนาม มูลค่าส่งออก 4,799 ล้านบาท ขยายตัว 51.46% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และสินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ

3) สิงคโปร์ มูลค่าส่งออก 4,481 ล้านบาท ขยายตัว 2.36% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องปรับอากาศ 4) ประเทศอื่น ๆ (เช่น ฮ่องกง สหรัฐ และญี่ปุ่น) มูลค่าส่งออก 10,937 ล้านบาท หดตัว 26.28% 

การค้าชายแดนและผ่านแดน 8 เดือนของปี 2565 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,153,874 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.18% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการส่งออกมูลค่า 682,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.11% และการนำเข้ามูลค่า 471,025 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98% โดยไทยได้ดุลการค้าในเดือนสิงหาคม 2565 ทั้งสิ้น 211,824 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ปัจจัยสนับสนุนการส่งออก เช่น เงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า ช่วยให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันด้านราคาได้มากขึ้น ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น และความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยไปยัง สปป.ลาว และเมียนมา ขยายตัว 115% และ 100% ตามลำดับ

เศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านเริ่มฟื้นตัว การดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์เพื่อสนับสนุนการค้าชายแดน โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค อาทิ การผลักดันเปิดจุดผ่านแดนเพื่อขนส่งสินค้าภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดย ณ วันที่ 20 กันยายน 2565 มีจุดผ่านแดนฝั่งไทยเปิด 69 แห่ง จากทั้งหมด 97 แห่ง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเปิด 58 แห่ง

นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าชายแดน โดยในปี 2565 กรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดนใน 5 จังหวัดเป้าหมาย คือ จังหวัดนครพนม แม่ฮ่องสอน สงขลา ยะลา และอุบลราชธานี

ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การแสดงและจำหน่ายสินค้าส่งออกชั้นนำ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ การอบรม/สัมมนา และการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อประเมินสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทย ในช่วงครึ่งปีหลัง 2565 ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้คงเป้าหมายการส่งออกชายแดนรวมและผ่านแดนรวมที่มูลค่า 1.08 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 5% เช่นเดิม