พาณิชย์เจรจาอัพเกรด FTA อาเซียน-จีน มั่นใจปิดดีลภายในปี 2567

พาณิชย์เจรจาอัพเกรด FTA อาเซียน-จีน

พาณิชย์ร่วมประชุมเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) รอบ 3 เร่งดันสรุปผลภายในปี’67 มั่นใจช่วยขยายโอกาสและอำนวยความสะดวกทางการค้าให้ผู้ประกอบการมากขึ้น

วันที่ 5 กรกฎาคม 2565 นายรัชวิชญ์ ปิยะปราโมทย์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ตนเข้าร่วมการเจรจายกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ACFTA) รอบที่ 3 ระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้ทำหน้าที่ประธานร่วมของฝ่ายอาเซียน และเป็นประธานการประชุมร่วมกับนายหวี เปิ่น หลิน อธิบดีกรมการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศของจีน โดยเชื่อมั่นว่าการปรับปรุงความตกลง ACFTA จะช่วยขยายโอกาสและอำนวยความสะดวกทางการค้าให้ผู้ประกอบการที่ส่งออกและนำเข้ากับจีนมากยิ่งขึ้น

การเจรจารอบนี้มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยอาเซียนและจีนได้เริ่มเจรจาปรับปรุง ACFTA ในหลายประเด็น เพื่อให้ความตกลงมีความทันสมัยมากขึ้น ทั้งเรื่องแนวทางการเปิดตลาดสินค้าเพิ่มเติมและการเปิดเสรีด้านการลงทุนและการคุ้มครองการลงทุน รวมทั้งขยายความร่วมมือในสาขาใหม่ ๆ อาทิ เศรษฐกิจสีเขียว เศรษฐกิจดิจิทัล การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย การแข่งขันและการคุ้มครองผู้บริโภค และความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจและวิชาการ

นอกจากนี้ จีนได้ให้ความสำคัญกับการเจรจายกระดับความตกลง ACFTA อย่างมาก เนื่องจากเห็นว่าจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยในช่วงพิธีเปิดการเจรจา ผู้บริหารระดับสูงของจีน อาทิ นายหวัง หวี่ ปอ ผู้ว่าการมณฑลยูนนาน และนายหวัง โช่ว เหวิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน ได้ร่วมกล่าวสุนทรพจน์เพื่อแสดงเจตจำนงที่จะเร่งผลักดันให้การเจรจายกระดับความตกลง ACFTA ได้ข้อสรุปให้ได้ภายในปี 2567 ซึ่งหากการเจรจาสำเร็จจะทำให้การค้าระหว่างอาเซียนและจีนขยายตัวเพิ่มมากขึ้น รวมถึงสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค

นายรัชวิชญ์กล่าวอีกว่า อาเซียนและจีนยังได้ประชุมคณะกรรมการร่วมกำกับการดำเนินงานภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ ACFTA-JC ครั้งที่ 16 เพื่อติดตามการดำเนินการตามพันธกรณีของความตกลง ACFTA ซึ่งบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2548 โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการใช้มาตรการที่มิใช่ภาษีที่เป็นอุปสรรคทางการค้าระหว่างจีนกับสมาชิกอาเซียน ซึ่งได้มอบให้คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับการส่งออก-นำเข้าสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมระหว่างอาเซียนกับจีน หาทางออกเรื่องนี้โดยเร็ว

ทั้งนี้ จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอาเซียนมาตั้งแต่ปี 2552 โดยในปี 2565 การค้าระหว่างอาเซียนกับจีนมีมูลค่า 715,156.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยอาเซียนส่งออกไปจีนมูลค่า 288,920.05 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาเซียนนำเข้าจากจีน มูลค่า 426,235.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับจีนเป็น 105,404.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ร้อยละ 1.53 โดยไทยส่งออกไปจีนมูลค่า 34,389.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าจากจีนมูลค่า 71,014.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีน เช่น ผลไม้สด ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และยางพารา ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญจากจีน เช่น เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และแผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น