เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณบาทละ 67,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 400 บาท รูปพรรณบาทละ 67,950 บาท
AAHRS 2026 ปักหมุดเชียงใหม่ ดัน Medical Hub ชิงเค้กตลาดปลูกผมพันล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค AAHRS 2026 ปักหมุดเชียงใหม่ ดัน Medical Hub ชิงเค้กตลาดปลูกผมพันล้าน
‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ใช้ไฟพุ่ง เปลี่ยนเกมแข่ง ‘อสังหาฯอุตสาหกรรม’
Real Estate ‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ ใช้ไฟพุ่ง เปลี่ยนเกมแข่ง ‘อสังหาฯอุตสาหกรรม’
ก.ศึกษา สั่งประสานนักจิตวิทยาดูแลผลกระทบจิตใจนักเรียน-ครู เหตุยิงในโรงเรียน
Politics ก.ศึกษา สั่งประสานนักจิตวิทยาดูแลผลกระทบจิตใจนักเรียน-ครู เหตุยิงในโรงเรียน
Gen Z จีนฮิต “ร้อยมาลัย-พับดอกบัว” วัดเจ็ดยอด ดัน Soft Power ล้านนาสู่ Experiential Tourism
เศรษฐกิจภูมิภาค Gen Z จีนฮิต “ร้อยมาลัย-พับดอกบัว” วัดเจ็ดยอด ดัน Soft Power ล้านนาสู่ Experiential Tourism
อนุทิน เผย ‘เมียนมา’ ขอไทยคุมเข้มชายแดน สกัดชนกลุ่มน้อยลอบขนอาวุธ
Politics อนุทิน เผย ‘เมียนมา’ ขอไทยคุมเข้มชายแดน สกัดชนกลุ่มน้อยลอบขนอาวุธ
ไทยคม เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’
Tech ไทยคม เปลี่ยนชื่อเป็น ‘กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี’
นายกฯ กำชับคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตพกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ
Politics นายกฯ กำชับคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตพกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบ
รัฐบาลเช็คกระเป๋าก่อนตัดสินใจ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ยันเงินคงคลังแข็งแรง
Politics รัฐบาลเช็คกระเป๋าก่อนตัดสินใจ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ยันเงินคงคลังแข็งแรง
แพทย์ชี้ HPV ไร้อาการนาน 10 ปี ย้ำคนไทยตรวจ-ฉีดวัคซีนก่อนสาย
News แพทย์ชี้ HPV ไร้อาการนาน 10 ปี ย้ำคนไทยตรวจ-ฉีดวัคซีนก่อนสาย
ดูทั้งหมด

คำแนะนำจาก IMF ถึงรัฐบาลไทยและ ธปท. นโยบายแบบไหนควร-ไม่ควรทำ 

23 ม.ค. 2567 | 18:55น.
IMF เศรษฐกิจไทย

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2567 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) เผยแพร่ผลการประชุมติดตามและประเมินภาวะเศรษฐกิจไทย (Article IV Consultation) 

ในข้อมูลที่ IMF เผยแพร่มีทั้งคาดการณ์เศรษฐกิจไทย มีคำเตือนถึงความเสี่ยง และคำแนะนำมากมายต่อรัฐบาลไทยที่บริหารประเทศและบริหารนโยบายการคลัง กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่บริหารนโยบายการเงิน ดังต่อไปนี้ 

เศรษฐกิจไทยสูญเสียโมเมนตัมการฟื้นตัว

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยกำลังสูญเสียโมเมนตัม ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 2.6 ในปี 2565 แต่การเติบโตชะลอตัวลงเป็นร้อยละ 1.9 ในไตรมาสที่ 1-3 ของปี 2566 เนื่องจากเศรษฐกิจกำลังเผชิญกับอุปสรรคจากอุปสงค์ภายนอกและการลงทุนในประเทศที่อ่อนแอ แม้ว่าการบริโภคภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปยังแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวก็ตาม

อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงในเดือนพฤศจิกายน 2566 เนื่องจากผลกระทบพื้นฐานของราคาพลังงานและอาหาร นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการขยายเวลาการอุดหนุนราคาพลังงาน 

ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ลดลงในปี 2565 สะท้อนถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นและอุปสงค์ภายนอกที่ชะลอตัวลง ณ เดือนกันยายน 2565 ดุลบัญชีเดินสะพัดมีการเกินดุลเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว ต้นทุนการขนส่งที่ลดลง และการนำเข้าที่ลดลงมากกว่าการลดลงของการส่งออก 

คาดการณ์จีดีพี 2566-2567 

การฟื้นตัวในปี 2566 คาดว่าจะยังคงไม่สดใส ก่อนจะเร่งตัวขึ้นในปี 2567 โดยคาดว่าจีดีพีที่แท้จริง (หักอัตราเงินเฟ้อ) จะเติบโตร้อยละ 2.5 ในปี 2566 โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออก บริการ และการบริโภคภาคเอกชนและประชาชนทั่วไปที่เร่งตัวขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2566 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 1.3 

การเติบโตของเศรษฐกิจคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในช่วงสั้น ๆ ในปี 2567 เนื่องจากอุปสงค์ภายนอกที่ดีขึ้น และการเติบโตที่แข็งแกร่งของการบริโภคภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นทางการคลังของรัฐบาล

จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเร่งตัวขึ้นเล็กน้อยในปี 2567 แต่ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย 

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดคาดว่าจะเกินดุลเล็กน้อยในปี 2566 และเพิ่มขึ้นอีกในปี 2567 เนื่องจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของรายรับจากการท่องเที่ยวและต้นทุนการขนส่งสินค้าที่ลดลงช่วยชดเชยผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของการส่งออกสินค้า

เศรษฐกิจไทย

เตือนระวังความเสี่ยงจากภายนอก 

ความเสี่ยงด้านลบทั้งภายในและภายนอก มีอิทธิพลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศไทย การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับความเสี่ยงภายนอก ซึ่งรวมถึงการชะลอตัวอย่างกะทันหันทั่วโลก รวมถึงในจีน การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ภาวะทางการเงินทั่วโลกที่เข้มงวดกว่าที่คาดไว้ และการแยกส่วนของภูมิศาสตร์เศรษฐกิจโลก (Geoeconomic fragmentation) ที่แตกแยกลึกยิ่งขึ้น 

ความเสี่ยงภายในประเทศเพิ่มความไม่แน่นอน เนื่องจากการขาดวินัยทางการคลังอาจบ่อนทำลายเสถียรภาพของเศรษฐกิจมหภาค หนี้ภาคเอกชนที่สูงขึ้นเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพทางการเงิน และการพึ่งพาการท่องเที่ยวมากเกินไป เพิ่มความเสี่ยงของประเทศไทยต่อผลกระทบจากภายนอก

แนะรัฐปฏิรูปโครงสร้าง-มุ่งเป้าลดหนี้สาธารณะ-เก็บรายได้มากขึ้น

คณะกรรมการบริหารแสดงความยินดีกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังวิกฤตเศรษฐกิจ และชื่นชมหน่วยงานที่รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของไทยยังช้ากว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน และแนวโน้มยังคงไม่แน่นอน โดยความเสี่ยงเอียงไปทางขาลง 

ด้วยพื้นที่ทางการคลังที่มีจำกัด และจุดอ่อนทางโครงสร้างที่มีมายาวนาน กรรมการบริหาร IMF จึงสนับสนุนให้ปรับนโยบายให้เป็นปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไปในระยะเวลาอันใกล้นี้ ขณะเดียวกัน ก็ดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างอย่างเข้มข้นเพื่อเพิ่มผลิตภาพและการเติบโตอย่างมีศักยภาพ และสร้างความพร้อมในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

กรรมการบริหาร IMF รับทราบถึงมาตรการทางนโยบายระยะสั้นของทางการไทยที่ประกาศไว้ โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ยังถือเป็นจุดยืนทางการคลังแบบเป็นกลาง (Neutral Fiscal Stance) โดยมุ่งเป้าและสนับสนุนกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน ผ่านโครงข่ายรองรับทางสังคมที่เพิ่มขึ้น และความก้าวหน้ามากขึ้นของระบบภาษี ซึ่งเหมาะสมกว่าในการที่จะบรรลุเป้าหมายการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ 

คณะกรรมการเห็นพ้องกันว่า ยุทธศาสตร์การคลังในระยะกลางควรมุ่งเป้าไปที่การทำให้หนี้สาธารณะลดลง ขณะเดียวกัน ก็เหลือพื้นที่ทางการคลังไว้สำหรับการลงทุนในทุนมนุษย์และทุนกายภาพ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากรัฐวิสาหกิจและกองทุนนอกงบประมาณ 

การจัดเก็บรายได้ให้ได้เพิ่มขึ้น โดยค่อย ๆ เพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ รวมถึงการยกเลิกการอุดหนุนราคาพลังงานที่มีราคาแพง ควรเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำเป็นอันดับแรก ๆ 

นอกจากนั้น คณะกรรมการสนับสนุนให้ทางการไทยดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อส่งเสริมการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและผลิตภาพ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการขจัดกฎระเบียบที่มีมากเกินไป ยกระดับทักษะกำลังแรงงาน และปฏิรูประบบการคุ้มครองทางสังคม การจัดการความเสี่ยงในการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

แนะ ธปท.เลิกใช้มาตรการพักชำระหนี้

คณะกรรมการเห็นพ้องกันว่า จุดยืนนโยบายการเงินระดับกลางของธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงมีความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ผู้กำหนดนโยบายควรเตรียมพร้อมในกรณีที่ความเสี่ยงต่ออัตราเงินเฟ้อทั้งจากภายในประเทศหรือภายนอกเกิดขึ้นจริง นอกจากนั้น กรรมการยินดีกับการยกเลิกการแทรกแซงทางนโยบายในภาคการเงิน 

คณะกรรมการ IMF สนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อลดหนี้ภาคเอกชนและภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น โดยการอำนวยความสะดวกในการปรับโครงสร้าง ส่งเสริมการให้กู้และการกู้ยืมอย่างมีความรับผิดชอบ และเสริมสร้างกรอบการทำงานที่นำมาใช้เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงเชิงระบบ แทนที่จะพึ่งพา “การพักชำระหนี้” ที่อาจก่อให้เกิดปัญหา Moral Hazard (การสร้างแรงจูงใจให้ลูกหนี้หยุดชำระหนี้) ส่วนความพยายามในการเสริมสร้างกรอบการทำงานด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (AML/CFT) ก็ควรดำเนินต่อไป  

คณะกรรมการ IMF ย้ำว่า อัตราแลกเปลี่ยนควรทำหน้าที่เป็น Shock Absorber (ตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ) ต่อไป และการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศควรจำกัดอยู่เพียงเพื่อจัดการกับสภาวะตลาดที่ไม่สงบ และป้องกันการผันผวนมากเกินไปในการป้องกันความเสี่ยงและเบี้ยประกันทางการเงินอันเนื่องมาจาก Non-Fundamental Shock เป็นสำคัญ