ขน AI โชว์งาน “เมทัลเล็กซ์” ปลุกลงทุน 4.0 รับบาทแข็ง

ขน AI โชว์งาน “เมทัลเล็กซ์” ปลุกลงทุน 4.0 รับบาทแข็ง

“รี้ด เทรดเด็กซ์” จัดใหญ่ เมทัลเล็กซ์ 2019 ครั้งที่ 33 ไทยผนึกเยอรมนีขน 50 แบรนด์โชว์ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ AI หุ่นยนต์ หนุนลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับอุตสาหกรรมไทย 4.0 ดันไทยเป็น S-curve ไฮเทคโนโลยี คาดกวาดยอดซื้อขายแตะ 8,000 ล้านบาท

นายสุทธิศักดิ์ วิลานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ยังไม่ค่อยส่งผลดีต่อการส่งออก แต่จากสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนที่ปรับแข็งค่า ถือเป็นจังหวะที่ดีที่นักลงทุนจะเริ่มลงทุนนำเข้าเครื่องจักรทุกรูปแบบ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้สอดรับกับเป้าหมายที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่ 4.0 และนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม S-curve จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ล่าสุดในวันที่ 20-23 พ.ย. 2562 บริษัทเตรียมจัดงาน “เมทัลเล็กซ์ 2019” มหกรรมเทคโนโลยีเครื่องจักรกลโลหะการ อันดับหนึ่งแห่งอาเซียน ครั้งที่ 33 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้จับมือกับทางประเทศเยอรมนี ซึ่งมีความเก่งด้านเทคโนโลยี AI โซลูชั่นการผลิต ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ โดยจะนำเทคโนโลยีกว่า 50 แบรนด์ และเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ umati-universal machine tool interface ที่ถือเป็นซอฟต์แวร์ไฮเทคโนโลยีที่จะทำให้เครื่องจักรกลจากทั่วโลกสามารถสื่อสารกันได้ มาจัดแสดงภายในงานครั้งแรกในเอเชีย โดยคาดว่าจะส่งผลให้มีการซื้อขายภายในงานสูงถึง 8,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มียอดขายเพียง 7,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ภายในงานจะเปิดคลินิกให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการที่ส่วนใหญ่จะมีความกังวลถึงต้นทุน การลงทุน ระยะเวลาคุ้มทุน การเตรียมตัวของระบบที่จะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพ เป็นต้น โดยมีสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมเป็นที่ปรึกษาและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (business matching) ซึ่งผู้ประกอบการไทยจะได้เรียนรู้จากสิ่งเหล่านี้ ขณะเดียวกัน นายโทมัส บาไรส์ สมาชิกรัฐสภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงาน ประเทศเยอรมนี จะเดินทางมาเพื่อร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

“ปัจจุบันยังพบว่า ภาคอุตสาหกรรมการผลิตพยายามปรับตัวแข่งขันกับเทรดวอร์ ปรับไปสู่ EV มีการนำเข้าเครื่องจักรตั้งแต่ ม.ค.-ก.ย. 2562 มีมูลค่า 39,000 ล้านบาท และยังเป็นที่น่าสนใจว่าการนำเข้าไฮเทคโนโลยีจากเยอรมนีสูงถึง 65% และส่วนใหญ่พบว่าเป็นอุตสาหกรรม S-curve ที่นำเข้ามามากที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมไทยกำลังเข้าสู่การเพิ่มขีดความสามารถ เพื่อพร้อมเข้าสู่สนามการแข่งขันในภาคการผลิตเต็มรูปแบบ”


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ