“ไทย-จีน” เซ็นเปิดด่านใหม่ แก้สินค้าแออัดโหย่วอี้กวน

หมดปัญหาขนส่งแออัด ด่าน “โหย่วอี้กวน” ไทย-จีน ลงนามพิธีสารเพิ่มช่องทางการค้า 16 ด่าน เกษตรชี้ 8 เดือนยอดส่งออกสินค้าเพิ่ง 6.9 แสนตัน มูลค่า 6 หมื่นล้าน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการลงนามพิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดในการกักกันโรคและตรวจสอบสำหรับการส่งออกและนำเข้าผลไม้ผ่านประเทศที่สามระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับ Mr.Wang Lingjun รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2564

การขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางการค้า R9 (มุกดาหาร, นครพนม-โหย่วอี้กวน) และ R3A (เชียงของ-โม่ฮาน) ได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิดปัญหาการจราจรติดขัด บริเวณหน้าด่านนำเข้าของจีน โดยเฉพาะด่านโหย่วอี้กวน มีรถขนส่งสินค้าติดค้างอยู่ที่ชายแดนจีนเป็นเวลานานจนสินค้าผลไม้สด โดยเฉพาะทุเรียนไทยได้รับความเสียหาย

พิธีสารไทยจีน

ทั้งสองฝ่ายจึงหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันว่าควรมีการเปิดด่านนำเข้า-ส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นอีก 7 ด่าน ทำให้ปัจจุบันมีด่านการค้าระหว่างกันรวมเป็นจำนวน 16 ด่าน เป็นด่านของไทย 6 ด่าน คือ เชียงของ มุกดาหาร นครพนม บ้านผักกาด บึงกาฬ หนองคาย และด่านของจีน 10 ด่าน คือ โหย่วอี้กวน โม่ฮานตงซิง ด่านรถไฟผิงเสียง ด่านรถไฟโม่ฮานเหอโข่ว ด่านรถไฟเหอโข่ว หลงปัง เทียนเป่าและสุยโข่ว

หลังจากนี้ กรมวิชาการเกษตรจะแจ้งเวียนรายชื่อด่านตามพิธีสารให้กับด่านตรวจพืชต่าง ๆ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง และจะประสานกับฝ่ายจีนเพื่อกำหนดแนวทางการแลกเปลี่ยนใบรับรองสุขอนามัยพืช ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างกัน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ไปจีนผ่านด่าน ต้องปฏิบัติตามประกาศ เรื่อง การขอใบรับรองสุขอนามัยพืชสำหรับผลไม้ส่งออกจากราชอาณาจักรไทยไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2564


สำหรับพิธีสารฉบับนี้นับเป็นฉบับที่ 3 ได้มีการลงนามพิธีสาร 2 ฉบับ ได้แก่ เส้นทาง R9 ปี 2552 และเส้นทาง R3A ปี 2554 ครอบคลุมผลไม้จากไทย 22 ชนิด

ด้านนายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กล่าวว่า แชมป์ผลไม้ส่งออกของไทยที่ส่งออกไปจีน 3 อันดับแรก ยังคงเป็นทุเรียน มังคุด และลำไย โดยผ่านเส้นทาง R9 และ R3A โดยจะเห็นว่า ไทยมีการส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นตลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ด้านปริมาณเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 13% ต่อปี ด้านมูลค่าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 50% ต่อปี ในปี 2564 ระยะเวลา 8 เดือน (มกราคม-7 กันยายน 2564) ส่งออก 691,653 ตัน มูลค่า 66,370 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายดันการค้าสองฝ่ายถึง 1 แสนล้านบาทในปี 2565

“การลงนามพิธีสารนี้จะช่วยให้มีด่านส่งออกและนำเข้าทั้งจากไทยและจีนให้เลือกขนส่งเพิ่มขึ้น ไม่เพียงจะทำให้สะดวกรวดเร็วยังช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะผลไม้ไทยเป็นผลไม้เมืองร้อนมีอายุการเก็บรักษาสั้น หากสามารถกระจายไปยังมณฑลต่าง ๆ ของจีนได้อย่างทั่วถึงโดยเร็วกว่าการขนส่งทางเรือ จะเป็นการสร้างโอกาสให้กับเกษตรกรทำให้ราคาสินค้าเกษตรไทยดี ผู้บริโภคจีนก็มีโอกาสบริโภคสินค้าหลากหลายชนิดมากขึ้น”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ