เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
Business ‘ผู้จัดการรายวัน’ เลิกพิมพ์ 31 ก.ค. ปิดฉากสื่อกระดาษกว่า 35 ปี
‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
World ‘สี จิ้นผิง‘ หนุนรัฐบาลไทยเร่งพัฒนารถไฟเชื่อม 3 ประเทศ ปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
Tech ทรูมันนี่ เปิดตัวฟีเจอร์ ‘แตะจ่าย’ 7-Eleven-ร้านค้าพันธมิตร แตะเข้า MRT รอเร็ว ๆ นี้
การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
Economic การรถไฟฯ เปิด SRT Bangkok Connex กรุงเทพฯ-อยุธยา เริ่ม 1 ส.ค.
ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
Real Estate ศูนย์การค้า Happitat แลนด์มาร์กใหม่ย่านบางนา พร้อมเปิดบริการ 21 ส.ค.นี้
อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
Politics อรรษิษฐ์ เผย มติ กสถ. โละบัญชีสอบท้องถิ่น เรียงลำดับใหม่ทั้งหมด 5,924 คน
ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
Biz Movement ไปรษณีย์ไทย ปลุกเทรนด์ส่งท้ายบอลโลก 2026 ดัน “โปสต์การ์ดออนไลน์” ลุ้นทอง 7 ล้าน
กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
Politics กสถ. สัปดาห์หน้า ลงนามเพิกถอน 5,924 คน พร้อมประกาศบัญชีใหม่
เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
Automotive เริ่มแล้วเทศกาลความเร็ว “IMPACT Speed Fest 2026”  
อนุทิน ถก ‘สี จิ้นผิง’ เปิดประตูความร่วมมือไทย–จีน ดึง AI การลงทุน และอุตสาหกรรมอนาคต
Politics อนุทิน ถก ‘สี จิ้นผิง’ เปิดประตูความร่วมมือไทย–จีน ดึง AI การลงทุน และอุตสาหกรรมอนาคต
ดูทั้งหมด

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าหลังการประชุมเฟด จับตาตัวเลขการจ้างงานศุกร์นี้

05 ส.ค. 2565 | 20:06น.

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าหลังการประชุมเฟด จับตาตัวเลขการจ้างงานศุกร์นี้ ขณะที่เฟดส่งสัญญาณจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมครั้งต่อไปเดือนกันยายน ส่วนเงินบาทปรับตัวแข็งค่าและปิดตลาดที่ระดับ 35.56/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 1-5 สิงหาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (1/8) ที่ระดับ 36.13/15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (27/7) ที่ระดับ 36.69/70 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในช่วงวันหยุดยาวของประเทศไทย (28-31/7) หลังจากที่คืนวันพุธ (27/7) คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติเป็นเอกฉันท์ 12-0 ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.75% สู่ระดับ 2.25-2.50%

เฟดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย 0.75% รอบเดือน ก.ย.

โดยนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ยืนยันว่าเขาไม่คิดว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องจากหลายภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจยังคงมีความแข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงตลาดแรงงาน พร้อมกันนี้ยังส่งสัญญาณว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมครั้งต่อไปในเดือนกันยายน แต่อาจจะมีการชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี ซึ่งทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่เฟดได้รับ

ซึ่งหลังการประชุมนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่าเฟดมีท่าทีที่ผ่อนคลายลง และน่าจะระมัดระวังในการปรับดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตอันใกล้นี้ โดยนักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) หดตัวลงติดต่อกัน 2 ไตรมาส

โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 0.9% หลังจากเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า GDP หดตัว 1.6% ในไตรมาส 1 ซึ่งการที่เศรษฐกิจหดตัว 2 ไตรมาส ติดต่อกัน ทำให้สหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย “ทางเทคนิค” โดยเข้าเกณฑ์นิยามของการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว

ทั้งนี้ ล่าสุด (5/8) Fed Watch Tool ของ CMB Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 64.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.50% ในการประชุมวันที่ 20-21 กันยายน และให้น้ำหนัก 46.8% ที่อัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีจะอยู่ที่ระดับ 3.25-3.50%

ทั้งนี้ ตลอดทั้งสัปดาห์ถึงแม้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า แต่ก็มีแข็งค่ากลับในบางช่วง อาทิ ในช่วงกลางสัปดาห์ ดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้เดินทางเยือนไต้หวัน และเข้าหารือกับประธานาธิบดี ไช่ อิง-เหวิน ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นการสร้างความไม่พอใจให้กับประเทศจีน

ซึ่งทางรัฐบาลจีนตอบโต้ด้วยการประกาศจัดการซ้อมรบโดยมีการใช้กระสุนจริงยาวนาน 4 วัน ในบริเวณใกล้เคียงกับชายแดนของไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม ณ สถานการณ์ล่าสุดความกังวลของนักลงทุนได้บรรเทาลงหลังไม่ได้มีความรุนแรงอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ เงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงหนุนเล็กน้อยหลังขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยดัชนีภาคบริการออกมาที่ระดับ 56.7 สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ระดับ 56.7 สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 53.5 และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขคำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐพุ่งขึ้น 2.0% ในเดือน มิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 1.1%

ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในวันศุกร์นี้ (5/8) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 258,000 ตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม ต่ำกว่าระดับ 372,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนกรกฎาคมจะทรงตัวที่ระดับ 3.6%

เงินบาทกลับมาแข็งค่า

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินเปิดปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปรับตัวแข็งค่าสุดที่ระดับประมาณ 35.56 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงวันศุกร์ (5/8) โดยสาเหตุหลักเกิดจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ การคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ หากเทียบกับประเทศอื่น โดยกระทรวงการคลังได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะเติบโต 3.3% โดยเป็นผลมาจากการบริโภคเอกชน และกำลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวอื่น

โดยกระทรวงการคลังได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะเติบโต 3.3% โดยเป็นผลมาจากการบริโภคภาคเอกชน และกำลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาไทยมากขึ้นภายหลังจากการเปิดประเทศ โดยประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้ จะอยู่ที่ราว 6 ล้านคน

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (GPI) หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน ก.ค. 65 อยู่ที่ระดับ 107.41 เพิ่มขึ้น 7.61% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยลดลงเล็กน้อย -0.16% จากเดือน มิ.ย. 65 ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 7 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ค.) เพิ่มขึ้น 5.89% ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.56-36.33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 35.56/58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (1/8) ที่ระดับ 1.0234/36 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (27/7) ที่ระดับ 1.0213/17 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐและตอบรับการคาดการณ์ที่เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ลดลงในช่วงที่เหลือของปี

ขณะที่สำนักงานสถิติยุโรป (Eurostat) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% ในไตรมาสสองของปีนี้เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสแรกที่ขยายตัว 0.5%

ธนาคารกลางอังกฤษขึ้นดอกเบี้ย 0.50%

ทั้งนี้ ค่าเงินยูโรยังคงถูกกดดันหลัง ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีมติ 8-1 ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% สู่ระดับ 1.75% ในการประชุมในวันพฤหัสบดี (4/8) โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 27 ปีของ BOE หรือนับตั้งแต่ปี 2538 ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

โดยธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ได้ออกแถลงการณ์เตือนว่า เศรษฐกิจอังกฤษจะเข้าสู่ภาวะถดถอยตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2565 จนถึงสิ้นปี 2566 ซึ่งถือเป็นภาระถดถอยนานถึง 5 ไตรมาส ซึ่งเป็นช่วงเวลายาวนานที่สุดนับตั้งแต่ที่เศรษฐกิจโลกเผชิญวิกฤตการเงิน ทั้งนี้ โดยตลอดทั้งสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 1.0123-1.0293 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0231/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันจันทร์ (1/8) ที่ระดับ 132.44/46 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (27/7) ที่ระดับ 138.25/27 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐและตอบรับการคาดการณ์ที่เฟดมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ลดลงในช่วงที่เหลือของปี

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินเยนยังคงถูกกดดัน เนื่องจากเป็นที่คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินในเชิงผ่อนคลายต่อไปเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อของประเทศญี่ปุ่นยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะส่งผลให้ทิศทางนโยบายการเงินยังคงแตกต่างจากสหรัฐอยู่มาก

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ล่าสุดมีการเปิดเผยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย.ของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น 8.9% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยได้แรงหนุนจากการที่จีนผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 และปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนในภาคอุตสาหกรรมเริ่มบรรเทาลง

ทั้งนี้ โดยตลอดทั้งสัปดาห์ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 130.40-134.55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 132.91/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินดอลลาร์