เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
Biz Movement ผู้กองแคท จับมือ วชิราวุธ เดินหน้าวางมาตรฐานนางสาวไทย 2570
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘เพื่อไทย’ ประกบ พ.ร.บ.ฉบับ ศธ.
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
ดูทั้งหมด

ทำไมปีนี้ตลาดหุ้นไทยไม่ขึ้นเหมือนตลาดหุ้นอื่น ?

14 ก.พ. 2566 | 19:51น.
หุ้น หุ้นไทย

‘ไพบูลย์ นลินทรางกูร’ นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ฉายภาพทำไมปีนี้ตลาดหุ้นไทยไม่ขึ้นเหมือนตลาดหุ้นอื่น พร้อมกาง 3 ปัจจัยหลักช่วย SET กลับสู่ขาขึ้น

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยโดยตั้งชื่อเรื่องไว้อย่างน่าสนใจว่า

ทำไมตลาดหุ้นไทยไม่ขึ้นเหมือนตลาดหุ้นอื่น ?

ตลาดหุ้นไทยเริ่มต้นปี 2566 ด้วยผลงานที่ไม่ค่อยสวย ผ่านมาเดือนครึ่ง SET Index แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากปลายปีที่แล้ว ในขณะที่ตลาดหุ้นโลก (MSCI AC World Index) ปรับขึ้นไปแล้ว 7% และมีแค่ 10 ตลาดหุ้นในโลกเท่านั้นที่ดัชนีหุ้นไม่ได้ปรับขึ้นในปีนี้

ที่โดดเด่นที่สุดคือ ตลาดหุ้นอาร์เจนตินา (+24%) และอิตาลี (+15%) ในฝั่งเอเชีย ตลาดหุ้นที่ขึ้นมากที่สุดในปีนี้คือ เกาหลีใต้ (+10%) ไต้หวัน (+10%) และฮ่องกง (+7%)

บางคนอาจสงสัยว่าทำไมตลาดหุ้นทั่วโลกถึงกลับมาร้อนแรงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ตลาดหุ้นโลกปรับลดลงถึง 20% ในปีที่แล้วยังอยู่เกือบครบ

เหตุผลหลักคือเงินเฟ้อทั่วโลกที่ลดลงติดต่อกันหลายเดือน และมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าหลายธนาคารกลางขนาดใหญ่มีโอกาสหยุดขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ โดยเฉพาะเฟดที่ขึ้นดอกเบี้ยไปแล้วถึง 4.50% ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี อีกทั้งเริ่มมีความคาดหวังว่าเฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งยิ่งกระตุ้นให้บรรยากาศการลงทุนคึกคักขึ้น

ตลาดหุ้นยังได้อานิสงส์การยกเลิกนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีน ส่งผลให้นักลงทุนมีมุมมองที่ดีขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก ตัวเลขการว่างงานล่าสุดของสหรัฐที่ 3.4% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 53 ปี ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจของนักลงทุน ล่าสุด IMF ปรับประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกขึ้นเป็น 2.9% ในปีนี้ (จากเดิม 2.7%)

อีกปัจจัยสำคัญคือสภาพคล่องในระบบการเงินโลกที่ยังสูงมาก แม้เฟดจะเริ่มดึงเงินออกผ่านการทำ QT แล้วก็ตาม ทำให้เม็ดเงินไหลกลับเข้าตลาดหุ้นอย่างก้าวกระโดด

คำถามที่ผมได้รับบ่อยมากในช่วงนี้คือ ทำไมตลาดหุ้นไทยถึงไม่ขึ้นเหมือนตลาดหุ้นอื่น

คำตอบคือตลาดหุ้นไทย outperform ตลาดหุ้นโลกเกือบตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ทำให้ไทยไม่ใช่ตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของนักลงทุนต่างชาติในช่วงนี้ ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มทำกำไรและโยกเงินบางส่วนออกจากตลาดหุ้นไทย หลังจากซื้อหุ้นไทยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2 แสนล้านบาทในปี 2565

ผลประกอบการไตรมาส 4/2565 ของหลายบริษัทจดทะเบียนไทยที่ออกมาต่ำกว่าคาด คืออีกหนึ่งปัจจัยที่ฉุดให้ตลาดหุ้นไทย underperform ตลาดหุ้นโลก

อ่านถึงตรงนี้ หลายคนอาจอยากรู้ว่าตลาดหุ้นไทยยังลงทุนได้ไหม

ผมมองว่าหลายตลาดหุ้นที่ปรับขึ้นในปีนี้ เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐ เป็นการขึ้นแบบชั่วคราว หรือ bear market rally ที่ได้แรงหนุนจากบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นและราคาหุ้นที่ปรับลดลงมากในปีที่แล้ว โอกาสที่จะเห็นเฟดลดดอกเบี้ยในครึ่งปีหลังน่าจะเป็นไปได้ยากมาก เพราะเงินเฟ้อยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะลดลงสู่ระดับ 2-3% ในมุมมองผม ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการลดดอกเบี้ยเฟดน่าจะเป็นต้นปีหน้า

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่ดีขึ้นก็ไม่น่าช่วยให้สหรัฐหลุดพ้นจากภาวะ recession ที่น่าจะเกิดขึ้นในครึ่งปีหลังของปีนี้ เพราะความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ลดลงเรื่อย ๆ ของทั้งสองประเทศ

3 ปัจจัยหลักช่วย SET กลับสู่ขาขึ้น

ผมเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังน่าลงทุน 3 ปัจจัยหลักที่จะช่วยให้ SET Index กลับสู่ขาขึ้นในระยะถัดไปคือ

หนึ่ง การเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งถ้าดูจากสถิติในอดีต จะพบว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจมักกระเตื้องขึ้นในช่วง 3 เดือนก่อนการเลือกตั้ง รวมทั้งตลาดหุ้นไทยมักอยู่ในขาขึ้น 3 เดือนก่อนเลือกตั้งด้วยเช่นกัน แน่นอนผลการเลือกตั้งคือตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป แต่ตราบใดที่ไม่มีความวุ่นวาย ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดตั้งรัฐบาลไม่นานมาก และรัฐบาลที่ได้เป็นรัฐบาลผสมที่มีเสถียรภาพ ทิศทางตลาดหุ้นไม่น่าเปลี่ยนแปลง

สอง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทยค่อนข้างมาก เพราะจีนคือคู่ค้าทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทย และถ้าจีนขยายตัวได้ในระดับ 5-6% ในปีนี้ เหมือนที่มีการคาดกัน การส่งออกของไทยก็มีโอกาสกลับมาขยายตัว ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เกิน consensus forecast ที่ 3.5%

สาม ทิศทางดอกเบี้ย เฟดที่มีแนวโน้มกลับสู่ขาลงในช่วงต้นปี 2566 จะส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงกลับมาเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในช่วงปลายปี ซึ่งตลาดหุ้นไทยจะได้อานิสงส์ไปด้วย

แน่นอน ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนคือแรงขับเคลื่อนราคาหุ้นที่มีอิทธิพลที่สุด ผมมองว่าหลายปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรในไตรมาส 4/2565 ลดลงคือปัจจัยชั่วคราว หรือ one-off ผลประกอบการมีแนวโน้มดีขึ้นในปีนี้ สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ดูดีขึ้นเรื่อย ๆ