เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
Tech ‘Apple’ จับมือ ‘Meta’ ดันโมเดล Muse AI ประมวลผลบน Mac Studio
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.86% อยู่ที่ 81,953 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.86% อยู่ที่ 81,953 เหรียญสหรัฐ
ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ดูทั้งหมด

สหรัฐเผยดัชนีภาคการผลิตดีกว่าคาด หนุนดอลลาร์แข็งค่า

02 พ.ค. 2566 | 18:22น.
เงินดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐเผยดัชนีภาคการผลิตดีกว่าคาด หลังดัชนีดีดขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตสหรัฐมีการขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน หนุนเงินดอลลาร์แข็งค่า ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 84.7% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25%

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 2 พฤษภาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/5) ที่รดับ 34.14/16 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสบดี (27/4) ที่ระดับ 34.12/14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.49% แตะที่ระดับ 102.1527 หลัง ISM เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐในวันจันทร์ (1/5) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 47.1 ในเดือน เม.ย. จากระดับ 46.3 ในเดือน มี.ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 46.8

และ เอสแอนด์พี โกลบอล เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 50.2 ในเดือน เม.ย. จากระดับ 49.2 ในเดือน มี.ค. แต่ต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 50.4

ทั้งนี้ ดัชนีดีดขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตสหรัฐมีการขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน นอกจากนั้นเมื่อวันศุกร์ (28/4) ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) โดยดัชนีดังกล่าวเป็นข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญ โดยดัชนี PCE ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวจากระดับ 5.1% ในเดือน ก.พ.

แต่ดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น 4.6% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.5% แต่ชะลอตัวจากระดับ 4.7% ในเดือน ก.พ.

ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 84.7% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% และให้น้ำหนักเพียง 14.3% ที่เฟดจะคงอัตราดอเบี้ยที่ระดับ 4.75-5.0%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ ประกอบับมีแรงหนุนจากข้อมูลการส่งออกของไทยที่หดตัวน้อยกว่าคาดในเดือน มี.ค. 2566 และตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในเดือน มี.ค. 2566 ที่บันทึกยอดเกินดุลสูงถึง 4.78 พันล้านดอลลาร์

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 24-28 เม.ย. 2566 นั้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยที่ 3,956 ล้านบาท แต่มีสถานะเป็นไทย Net Inflows เข้าตลาดพันธบัตร 4,389 ล้านบาท ทั้งนี้ ในระหว่างวันบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 34.125-34.24 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.20/2 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/5) ที่ระดับ 1.0973/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพฤหัสดี (27/4) ที่ระดับ 1.1047/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังการเปิดเผยข้อมูลการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอในยูโรโซนในไตรมาสแรกของปี 2566

โดยสำนักงานสถิติของยูโรโซน (Eurostat) เปิดเผยในวันศุกร์ (28/4) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของยูโรโซน ขยายตัว 0.1% ในไตรมาส 1/2566 จากไตรมาสก่อนหน้า เทียบกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในผลสำรวจที่จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ที่การขยายตัว 0.2% และเมื่อเทียบรายปี GDP ของยูโรโซนขยายตัว 1.3% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 1.4%

นอกจากนั้นนักลงทุนจับตามองการประชุมกำหนดนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้ (4/5) โดยนักเศรษฐศาสตร์ในโพลล์รอยเตอร์คาดว่า ECB อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ 3.25% ในการประชุมครั้งนี้ โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0958-1.1006 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0954/56 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (2/5) ที่ระดับ 137.48/51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (28/4) ที่ 136.26/28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายการเงินในการประชุมวันที่ 27/28 เม.ย. โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% และคงนโยบายควบคุมเส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (yield curve control porgram) รวมทั้งคงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นประเภทอายุ 10 ปีไว้ที่ราวระดับ 0% โดยเปิดโอกาสให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ดังกล่าวเคลื่อนไหวได้ภายในกรอบ -0.5% จนถึง 0.5% ตามเดิม

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการ BOJ ได้ปรับสัญญาณชี้นำล่วงหน้า (Forward Guidance) เกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายในอนาคต และได้ตัดสินใจที่จะใช้การทบทวนนโยบายการเงินในภาพรวมวงกว้าง (Broad-perspective Review) โดย BOJ ได้ยกเลิกการระบุถึงความจำเป็นการปกป้องเศรษฐกิจจากความเสี่ยงของโรคโควิด-19 และยกเลิกการระบุว่าจะรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบันหรือต่ำกว่าระดับปัจจุบัน

นอกจากนี้ BOJ จะทำการประเมินผลกระทบที่เกิดจากการใช้นโยบายผ่อนคลายการเงินในช่วงที่ผ่านมา โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 137.33-137.77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 137.46/48 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน มี.ค. (2/5), ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน เม.ย. (3/5), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (3/5), ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ย (3/5), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (4/5), ยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือน มี.ค. (4/05) และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน เม.ย. (5/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -10.50/-10.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -12.00-10.80 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ